ชีวิตของคนเราบางครั้งก็เหมือนกับการวางหมาก เมื่อวางไปแล้วจะไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก หากเราวางหมากอย่างรอบคอบ นอกจากเราจะอยู่รอดปลอดภัยไม่โดนกินแล้ว ยังสามารถทำแต้มเพิ่มได้ แต่ถ้าวางพลาด สิ่งที่พอจะทำได้ก็มีแต่วางหมากในตาต่อไปให้ดีขึ้นเพื่อแก้สถานการณ์เท่านั้น วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับเกมกระดานฝึกคนที่มีประวัติอันยาวนานหลายพันปีจนกลายมาเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ทั้งยังมีบทบาทในการ์ตูนเลื่องชื่ออีกหลายเรื่อง ซึ่งก็คือ โกะ นั่นเอง

การเล่นโกะเบื้องต้น

กระดานโกะจะมีเส้นตั้ง 19 เส้น ตัดกับเส้นนอน 19 เส้นเกิดเป็นจุดตัด 361 จุด

มีผู้เล่นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถือหมากดำ อีกฝ่ายหนึ่งถือหมากขาวผลัดกันวางหมากของตนครั้งละ 1 เม็ดตรงจุดตัดใดๆ ก็ได้ที่ว่างอยู่บนกระดาน

โดยฝ่ายดำจะเป็นฝ่ายได้บุกก่อน ส่วนฝ่ายขาวจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบจึงมีกฎให้ฝ่ายขาวได้แต้มต่อ 5 แต้มครึ่งเพื่อเป็นการชดเชยความเสียเปรียบนี้ ผู้ชนะคือผู้ที่สามารถยึดครองพื้นที่ในกระดานได้เกินครึ่ง คือมากกว่า 180.5 จุดขึ้นไป

โกะ การ์ตูน และแรงบันดาลใจที่ทำให้เราเริ่มเดินหมาก

เมื่อพูดถึงการ์ตูนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโกะ เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก ฮิคารุเซียนโกะ เป็นอย่างดี เพราะต่อให้เล่นโกะไม่เป็น แต่การ์ตูนเรื่องนี้ก็ทำให้เรานั่งลุ้นจนตัวเกร็งว่าเกมกระดานนี้ใครจะเดินหมากอย่างไร ใครจะเป็นผู้ชนะ อินถึงขั้นหลายคนไปซื้อหนังสือวิธีเล่นโกะเบื้องต้นมาอ่าน เพราะอยากจะเล่นโกะเป็นเหมือนกับตัวละครในเรื่อง

ฮิคารุเซียนโกะเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นระดับตำนานเรื่องหนึ่ง แต่งเรื่องโดย อ.ฮตตะ ยุมิ และวาดภาพโดยอ.โอะบะตะ ทาเคชิ ผลงานของอาจารย์ที่คนไทยรู้จักกันดี เช่น เดธโน้ต สมุดมรณะ, บาคุมัง วัยซนคนการ์ตูน

เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ชินโด ฮิคารุ  นักเรียนชั้น ป.6 ที่ได้พบกระดานโกะเก่าแก่ที่ห้องเก็บของที่บ้านคุณตาโดยบังเอิญ วินาทีนั้นวิญญาณของ ฟุจิวาระ โนะ ซาอิ ครูสอนโกะของจักรพรรดิสมัยเฮอันที่สิงอยู่ในกระดานนั้นได้ปรากฏกายขึ้นและย้ายเข้ามาอยู่ในจิตใต้สำนึกของฮิคารุแทน ด้วยความฝังใจอันลึกซื้งของซาอิที่มุ่งมั่นเข้าสู่ความเป็น หัตถ์เทวะ ทำให้ซาอิผลักดันให้ฮิคารุก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งโกะจนได้

ต่อมา เขาก็มาพบกับ โทยะ อากิระ นักเรียนชั้นป.6 ผู้มีความสามารถในเชิงโกะเทียบเท่ามืออาชีพและได้เล่นโกะด้วยกัน ซาอิในคราบของฮิคารุได้แสดงฝีมืออันน่าทึ่งจนทำให้ฮิคารุกลายเป็นเป้าหมายของอากิระ ส่วนความมุ่งมั่นของอากิระก็ได้จุดประกายและกลายเป็นเป้าหมายของฮิคารุ เพื่อที่จะตามอากิระให้ทัน

นอกจากเนื้อเรื่องจะชวนให้ลุ้นระทึกไม่น้อยหน้าการ์ตูนแนวกีฬาเอ็กซตรีมหรือการ์ตูนแอ็กชันเรื่องอื่นๆ ฮิคารุเซียนโกะยังแสดงให้เห็นถึงพลังของเกมโกะที่สามารถสร้างพัฒนาการของมนุษย์และลับคมยุทธการการรบได้อย่างแท้จริง เบื้องหลังความเข้มข้นนี้มีที่ปรึกษาคือ อ.อุเมะซาวะ ยูคาริ นักเล่นโกะมืออาชีพ ขณะนั้นเธออยู่ในระดับ 5 ดั้ง ปัจจุบันระดับ 6 ดั้ง ถ้าใครที่ดูอนิเมะก็จะได้เรียนโกะกับอาจารย์ในช่วงท้ายเรื่องของทุกตอนด้วย

ฮิคารุเซียนโกะ เป็นซีรีส์ดาวค้างฟ้าที่ทุกวันนี้คอการ์ตูนก็ยังคงจดจำและหวนอ่านได้ทุกเมื่อแม้จะผ่านมา 20 ปีแล้วนับตั้งแต่เริ่มตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ในปี1998 หนังสือรวมเล่มของเรื่องนี้มียอดจำหน่ายกว่า 22 ล้านเล่มในญี่ปุ่น และเคยได้รับรางวัลโชกาคุคังมังงะอะวอร์ด ในปี 2000 อีกต่างหาก

ส่วนในประเทศไทย ผู้ได้รับสิทธิ์ในการตีพิมพ์คือเนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ ตีพิมพ์ในนิตยสารบูมรายสัปดาห์ (1998-2003) และฉบับรวมเล่ม 23 เล่มจบ ส่วนอนิเมะมีไทก้าเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์

 

การ์ตูนโกะไม่ได้มีเพียงฮิคารุเซียนโกะเรื่องเดียวเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอื่นอีก ไม่ว่าจะเป็น Mikoto no Te! เป็นเรื่องราวของ มิโคโตะ สาวแว่น ผมดำในชุดนักเรียนปกกะลาสี ผู้เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน เธอเป็นคนที่เอาจริงเอาจังกับชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเล่นโกะ เป้าหมายของมิโคโตะคือเป็นแชมป์ร่วมกับอาโออิ เพื่อนสมัยเด็ก และเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ในการแข่งขันโกะระดับชาติ

แม้ว่าเส้นทางการแข่งขันจะล้มลุกคลุกคลานเพียงใด แต่พวกเธอก็พร้อมที่จะพัฒนา ชและเติบโตไปกับการเล่นโกะ

     อีกหนึ่งเรื่องที่สำนักพิมพ์บงกชเพิ่งประกาศลิขสิทธิ์ไปคือ สาวน้อยเซียนโกะ มีทั้งหมด 8 เล่มจบ เรื่องราวเกี่ยวกับ คาราสุมารุ วากะ สาวน้อยผู้หลงรักการเล่นโกะตั้งแต่ยังเด็กเพราะปู่ของเธอเป็นนักเล่นโกะมืออาชีพ แต่เมื่อปู่ออกจากบ้านไปเธอก็ถูกย่าสั่งห้ามเล่นโกะอีก เธอจึงพยายามเล่นแบบหลบๆ ซ่อนๆ และงูๆ ปลาๆ จนกระทั่งได้พบกับ ซากิซากะ โซจิ ชายหนุ่มที่เป็นนักเล่นโกะมืออาชีพ ทำให้เธอคิดที่จะก้าวสู่เส้นทางการเป็นนักเล่นโกะมืออาชีพอีกครั้ง

 

 

จากแดนมังกรสู่แดนอาทิตย์อุทัย

พระเจ้าเหยา

เหวยฉี หรือ โกะ เป็นหมากกระดานที่ถือกำเนิดในจีนและถูกจัดเป็น 1 ใน 4 ศิลปะประจำชาติจีน (ได้แก่ หมากล้อม ดนตรี กลอน ภาพ) แรกเริ่มเดิมทีนิยมเล่นกันในหมู่ปัญญาชนชั้นสูงและขุนนาง

คาดว่าเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3,000-4,000 ปีมาแล้ว ในตำนานของจีนกล่าวว่า พระเจ้าเหยา ซึ่งทรงเป็นหนึ่งในห้ากษัตริย์ของยุคสามราชาห้ากษัตริย์ (ยุคก่อนยุคราชวงศ์เซี่ย ราชวงศ์แรกที่ปกครองจีน) ทรงคิดค้นขึ้นเพื่อสอนโอรสของพระองค์ให้มีสติปัญญา รู้จักวางแผน

ต่อมา เหวยฉีได้แพร่เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นผ่านทางประเทศเกาหลี ในช่วงยุคโคะฟุง (ปี 250-538) เนื่องจากยุคนั้นญี่ปุ่นช่วยอาณาจักรแพกเจของเกาหลีรบกับอาณาจักรโครยอและอาณาจักรชิลลา ทำให้ศิลปะวัฒนธรรมที่อาณาจักรแพกเจได้รับสมัยเป็นเมืองขึ้นของจีนได้ไหลเข้าสู่ญี่ปุ่นในช่วงนี้ ทั้งตัวอักษรคันจิ วิทยาการด้าน การแพทย์ ปฎิทิน การผลิตเครื่องโลหะ เครื่องปั้นดินเผา การทอผ้า การถลุงเหล็ก และวิศวกรรมโยธา เป็นต้น

ญี่ปุ่นเรียกเหวยฉี (圍棋) ว่า อิโกะ 囲碁  (いご) โดยใช้คันจิตัวเดียวกัน นั่นคือ อิ กับ เหวย (ล้อม) และ โกะ กับ ฉี (หมาก)

โกะรุ่งเรืองอย่างมากในญี่ปุ่น ในสมัยโชกุนโทะกุงะวะมีการสนับสนุนให้ทหารเล่นโกะเพื่อพัฒนาด้านสติปัญญา ฝึกการวางแผนรบ โชกุนโทะกุงะวะได้ตั้งสำนักโกะขึ้น 4 สำนัก คือ ฮงอินโบ, อิโนะอุเอะ, ยาสุอิ และ ฮายาชิ ทุกๆ ปีแต่ละสำนักจะส่งตัวแทนมาประลองฝีมือเพื่อชิงตำแหน่ง เมย์จิน ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้เล่นโกะที่แข็งแกร่งที่สุด

ญี่ปุ่นพัฒนาผู้เล่นและระบบการศึกษาโกะอย่างมีแบบแผนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประมาณ 100 ปีต่อมา มาตรฐานฝีมือนักเล่นโกะของญี่ปุ่นก็ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวของจีน

 

1 ปีมีเซียนเกิดใหม่ไม่ถึงสิบ

ระดับของผู้เล่นโกะ มีสองประเภท คือ ระดับมือสมัครเล่น เริ่มที่ระดับคิว ซึ่งเริ่มจากระดับต่ำสุด 35 คิว ไปจนถึง 1 คิว ต่อจากนั้นก็จะเริ่มเป็น 1 ดั้ง ไปจนถึง 7 ดั้ง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของมือสมัครเล่น

ส่วนระดับมืออาชีพ ใช้คำว่าดั้งเหมือนกัน เริ่มจาก 1 ดั้ง ไปจนถึง 9 ดั้ง ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุด แต่ว่าฝีมือดั้งของมืออาชีพกับดั้งในระดับสมัครเล่นเทียบกันไม่ได้ หากมือสมัครเล่น 7 ดั้ง เล่นกับมืออาชีพ 1 ดั้ง ฝ่ายมืออาชีพต้องต่อให้ 2-3 หมาก (ประมาณ 15-25 แต้ม)

การรับศิษย์ของสถาบันโกะจะเริ่มรับเด็กอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เด็กเหล่านี้จะต้องศึกษาและฝึกฝนจนกว่าจะสอบได้ระดับมืออาชีพดั้ง 1 ให้ได้ก่อนอายุ 19 หากอายุ 19 แล้วยังสอบระดับมืออาชีพดั้ง 1 ไม่ผ่านจะถูกตัดสิทธิ์ในการเป็นมืออาชีพ ซึ่งในแต่ละปีจะมีมืออาชีพเกิดขึ้นเพียงปีละ 6 คนเท่านั้น

 

กลายเป็นกีฬาระดับโลก

นอกจากนี้ชาติตะวันตกที่มาค้าขายหรือล่าอาณานิคมก็ได้นำโกะกลับไปเผยแพร่ในบ้านเมืองของตน จนในที่สุดก็มีตำราโกะภาษาเยอรมันเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 1867 และภาษาอังกฤษพิมพ์ที่นิวยอร์กเมื่อปี 1998

ปัจจุบันโกะแพร่หลายไปกว่า 50 ประเทศ ตั้งแต่ทวีปออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป เอเชียเกือบทุกประเทศ ในทวีปแอฟริกาแพร่หลายในประเทศแอฟริกาใต้ โดยใช้ชื่อสากลว่า Go หรือ Go Game

World Amateur Go Championship (WAGC) ครั้งที่ 36 จัดขึ้นที่ประเทศไทย

ในปี 1979 ญี่ปุ่นได้จัดตั้งสมาพันธ์หมากล้อมนานาชาติ (international Go Federation) ขึ้น มีสมาชิกทั้งหมด 15 ประเทศ ก่อนจะเพิ่มเป็น 50 ประเทศในปี 1992 ทางสมาพันธ์จัดให้มีการแข่งขันหมากล้อมชิงแชมป์โลกมือสมัครเล่น หรือ World Amateur Go Championship (WAGC) ขึ้นทุกปี ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในปี 1983 ก่อนจะส่งตัวแทนไปแข่งขันในปีถัดมา ปกติแล้วจะจัดการแข่งขันในญี่ปุ่น ประเทศจีนเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานประมาณ 5 ครั้ง ครั้งแรกคือปี 1987 ล่าสุดคือปี2017 และเคยจัดที่ประเทศไทย 1 ครั้ง เมื่อปี 2015

 

จากเซียนโกะเป็นคนดัง

ประชากรที่เล่นโกะคาดว่ามีถึง 30 ล้านคนจากทั่วโลก แต่ผู้ที่เล่นโกะเป็นอาชีพมักเป็นชาวญี่ปุ่น จีน เกาหลี และไต้หวัน โดยมีหน่วยงานต่างๆ อัดฉีดรางวัลให้ อย่างในญี่ปุ่นผู้ที่ขึ้นมาเป็นมืออาชีพจะได้รับเงินเดือนจากสมาคมหมากล้อมญี่ปุ่น และมีรายการแข่งขันตลอดปี ซึ่งแต่ละรายการก็มีเงินรางวัลสูงมาก ยอดเงินรางวัลรายการใหญ่ๆ รวมแล้วมากกว่า 200 ล้านเยน (ประมาณ 58.6 ล้านบาท)

รายการเหล่านี้มักได้สปอนเซอร์จากหนังสือพิมพ์เพราะคนญี่ปุ่นสนใจหมากล้อมกันมาก ทำให้หนังสือพิมพ์พลอยขายดีไปด้วย รายการที่เงินรางวัลสูงสุดคือรายการชิงตำแหน่ง คิเซย์ สนับสนุนโดยหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ผู้ชนะได้เงินรางวัล 42 ล้านเยน (ประมาณ 12.6 ล้านบาท) รองลงมาคือรายการชิงตำแหน่ง เมย์จิน ของหนังสือพิมพ์อาซาฮี 36 ล้านเยน (ประมาณ 10.8 ล้านบาท) รองลงมาอีกก็ตำแหน่ง ฮงอินโบ ของหนังสือพิมพ์ไมนิจิ 32 ล้านเยน (ประมาณ 9.6 ล้านบาท) ยังไม่รวมรายได้ที่อาจมาจากการเขียนหนังสือ การเซ็นชื่อบนของที่ระลึก การเป็นนายแบบโฆษณาหรือรับเชิญไปตัดริบบิ้นในงานสำคัญต่างๆ  เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ได้ถูกยกย่องอย่างสูงในสังคมในฐานะศิลปินอันทรงเกียรติ

 

ในแง่หนึ่ง โกะเป็นเกมที่ช่วยสร้างเนื้อเรื่องจนเกิดเป็นการ์ตูนเรื่องโปรดหลายเรื่องที่เราจดจำ และในขณะเดียวกัน มันยังเป็นสะพานที่เชื่อมวัฒนธรรมจากจีนสู่ญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศทั่วโลกที่ทำให้คนหลายวัย หลายชนชาติได้มาพบกันและสร้างมิตรภาพระหว่างกันในฐานะนักกีฬาและนักวางกลยุทธอีกด้วย

บางที… ที่มุมใดมุมหนึ่งในบ้านของคุณผู้อ่านอาจมีกระดานโกะเก่าแก่เก็บไว้อยู่ ถ้าลองเอามาปัดฝุ่นเล่นดู ไม่แน่ว่าคุณผู้อ่านอาจเป็นสุดยอดนักวางกลยุทธ์คนต่อไปก็ได้นะคะ

 

อ้างอิง wikipedia1, wikipedia2, wikipedia3, wikipedia4, wikipedia5, gotoknow, WAGC

หนังสือก้าวแรกสู่หมากล้อม (โดยชมรมหมากล้อมแห่งประเทศไทย)

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *