อย่างที่รู้กันว่า พิธีกรรม คือแบบแผนต่างๆ ที่ปฏิบัติกันในทางศาสนา แต่อีกด้านหนึ่งก็คงนึกถึงของจำพวก มนต์ดำ หรือ ไสยศาสตร์ โดยหากพูดถึงพิธีกรรมประเภท สาปแช่ง แล้วล่ะก็ ในไทยก็คงหนีไม่พ้นพิธีกรรมเผาพริกเผาเกลือหรือเสกตะปูเข้าท้องเป็นแน่ ซึ่งรู้หรือไม่ว่าในต่างประเทศเองก็มีพิธีกรรมคล้ายลักษณะนี้อยู่เช่นกัน อย่างในประเทศญี่ปุ่นก็มีพิธีที่รวบรวมสัตว์มีพิษให้สู้กันจนเหลือเพียงหนึ่งเดียวที่เรียกว่า โคโดกุ ในการสาปแช่งผู้อื่นจนถึงแก่ความตายได้

 

โคโดกุ พิธีกรรมแบกรับความอาฆาตที่แรงที่สุด

โคโดกุ เป็นพิธีกรรมหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่โด่งดังในเรื่องของการสาปแช่ง ซึ่งรับอิทธิพลมาจากวิชาเต๋าของประเทศจีนอีกที พิธีกรรมนี้ค่อนข้างร้ายกาจเพราะนอกจากจะใช้ในการสาปแช่งทำให้อีกฝ่ายสูญสิ้นทรัพย์สินเงินทองและความสุขในชีวิตแล้วยังสามารถสร้างความเจ็บปวดจนตายอย่างทรมานได้

 

วิธีในการประกอบพิธีกรรมนั้นสามารถทำได้ง่าย เพียงแค่จับสัตว์ชนิดต่างๆ มาขังรวมกันในภาชนะเช่น ไห หรืออะไรก็ตามที่ปิดมิดชิด แล้วรอเวลาให้ฆ่าฟันแย่งชิงชีวิตกันไปเรื่อยๆ เพื่อความอยู่รอดของตัวเองจนเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว แต่ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ของคำสาปแช่งนั้นออกมาร้ายแรง สัตว์ที่จับมาจะต้องเป็น สัตว์มีพิษ เท่านั้น

 

เชื่อกันว่าตัวสุดท้ายนั้นจะกลายเป็น ปีศาจ และมีพิษที่ร้ายแรงที่สุดเพราะจะได้รับการถ่ายทอดพิษจากตัวอื่นต่อๆ กันมา ซึ่งนั่นก็คือสัตว์ตัวที่เหมาะจะนำมาประกอบพิธีกรรมโคโดกุเพื่อสาปแช่งศัตรู เนื่องจากมันเต็มไปด้วยจิตอาฆาตและความชั่วร้ายอย่างมากจากการสู้เพื่อเอาชีวิตรอด จะบอกว่าสิ่งสำคัญในการประกอบพิธีหลักๆ ก็คือการเตรียมสิ่งที่มีจิตมุ่งร้ายที่สุดเพื่อนำมาทำพิธีก็ไม่ผิด ตามหลักแล้วเราจึงสามารถใส่สิ่งมีชีวิตลงไปได้ทุกชนิดเเม้เเต่กับ มนุษย์ ก็ตาม

วิธีการสาปแช่งสุดสะพรึงจากสัตว์ที่รอดชีวิต

กรรมวิธีในการใช้สัตว์ตัวสุดท้ายจากโคโดกุเพื่อสาปแช่งผู้อื่นนั้นขึ้นอยู่กับจุดประสงค์หลักของตัวผู้ประกอบพิธีกรรมเอง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปย่างไฟแล้วบดจนเป็นผงไป ผสมกับพิษอื่น เพื่อเพิ่มอานุภาพหลายเท่า หรือไม่ก็นำผงที่ได้ ใส่ลงในอาหาร แล้วนำไปให้คนที่อยากสาปแช่งกิน เพื่อให้วิญญาณร้ายของสัตว์ตัวสุดท้ายเข้าสิงร่างของอีกฝ่ายจนได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัส

นอกจากนั้นวิธีที่นิยมกันมากที่สุดก็คือนำเจ้าสัตว์ตัวนั้นมา ปลุกเสกคาถาอาคม ต่างๆ แล้วมันก็จะกลายเป็นทาสรับใช้คอยทำตามคำสั่งของผู้ปลุกเสกทุกอย่าง และอีกวิธีที่ค่อนข้างสยดสยองคือเชื่อกันว่าหาก กิน เจ้าสัตว์ตัวสุดท้ายเข้าไปจะทำให้เป็นอมตะ มีพลังเพิ่มมากขึ้นและฟื้นฟูบาดแผลร้ายแรงจนหายดีได้

คนในสมัยก่อนต่างหวาดกลัว โคโดกุ จนมีเรื่องราวบันทึกอยู่หลายเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องที่เคยมีคนไปท่องเที่ยวพักแรมแล้วในระหว่างที่กินปลาก็รู้สึกว่าปลานั้นมีรสชาติแปลกๆ จึงรีบสวดมนต์แล้วคราวนี้พอแหวกเนื้อปลากลับพบแมงมุมอยู่ข้างใน มาถึงตรงนี้คงเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้คนถึงได้หวาดกลัวกัน เพราะโคโดกุเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันจะมาเมื่อไรนั่นเอง

 

คำสาปแช่งร้ายแรงเท่าใด ความเสี่ยงร้ายแรงเท่านั้น

แม้โคโดกุจะเป็นพิธีที่ให้ผลลัพธ์ดีมากในด้านของการสาปแช่ง แต่มันก็มีความเสี่ยงต่อผู้ประกอบพิธีสูงมากเช่นกัน เพราะพิธีกรรมนี้สามารถทำลายลงได้ง่ายพอๆ กับวิธีสร้าง เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการใช้วิญญาณร้ายอันเป็นส่วนสำคัญในการสาปแช่งผู้อื่น สิ่งนี้จึงแพ้บทสวดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคาถาสะท้อนคำสาป บทสวดต่างๆ ของพระ แม้กระทั่ง ยันต์ ก็สามารถปกป้องคุ้มครองหรือทำลายพิธีลงได้

ยันต์สะท้อนคำสาป                                    ยันต์ป้องกันคำสาป                                   ยันต์สยบสิ่งชั่วร้าย

 

 

ซึ่งแต่เดิมนั้นจุดสิ้นสุดของคำสาปแช่งนี้ไม่ใช่การส่งให้คนอื่นต่อไปเรื่อยๆ แต่เป็นความตายของคนที่ทำพิธีนี้ขึ้นมาต่างหาก เนื่องจากเป็นคนที่เอาสัตว์พวกนั้นไปอยู่ในภาชนะเดียวกันจนทำให้ต้องฆ่ากันเองเพื่อมีชีวิตรอด วิญญาณร้ายพวกนั้นจึง แค้น คนสร้างคำสาปนี้มากที่สุด ทำให้เวลาคำสาปย้อนเข้าตัวเองไม่ว่าจะด้วยปัจจัยอย่างเจอ คาถาสะท้อน หรือ พิธีล่ม ก็ตาม คำสาปที่โดนนั้นจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าจนทำให้คนประกอบพิธีต้องพบกับจุดจบในที่สุด

 

 

ความแตกต่างระหว่างโคโดกุและกู่ของจีน

กู่ คือไสยเวทย์ดำอันน่ากลัวของจีนในอดีต โดยผู้มีความรู้ด้านการเล่นแร่แปรธาตุหรือผู้ชำนาญการในด้านการทำเครื่องลางของขลังจะใช้กู่ในการเรียกทรัพย์สินเข้าบ้าน กระทั่งใช้ทำลายชีวิตฝ่ายตรงข้ามให้สูญสิ้นไป ซึ่งทั้งสองพิธีนั้นค่อนข้างเหมือนกันตรงที่เป็นการนำสัตว์พิษใส่ลงในภาชนะเดียวกันแล้วให้ฆ่ากันจนเหลือเพียงหนึ่งเพื่อนำมาประกอบพิธี เพราะแต่เดิม โคโดกุ ก็ได้รับอิทธิพลมาจากกู่ของจีนอยู่แล้วไม่มากก็น้อย

สิ่งที่ทำให้กู่แตกต่างไปเล็กน้อยนั้นคือสัตว์ที่ใช้ในพิธี โดยกู่ของจีนนั้นแม้ไม่ทั้งหมดแต่ส่วนใหญ่จะใช้ สัตว์มีพิษห้าชนิด ในการสร้างกู่ คือ งู แมงป่อง แมงมุม ตะขาบ และ คางคก ตรงตามหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ยที่ถือว่าสัตว์พวกนี้เป็นสัตว์ อัปมงคล ไม่ควรมีไว้ในบ้านเพราะจำทำให้ชีวิตขัดสน

อีกอย่างที่ต่างคือผลลัพธ์ของพิธี โดยกู่สามารถนำมา สกัดทำยาพิษ และ ทำยาเสน่ห์ ได้  รวมถึงสามารถ ควบคุม สัตว์พิษตัวสุดท้ายไปทำร้ายผู้อื่นได้ด้วย หรือใช้เรียกเงินทองเข้าบ้านแต่ต้องระวังเรื่องการถูก กู่ย้อนกลับ ซึ่งจะมีผลต่อทุกๆ คนที่อาศัยในบ้านให้เสียชีวิตแบบเดียวกันทั้งหมด

 

โคโดกุที่ได้ไปปรากฎในอนิเมะ

เนื่องจากเป็นพิธีกรรมที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง ทำให้โคโดกุนั้นได้ถูกเล่าและตีความในหลายรูปแบบและรวมถึงได้ไปปรากฎในอนิเมะหลายเรื่อง อย่าง

อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน

เมื่อนาราคุต้องการร่างกายใหม่เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ จึงได้ทำพิธีโคโดกุในหุบเขาขึ้นโดยได้รวบรวมปีศาจจำนวนมากมายมาฆ่าฟันกันเองจนกว่าจะเหลือตัวสุดท้ายแล้วจึงดูดกลืนมาเป็นร่างกายใหม่ อาจพูดได้ว่า โคโดกุ ในที่นี้คือการรวมปีศาจเพื่อจะใช้ในด้านการ รักษา นั่นเอง

Ghost Hunt ปริศนา! นักล่าผี

เกิดการใช้พิธีโคโดกุขึ้นในโรงเรียน โดยขังวิญญาณให้กัดกินกันเองจนเหลือจิตที่ชั่วร้ายที่สุดเพื่อสาปแช่งอาจารย์ที่นิสัยเสียให้ตายอย่างทรมาน ซึ่งในเรื่องนี้จะมีการใช้วิธีสะท้อนคำสาปไปยังตัวผู้สาปให้เห็นด้วย เรียกได้ว่า โคโดกุ ในที่นี้เป็นการใช้วิธีแบบเบสิกคือการ สาปแช่ง ผู้อื่นให้ถึงแก่ชีวิตเพียงแค่ไม่ได้ใช้สัตว์แต่ใช้วิญญาณแทน

 

โคโดกุที่ได้ไปปรากฎในมังงะ

ดงเดรัจฉาน

เมื่อ มนุษย์ ทั้งเจ็ดคนถูกจับมาขังไว้ในโรงเรียนร้างที่ปิดตายโดยไม่มีอาหาร สิ่งเดียวที่จะทำให้มีชีวิตรอดออกไปคือการฆ่าและ กินเนื้อ กันเอง เรื่องราวของ โคโดกุ ครั้งนี้คือการจับคนที่มีความผิดมาอยู่รวมกันเพื่อพิพากษาโดยมีลัทธิประหลาดคอยจัดฉากขึ้นอยู่เบื้องหลังเพื่อค้นหาผู้ที่จะมีจิตใจเข้มแข็งและชั่วร้ายที่สุด ฉบับมังงะลิขสิทธิ์ไทยโดยสำนักพิมพ์รักพิมพ์

 

เรียกได้ว่าเป็นพิธีกรรมที่น่ากลัวดีแท้ แนะนำว่าอย่าได้คิดที่จะลองทำดีกว่า เพราะแค่ให้สัตว์กัดกินกันเองก็เป็นการทำบาปมากพอแล้ว แถมพิธีกรรมนี้ก็เสี่ยงกับตัวเองอีก ซึ่งเป็นนัยว่าไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ โดยที่เราไม่ต้องเสียอะไรตอบแทนนั่นเอง แต่หากคิดจะลองทำจริงๆ ก็ได้แต่ภาวนาว่าทุกอย่างจะออกมาด้วยดีในท้ายที่สุด

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *