home SCOOP [mangaka!] คิชิโมโตะ มาซาชิ ผู้สร้างตำนานนินจาจอมคาถาที่คนทั่วโลกหลงรัก

[mangaka!] คิชิโมโตะ มาซาชิ ผู้สร้างตำนานนินจาจอมคาถาที่คนทั่วโลกหลงรัก

นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ หรือ นารูโตะ เป็นหนึ่งในการ์ตูนจั๊มป์ที่เรียกได้ว่าเป็นเสาหลักของวงการการ์ตูนญี่ปุ่นยุคใหม่ที่ทำให้ทุกคนทั่วโลกได้รู้จักการ์ตูนญี่ปุ่นและเติบโตมาด้วยพร้อมกัน เรื่องราวของเด็กหัวหนามที่ใส่ชุดสีส้มสะดุดตาได้พาผู้อ่านในนานาประเทศไปผจญภัยในโลกแห่งนินจามานานกว่า 15 ปี สร้างเป็นตำนานการ์ตูนที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับสามในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นด้วยจำนวน 220 ล้านเล่ม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของชายคนหนึ่งที่ฝ่าฝันอุปสรรคมากมายเพื่อความใฝ่ฝันตั้งแต่เป็นเด็ก คนคนนั้นก็คืออ.คิชิโมโตะ มาซาชิ ค่ะ

ฝาแฝดนักเขียนการ์ตูน

ชีวประวัติของอ.คิชิโมโตะคงไม่สมบูรณ์แน่ๆ หากไม่กล่าวถึงน้องชายฝาแฝดของเขา อ.คิชิโมโตะ เซอิชิ กำเนิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 1974 กี่ไม่นาทีก่อนที่คิชิโมโตะ เซอิชิจะถือกำเนิดตามมา ที่จังหวัดโอโคยามะ ตลอดชีวิตวัยเด็ก สองพี่น้องคิชิโมโตะ มีความสนใจด้านการ์ตูนมาโดยตลอด เริ่มต้นช่วงประถมที่เขาวาดรูปตามอนิเมะเรื่องดร.สลัมป์ กับหนูน้อยอาราเล่ และโดราเอมอน ตามด้วยคินนุคุแมนและดราก้อนบอล หลังจากนั้นอ.คิชิโมโตะเริ่มสนใจไปถึงตัวอ.โทริยามะ จึงศึกษาผลงานและติดตามดราก้อนเควสต์ซึ่งอ.โทริยามะเป็นผู้ออกแบบงานศิลป์ด้วย

เมื่อขึ้นสู่ชั้นมัธยม สองพี่น้องคิชิโมโตะได้ว่างเว้นความสนใจจากการ์ตูนและหันไปเล่นกีฬาเบสบอลและบาสเก็ตบอลสักระยะ จนกระทั่งวันหนึ่ง ทั้งสองได้พบกับโปสเตอร์ของภาพยนตร์เรื่อง AKIRA และถูกใจฝีมืองานวาดของอ.โอโมโตะ คัตสึฮิโระเป็นอย่างมากจึงกลับมาสนใจการวาดการ์ตูนอีกครั้ง เพิ่มเติมคือครั้งนี้อ.คิชิโมโตะมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนที่เขียนงานได้แบบอ.โมโอโตะด้วย

จากนักอ่านสายแข็งสู่นักเขียนการ์ตูนโชเน็น

ดราฟต์แรกของนารูโตะก่อนถูกปรับแก้ไขเป็นอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน
คะระคุริ ผลงานเรื่องแรกของอาจารย์ที่ได้ตีพิมพ์

