สมัยนี้แอบเห็นว่ามีแฟชันที่เป็นเสื้อคลุมแต่เป็นแบบแขนสั้นขายกันเยอะมากในไทยบ้านเรา จนแม่ค้าบางคนก็ไปเรียกว่า ‘กิโมโน’ แอ๊ดดดดดด ผิดแล้วจ้า ชุดที่จะอธิบายต่อไปนี้มันคือ ฮัปปิ ที่ต้นกำเนิดดั้งเดิมนั้นมาจากแดนอาทิตย์อุทัยประเทศญี่ปุ่น ที่จากชุดที่ชาวญี่ปุ่นใส่ในงานเทศกาลธรรมด๊า ธรรมดา จนกลายเป็นแฟชันที่วัยรุ่นนิยมใส่กันเต็มไปหมด รวมถึงวัยรุ่นไทยด้วย ไปดูกันดีกว่าว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงจนลมพัดลมเพมาถึงบ้านเรานั้นมาจากอะไรกันแน่

ฮัปปิคืออะไร?

เสื้อคลุม ฮัปปิ ที่ปัจจุบันนี้เป็นแฟชันใส่คลุมเล่น ใส่กันหนาวกัน มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น เป็นเสื้อคลุมตัวใหญ่สีครามหรือสีกรมท่า ความยาวของแขนเสื้อจะอยู่ที่ประมาณข้อศอกและด้านหลังจะสกรีนเป็นตราสัญลักษณ์หรือตัวอักษรใหญ่ๆ นิยมสวมใส่ในงานเทศกาลต่างๆ เหมือนกับเป็นเสื้อประจำกลุ่มเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้คนได้สังเกตเห็นได้ง่าย ต่อมาก็แพร่หลายไปต่อหลายอาชีพ ไม่ว่าจะช่างไม้ หรือแม้กระทั่งยังเคยกลายเป็นเสื้อประจำกลุ่มของเหล่านักดับเพลิงมาก่อน

ที่มาดั้งเดิมของฮัปปินั้นมีรูปแบบมาจากเสื้อคลุมตัวนอกของ ชุดโซคุไต ที่เรียกว่า โฮ เป็นชุดแบบทางการที่จักรพรรดิหรือขุนนางสวมใส่กัน มีลักษณะแขนยาวมากคล้ายกับกิโมโนหรือยูกาตะ แต่เป็นสีพื้นไม่มีลาย ดูเรียบหรูเหมาะสมกับฐานะ ถ้าเสื้อแบบแขนสั้นปลายเปิดจะเรียกว่า ฮันปิ มีลักษณะคล้ายกันแต่เพียงแขนสั้นขึ้นเท่านั้นเอง ช่วงปลายยุคเอโดะได้มีการวาดสัญลักษณ์หรือตัวอักษรไว้ที่ด้านหลัง เพื่อง่ายแก่การแยกสังกัด แต่ก็มีเสื้อคลุมอีกแบบหนึ่งที่มีความคล้ายกับฮัปปิอยู่ คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า บันเต็ง เป็นเสื้อที่กลุ่มช่างไม้ญี่ปุ่นชอบใส่กัน ดูเผินๆ แทบจะเหมือนชุดเดียวกัน แต่ก็มีความต่างที่เป็นจุดสังเกตได้อยู่ไม่น้อย ดังนี้

ความแตกต่างระหว่างฮัปปิ – บันเต็ง
ฮัปปิ บันเต็ง
ยาวคลุมก้น ยาวประมาณสะโพก
แขนเสื้อยาวคลุมศอก แขนสั้นและบาน
มีสายคาดเอวแยก มีเชือกตรงอกติดมากับเสื้อ

ฮัปปิในปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าเสื้อคลุมฮัปปิจะมีต้นกำเนิดรูปแบบมาจากจักรพรรดิหรือขุนนางที่มียศสูงศักดิ์ แต่ทว่าในปัจจุบันกลับกลายเป็นเสื้อคลุมที่สามารถใส่กันได้อย่างแพร่หลาย เป็นทั้งแฟชัน ใส่กันหนาว ใส่เดินเล่น แต่จุดประสงค์หลักคือ เหมือนเป็นเสื้อที่ใช้ชูสโลแกนของทางกลุ่มสังกัดและบริษัทนั้นๆ เสียมากกว่า ส่วนใหญ่ที่เรามักจะพบเห็นกันอยู่บ่อยๆ คืองานเทศกาลต่างๆ จะเห็นได้ว่ามีคนขายของออกบูธสวมฮัปปิกันแทบจะทุกคน สีสันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสีออกกรมท่าเหมือนแต่ก่อนแล้ว เดี๋ยวนี้มีทั้งสีชมพู เหลือง แดง เยอะแยะมากมาย

อย่างของทางบริษัทสายการบินชื่อดัง Japan Airline ก็มีฮัปปิสำหรับผู้โดยสารระดับเฟิร์สคลาสตั้งแต่สมัยปี 1966 วง Beatles วงดนตรีดังของประเทศอังฤษก็เคยสวมใส่ฮัปปิของทางสายการบินเมื่อครั้งที่มาเยือนประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาให้กับแฟนๆ ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

นอกจากที่ฮัปปิจะกลายเป็นชุดที่ใส่ในงานเทศกาลหรือใช้ในการค้าขายของแต่ละองค์กรแล้ว ยังถูกนำมาใส่ใน คอนเสิร์ต ของกลุ่มแฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็นทั้งไอดอลจริงๆ หรืออนิเมะ 2D จุดประสงค์ก็แบบเดียวกันเลยค่ะ ใช้ในการแยกกลุ่มเชียร์ไอดอลของตัวเองกัน เพื่อที่จะได้เป็นสัญลักษณ์ที่สามารถจำได้ง่ายๆ อีกทั้งยังถูกพัฒนาตกแต่งลายฟรุ้งฟริ้งสีสันสดใสให้ทันสมัยมากขึ้นอีก รวมถึงประเทศไทยก็นำเอาวัฒนธรรมการสวมใส่ฮัปปิมาใช้กัน จะเห็นได้จากเด็กนักศึกษาที่เรียนสายภาษาญี่ปุ่น จะมีฮัปปิประจำเอกเป็นของตัวเอง ซึ่งแต่ละที่แต่ละสถาบันก็จะแตกต่างกันออกไป เวลาคนเห็นใครผ่านไปมาก็จะอ๋อเลยทันทีว่าเรียนที่ไหนนั่นเอง

สมกับเป็นประเทศญี่ปุ่นที่สามารถนำเอาความโบราณของชุดในสมัยก่อนมาผสมผสานและปรับใช้ให้เป็นวัฒนธรรมหรือแฟชันสมัยใหม่ได้โดยไม่ละทิ้งความเก่าไปซะหมด ถือว่าเป็นแฟชันที่สามารถให้คนทั่วไป ทุกเพศ ทุกวัย เข้าถึงและสวมใส่ได้ ที่สำคัญยังได้รู้ด้วยว่าชุดแบบนี้ไม่ได้เรียกว่ายูกาตะหรือกิโมโน แต่มันคือ ฮัปปิ ที่เป็นได้ทั้งแฟชันและเสื้อที่แบ่งสังกัดหมู่คณะ ใครไปเจอชุดนี้ที่ไหนก็ซื้อมาใส่ถ่ายรูปมาอวดกันบ้างนะคะ ~

 

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *