home FEATURED, SCOOP ‘LGBTQs’ ความรักที่ถูกยอมรับแค่ในโลกการ์ตูน

‘LGBTQs’ ความรักที่ถูกยอมรับแค่ในโลกการ์ตูน

การ์ตูนที่บอกเล่าเรื่องความรักระหว่างตัวละครชายกับชายหรือหญิงกับหญิงคือสิ่งที่เราพบเห็นเป็นเรื่องปกติในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลงานโดจินชิที่ผู้เขียนนำตัวละครของการ์ตูนที่มีอยู่ก่อนแล้วมาเขียนเป็นเรื่องราวความรักในรูปแบบใหม่ คุณอาจจะได้เห็นไจแอนกับซูเนโอะเป็นคู่รักกัน หรือโอเรนเจอร์สีชมพูคู่กับสีเหลือง หรือการ์ตูนแนวเดียวกันที่มีการตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ก็มีพื้นที่บนหน้าแผงหนังสือมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม การ์ตูนสาย LGBTQs นั้นได้มีตัวตนในหน้าประวัติศาสตร์การ์ตูนญี่ปุ่นมาเกือบ 5 ทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่ปี 1970s

กำเนิดการ์ตูนวาย

Shiroi Heya no Futari โดยอ.ยูคาริ ฟุจิโมโตะ การ์ตูนยูริเรื่องแรกของญี่ปุ่น

การ์ตูนแนว LGBTQs ที่ได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1971 เป็นการ์ตูนแนวหญิงรักหญิงเรื่อง Shiroi Heya no Futari (เราสองคนในห้องสีขาว) เขียนโดยอ.ยูคาริ ฟุจิโมโตะ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของนักเรียนหญิงในโรงเรียนประจำ ตีพิมพ์ในนิตยสารริบบอน

ชื่อแนวการ์ตูน ‘ยูริ’ ที่เราเรียกกันอย่างติดปากทุกวันนี้ก็ถือกำเนิดในช่วงเวลาเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้ได้มีนิตยสารเกย์ชื่อ ‘บาระโซคุ’ (เผ่าพันธุ์กุหลาบ) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการใช้คำว่าบาระแทนเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย และต่อมาบรรณาธิการของนิตยสารบะระโซคุก็เป็นคนเริ่มแทนความรักระหว่างหญิงกับหญิงด้วยดอกลิลลี่ (ยูริ) ซึ่งล้อกับบาระซึ่งเป็นดอกไม้เหมือนกัน ทั้งยังเป็นชื่อที่นิยมตั้งให้เด็กผู้หญิงอย่างแพร่หลาย

 

ปฐมบทของยาโอย

กิลเบิร์ตและเซิร์ต ตัวละครหลักของเรื่อง Kaze to Ki no Uta การ์ตูนยาโอยเรื่องแรกของญี่ปุ่น

ต่อมาปี 1976 Kaze to Ki no Uta (บทประพันธ์แห่งแมกไม้และสายลม) การ์ตูนชายรักชายเรื่องแรกที่ก็ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารโชโจ คอมิก เป็นผลงานของอ.ทาเคมิยะ เคโกะ ที่เล่าเรื่องราวของกิลเบิร์ต ค็อกโต เด็กหนุ่มรูปงามในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งที่มีอันต้องร่วมหอลงเตียงกับเพื่อนหนุ่มรูมเมตที่ชื่อเซิร์ต เมตทัวร์ การ์ตูนเรื่องนี้ได้ผลตอบรับเปรี้ยงปร้างจากผู้อ่านหญิงหลังจากตีพิมพ์ไปได้เพียงไม่กี่ตอน จนสามารถรวมเล่มได้ถึง 17 เล่มจบ

ในขณะนั้นยังไม่มีคำเรียกประเภทการ์ตูนแนวชายรักชายมาก่อน จนกระทั่งในปี 1978 อ.คาตะ ยาซุโกะและอ.ฮัตสึ อากิโกะ สองนักเขียนการ์ตูนแนวบอยเลิฟได้ริเริ่มเรียกการ์ตูนแนวนี้ว่า ยาโอย  โดยล้อโครงสร้างโคลงจีนยุคเก่าซึ่งต้องประกอบด้วย คิ (บทนำ) โช (ดำเนินเรื่อง) เทน (จุดผกผัน) และ เคสุ (บทสรุป) แต่คำว่ายะโอะอินั้น ยะ มาจากคำว่า ยะมะนะชิ (ไม่มีจุดผกผัน) โอะ มาจากคำว่า โอะจินะชิ (ไม่มีประเด็น)  และอิ มาจากคำว่า อิมินะชิ (ไม่มีความหมาย) คำนี้ถูกใช้ครั้งแรกในนิตยสารคอมิก จูน ซึ่งถือเป็นนิตยสารการ์ตูนหัวแรกของญี่ปุ่นที่มีเนื้อหารักร่วมเพศทั้งเล่ม

นอกจากคำเรียกประเภทการ์ตูนแล้ว ยังมีคำเรียกบทบาทหน้าที่ของตัวละครอีกด้วย อย่างในการ์ตูนยาโอยจะมีคำเรียกฝ่ายรุกว่า “เมะ” หรือ “เสะเมะ” ส่วนฝ่ายรับเรียกว่า “เคะ” หรือ “อุเคะ” ต่างจากการ์ตูนยูริซึ่งไม่นิยมแบ่งฝ่ายแบบนั้น แต่จะเป็นการจับคู่คาแรกเตอร์มากกว่า เช่น เงียบขรึมกับสดใส รุ่นพี่กับรุ่นน้อง นักกีฬากับเด็กเรียน

พัฒนาการของการ์ตูนรักเพศเดียวกัน

เนื้อเรื่องของการ์ตูนยาโอยในยุคแรกเริ่มส่วนใหญ่จะเน้นความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเนื้อหาหลัก จึงมีฉากล่อแหลมค่อนข้างมาก ต่อมาในยุค 80 เนื้อหาจะเริ่มเปลี่ยนไปเน้นความรักโรแมนติก น่ารักอ่อนโยนมากกว่าความสัมพันธ์ทางเพศ เหมือนการ์ตูนรักทั่วไปเพียงเปลี่ยนคู่ตัวละครเอกเป็นคนเพศเดียวกัน

citrus เป็นการ์ตูนที่บอกเล่าความสัมพันธ์ของตัวเอกหญิงที่เริ่มหลงรักพี่สาวต่างพ่อ (ลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยเซ็นชู)

เมื่อถึงยุค 90 การ์ตูนแนวรักร่วมเพศเริ่มแตกแขนงและลงรายละเอียดลึกยิ่งขึ้น มีการขยายฐานผู้อ่านโดยการเขียนเนื้อหาให้สามารถตอบสนองผู้อ่านที่ต่างกัน เช่น ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่รักร่วมเพศ เนื้อเรื่องจะดำเนินบนสถานการณ์ในชีวิตประจำวันภายใต้บริบทที่สมจริง เช่น คนรอบข้างไม่ยอมรับความสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศ การต้องปกปิดรสนิยมของตนเอง

ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นเนื้อหาจะเข้มข้น ร้อนแรง ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่หรือวัยทำงานก็จะเน้นที่ความโรแมนติก ความรักที่บริสุทธิ์ อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ

ในยุคนี้เอง การ์ตูนรักร่วมเพศสามารถขยายฐานผู้อ่านจากเดิมที่มีประมาณ 1 แสนคนในญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนคน นอกจากนี้ยังมีการแปลการ์ตูนแนวนี้ด้วยภาษาต่างๆ เช่น จีน เกาหลี อังกฤษ สเปนไปยังต่างประเทศอีกด้วย

Innocent Romantica นายเอกได้พระเอกมาช่วยติวเข้ามหาวิทยาลัยและเริ่มคิดไกลเกินการเรียนพิเศษ

เมื่อเวลาผ่านไป การ์ตูนแนว LGBTQs ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ มีการ์ตูนหลายเรื่องที่ตั้งใจแต่งให้ตัวละครบางคู่มีความสัมพันธ์ไว้อย่างคลุมเครือเพื่อจับความนิยมของผู้อ่านที่ชอบ ‘จิ้น’ หรือจินตนาการเองว่าตัวละครคู่นั้นเป็นคู่รักร่วมเพศหรือไม่และช่วยให้การ์ตูนมีมุมที่น่าติดตามยิ่งขึ้น

จนในยุค 2000 ตัวละครในการ์ตูนวายไม่ได้แสดงพฤติกรรมอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ชวนจิ้นอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นคนที่มีความหลากหลายทางเพศอย่างเปิดเผย การ์ตูนที่มีตัวละครประเภทนี้เป็นตัวเอกก็มีมากขึ้น อย่างเช่น Innocent Romantica, Super Lover, พิมพ์หัวใจใส่รัก และเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดการ์ตูนจนถึงปัจจุบัน

ในปี 2017 ยอดจำน่ายนิยาย ซีดี มังงะ วิดีโอเกมการ์ตูนรักร่วมเพศสามารถทำรายได้ถึง 21.9 พันล้านเยนต่อปี คิดเป็น 1.12% จากมูลค่าตลาด 1,826 พันล้านเยนในปีเดียวกัน

มีเรื่องน่าสนใจคือการ์ตูนยาโอยเกือบทั้งหมดเขียนโดยนักเขียนหญิงและมุ่งเน้นผู้อ่านหญิง ในขณะที่การ์ตูนยูริก็จะเขียนโดยนักเขียนชายเพื่อผู้อ่านชาย เพราะผู้อ่านส่วนใหญ่ไม่นิยมอ่านความสัมพันธ์ระหว่างเพศของตนเอง บ้างอธิบายว่าอ่านแล้วรู้สึกขนลุก บ้างก็อธิบายว่าถ้าเป็นความรักของเพศตัวเองแล้วจะนึกภาพไม่ออกแล้วรู้สึกไม่อิน ในขณะที่ถ้าเป็นเรื่องของเพศอื่นก็จะจินตนาการเนื้อเรื่องอย่างไรก็ได้

LGBTQs ในโลกความเป็นจริง

แม้การ์ตูนแนวรักร่วมเพศจะได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังทำรายได้อย่างมหาศาล แต่เหรียญก็ยังคงมีสองด้าน ด้านหนึ่งสามารถแสดงออกถึงความหลากหลายทางเพศได้อย่างเต็มที่ แต่อีกด้านหนึ่งกลับต้องปกปิดไว้ไม่ให้ใครรู้…ในด้านของโลกแห่งความเป็นจริง

ย้อนกลับไปในยุคโบราณ ประเทศญี่ปุ่นเชิดชูความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายเป็นอย่างมาก ซามูไรทุกคนที่จะต้องเลือกเด็กผู้ชายหนึ่งคนมาคอยรับใช้ในทุกๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องบนเตียง โดยมีความเชื่อที่ว่าหากเหล่าซามูไรผูกใจกับเด็กที่ตนเลือกมารับใช้ได้ ทั้งสองฝ่ายจะช่วยปกป้องชีวิตซึ่งกันและกัน และจะมีแรงผลักดันให้ฮึดสู้จนสามารถชนะศัตรู เมื่อเด็กรับใช้อายุถึงเกณฑ์ที่จะเป็นซามูไรได้อย่างเต็มตัวแล้วก็สามารถเลือกไม่รับใช้ซามูไรคนนั้นต่อ และเลือกเด็กรับใช้เป็นของตัวเองได้

เมื่อเข้าสู่ยุคเมจิ ประเทศญี่ปุ่นต้องการปรับตัวให้ทัดเทียมกับโลกตะวันตกมากขึ้น จึงรับเอาวัฒนธรรมของตะวันตกมาค่อนข้างมาก แนวคิดจากฝั่งตะวันตกที่ความรักระหว่างผู้ชายเป็นเรื่องผิดบาปก็เข้ามามีอิทธิพลกับสังคมญี่ปุ่นด้วย นอกจากนี้ญี่ปุ่นมีค่านิยมชายเป็นใหญ่ในสังคม การที่ผู้ชายคนหนึ่งจะยอมเป็นรองผู้ชายอีกคนหนึ่งเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก กลายและปฏิบัติกันต่อมายาวนานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ผลสำรวจเมื่อปี 2015 โดยบริษัท Dentsu Inc. พบว่าในกลุ่มประชากรชายหญิงญี่ปุ่น อายุ 20 – 59 ปี จำนวน 70,000 คน มีผู้ยอมรับว่าตนเองเป็น LGBTQs 7.6% เมื่อสำรวจกลุ่มเด็กนักเรียนก็พบว่าในทุกห้องเรียนมี LGBTQs แม้ประชากรคนรักร่วมเพศจะมีอยู่ในทั่วไปและมีจำนวนมาก แต่การยอมรับของคนในสังคมญี่ปุ่นที่มีต่อคู่รักร่วมเพศนั้นติดลบจนน่าตกใจ เริ่มตั้งแต่การเรียนการสอนในญี่ปุ่น ครูที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมและต่อต้าน LGBTQs มักจะสอนนักเรียนเสมอว่าคนรักเพศเดียวกันคือพวกผิดธรรมชาติ ผิดจารีตศีลธรรม

หากคนกลุ่มนี้ถูกคนอื่นรู้ถึงรสนิยมทางเพศก็จะถูกล้อเลียน ทำให้อับอาย และถูกเลือกปฏิบัติจากคนในสังคมอย่างเห็นได้ชัด คู่รักร่วมเพศต้องคบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ บางคนถึงกับยอมแต่งงานกับผู้หญิงเพื่อปกปิดครอบครัวเรื่องรสนิยมทางเพศ

ฉากจากเรื่อง Takumi-kun Series ซึ่งมีคู่ตัวละครเกย์หลายคู่และถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนกลั่นแกล้ง

ผลการสำรวจของ Human Right Watch ในกลุ่มประชากร LGBTQs ญี่ปุ่น อายุต่ำกว่า 25 ปี จำนวน 450 คน พบว่า 86% ถูกเพื่อนล้อเลียน ถูกกลั่นแกล้งทั้งโดยวาจาและการกระทำ ซึ่งนั่นทำให้ผู้ที่มีรสนิยมรักร่วมเพศเลือกที่จะปกปิดเผยรสนิยมของตนเพื่อความสงบสุขในชีวิต ผลสำรวจโดยกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการสังคมเมื่อไม่นานมานี้ พบว่าในกลุ่มประชากร LGBTQs อายุ 10 – 19 ปี จำนวน 371 คน พบว่า 65% เคยคิดฆ่าตัวตาย โดยที่ 16% ลงมือทำร้ายตัวเองมาแล้ว

จากผลสำรวจออนไลน์โดย Japanese Trade Union Confederation (Rengo) เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ปี 2016  มีผู้ตอบแบบสอบถาม 1,000 คน ทั้งชายและหญิง อายุ 20 – 59 ปี โดย 8% ยอมรับว่าตนเองเป็น LGBTQ จากการสำรวจพบว่า 23% เคยพบเห็นการกลั่นแกล้งกลุ่มคน LGBTQ ในที่ทำงาน และ 1.3% เคยถูกกลั่นแกล้งมาแล้ว และเมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรหากรู้ว่าเพื่อนร่วมงานชอบเพศเดียวกัน พบว่าร้อยละ 35 ของทั้งหมดตอบว่ารู้สึกรังเกียจ คนที่ตอบเช่นนี้ 39.2% เป็นคนในวัย 50 ปี และ 28.4% เป็นคนในวัย 20 ปี

ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ

ท่ามกลางสภาพสังคมโดยรวมที่ยังไม่ยอมรับกลุ่ม LGBTQs เท่าไรนักก็ยังมีนิมิตหมายที่ดีอยู่บ้าง ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ในญี่ปุ่นก็มีการเคลื่อนไหวเพื่อกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศและมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างเช่นในปี 2017 นายโฮโซดะ โทโมยะ ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาคนแรกของญี่ปุ่นที่เป็นชายข้ามเพศในปี 2017

การเดินขบวน Tokyo Rainbow Pride 2017 ในชิบุยะ

นอกจากนี้เมืองซัปโปโร โอซาก้า เขตชิบุยะและเซตากายะของโตเกียวประกาศว่าจะออกใบรับรองคู่สมรสซึ่งจะเปิดให้คู่รักเพศเดียวกันมีสิทธิหลายๆ อย่างเหมือนกับคู่รักจดทะเบียนสมรสทั่วไป เช่น การซื้อประกันชีวิตสำหรับคู่แต่งงาน หรือใช้แพ็กเกจมือถือสำหรับครอบครัว ใบรับรองนี้ยังเป็นใบเบิกทางสำหรับการสมัครงานและเป็นการสนับสนุนให้ร้านค้า ธุรกิจ ให้เปิดรับคู่รักเพศเดียวกันมากขึ้น แม้ใบนี้จะไม่มีผลทางกฎหมายเหมือนกับใบสมรส อย่างน้อยก็ถือเป็นสัญญาณหมายที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าคนในสังคมยอมรับคู่รักร่วมเพศมากขึ้น

ไม่ว่าจะสื่อการ์ตูน LGBTQs ที่ค่อยๆ แพร่หลายและกลมกลืนกับการ์ตูนอื่นๆ ก็ดี หรือจะการเปลี่ยนแปลงเพื่อคนกลุ่มนี้ในสังคมจริงของญี่ปุ่นก็ดี เป็นสัญญาณที่บอกว่าพวกเขากำลังจะกำลังจะได้รับการยอมรับในฐานะมนุษย์คนหนึ่งมากยิ่งขึ้น อนาคตญี่ปุ่นที่สังคมจะมีความหลากหลายทางเพศก็คงเหมือนกับท้องฟ้าที่ค่อยๆ แจ่มใสขึ้น และกำลังจะทอดรุ้งยาวเป็นภาพอันสวยงามหลังจากที่ต้องเผชิญกับฝนกระหน่ำอย่างนาน

 

อ้างอิง wikipedia1, wikipedia2, wikipedia3, wikipedia4, wikipedia5, wikipedia6, allaboutjapan, ญี่ปุ่นโดยสังเขป

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.