นอกจากจะชื่นชอบผลงานของอ.โทริยามะและอ.โอโมโตะซึ่งเป็นนักเขียนรุ่นใหญ่ทั้งคู่แล้ว อ.คิชิโมโตะสมัยวัยรุ่นยังติดตามการ์ตูนที่มีเนื้อหาเข้มข้นอีกหลายเรื่อง เช่น JIN-ROH, นินคู, ฤทธิ์ดาบไร้ปราณี (Blade of Immortal) และ Ghost In The Shell จนกระทั่งตอนเรียนปีสองที่มหาวิทยาลัยคิวชูซันเกียว เขาก็เริ่มลงมือวาดการ์ตูนเพื่อส่งเข้าประกวดกับนิตยสารโชเน็นจั๊มป์ แต่ก็พบว่าตนเองติดลายเส้นการ์ตูนผู้ใหญ่เกินไปซึ่งจะไม่ตรงกับกลุ่มผู้อ่านของจั๊มป์ซึ่งเป็นเด็กรุ่น เขาพยายามปรับลายเส้นของตนเองให้เด็กลงโดยการศึกษางานคาแรกเตอร์ดีไซน์ในอนิเมะเรื่องต่างๆ จนกระทั่งมีโอกาสได้พบกับนิชิโอะ เท็ตสึยะ ผู้ดีไซน์ตัวละครให้อนิเมะของนินคูซึ่งเป็นการ์ตูนเรื่องโปรดของเขาในสมัยก่อน นิชิโอะได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ช่วยให้อ.คิชิโมโตะปรับลายเส้นจนเข้ากับจั๊มป์ได้

ในปี 1995 อ.คิชิโมโตะได้ส่งผลงานเรื่องคะระกุริกับสำนักพิมพ์ชูเอย์ชะและได้ติดอันดับในรางวัล HOP☆STEP แต่ไม่ได้รับรางวัล ในปีต่อมา จากนั้นก็ได้บ.ก.ยาฮากิ โคสุเกะ มาเป็นผู้ดูแลต้นฉบับคนแรกและได้เขียนเรื่องสั้นออกมาหลายแนว เช่น มิจิกุสะ ซึ่งเป็นแนว slice of life เอเชียนพังก์ ซึ่งเป็นแนวแอ็กชัน และ นารูโตะ ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กผู้ชายที่แปลงร่างเป็นจิ้งจอกได้ แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

ลุ่มๆ ดอนๆ แล้วบานสะพรั่ง

‘มาริโอ’ วันช็อตที่สุดท้ายก็ถูกนำมาเขียนจนเสร็จและตีพิมพ์ในนิตยสารจั๊มป์สแควร์ในปี 2013

ในปี 1997 อ.คิชิโมโตะกำลังยุ่งกับการเตรียมการเขียนให้คะระกุริเป็นเรื่องยาวก็มีงานวันช็อตที่ได้รับมอบหมายให้ลงโชเน็นจั๊มป์รายสัปดาห์เข้ามาแทรกกระทันหัน เมื่อถึงคราวที่คะระกุริได้เดบิวต์สองสัปดาห์หลังจากนั้นในโชเน็นจั๊มป์ เล่ม 4-5 ของปี 1998 ปรากฎว่าคะระกุริได้รับผลตอบรับย่ำแย่มากจนถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว

อ.คิชิโมโตะถึงขั้นคิดหันไปเอาดีทางการ์ตูนเซย์เน็น โดยได้ร่างวันช็อตของการ์ตูนเบสบอลเรื่อง ยะคิวโอ และการ์ตูนมาเฟียเรื่อง มาริโอ รวมถึงเขียนสตอรีบอร์ดเรื่อง เมจิกมัชรูม ซึ่งเป็นผลงานแนวโชเน็นทิ้งทวนเป็นเรื่องสุดท้าย แต่ทั้งหมดก็ถูกพับเก็บไปเสียก่อนเมื่อบ.ก.ยาฮากิขอให้ลองทบทวนเรื่องการเขียนซีรีส์อีกครั้ง โดยทั้งสองก็ตกลงหยิบเอานารูโตะมาปัดฝุ่นเขียนสตอรีบอร์ดใหม่ 3 ตอน ก่อนจะได้ไฟเขียวจากสำนักพิมพ์ให้ตีพิมพ์ในโชเน็นจั๊มป์รายสัปดาห์ เล่มที่ 43 ในปี 1999 และกลายเป็นการ์ตูนระดับดาวค้างฟ้าของจั๊มป์เป็นต้นมา

ส่วนน้องชายฝาแฝดของเขา อ.คิชิโมโตะ เซอิชิ ก็ได้เดบิวต์ในนิตยสารกังกัง พาวเวอร์ ของสแควร์อีนิกซ์ในปี 2001 และได้ให้กำเนิดซีรีส์ 666 ซาตาน ในปีเดียวกัน

เรื่องเล่าของนินจาคาถา

ต้นกำเนิดที่แท้จริงของนารูโตะเริ่มต้นตั้งแต่สมัยอ.คิชิโมโตะยังเรียนมหาวิทยาลัย เขาชอบกินราเม็งมากและเป็นขาประจำของร้านอิจิราคุซึ่งอยู่หน้ามหาวิทยาลัย (และต่อมาร้านนี้ก็เป็นร้านโปรดของนารูโตะด้วย) อาจารย์คิดเรื่องให้นารูโตะเป็นเด็กหนุ่มนักทำราเม็งในการ์ตูนทำอาหาร แต่บ.ก.ฮายากิบอกว่าไม่รอดแน่ จึงได้เปลี่ยนไอเดียมาเป็นการ์ตูนแนวภูติผีที่นารูโตะเป็นมนุษย์จิ้งจอกที่เสกให้มนุษย์คนอื่นกลายร่างได้ และกลายเป็นนารูโตะเวอร์ชันวันช็อตซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสารอะกะมะรุ จั๊มป์ ในปี 1997

แม้จะต้องปัดฝุ่นนารูโตะเสียใหม่เพื่อเสนอตีพิมพ์เป็นซีรีส์ อาจารย์ก็ไม่สามารถละทิ้งความสนใจจากเรื่องตำนานท้องถิ่นของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับนินจา เขามองว่าตอนนั้นในจั๊มป์ก็มีเรื่องนินคูอยู่แล้วจึงพยายามหาหัวข้ออื่นที่ไม่ซ้ำกัน อ.คิชิโมโตะได้ค้นคว้า เข้าห้องสมุด และหาการ์ตูนอ่านในทุกหัวข้อที่เขานึกได้ แต่สุดท้ายก็ยังคงเลือกนินจาเป็นธีมหลักและพยายามทำออกมาให้ดีที่สุด

นารูโตะ รอบกำหนดใหม่ครั้งนี้อาจารย์ได้ปรับปรุงรายละเอียดมากมาย โดยได้ใส่ความเป็นนินจาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และสร้างโลกใหม่ที่ฉีกแนวจากนิยามของนินจาต้นตำรับ คือมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เท่าที่วิชานินจาสร้างขึ้นไม่ได้ (ต่างจากวรรณคดีดั้งเดิมที่เซ็ตติ้งของโลกจะเป็นยุคคลาสสิกที่ไม่มีเทคโนโลยีใดๆ) ตัวนารูโตะก็ถือเป็นความจงใจแหวกแนวเช่นกัน คือเป็นคนหัวทึบแต่เริงร่าบ้าบิ่น ขัดกับนินจาแบบเดิมที่เป็นนักฆ่าที่เคร่งขรึมและเยือกเย็น ทั้งยังสวมชุดสีส้มสะดุดตา ขัดกับยูนิฟอร์มของนินจามาตรฐานที่เป็นชุดพรางสีทึบและปิดมิดชิดเหลือเพียงช่องตา

“นารูโตะใส่ชุดสีส้มแปร๋นอารมณ์แบบว่า “เฮ้ย ฉันอยู่นี่” ซึ่งมันขัดกับมาตรฐานที่นินจาควรปฏิบัติสุดๆ! แต่ผมก็คิดว่าทำไมเราไม่ทำให้นี่เป็นนินจาแนวใหม่ไปเลยล่ะ เคยมีเหมือนกันที่คอนินจาสายแข็งเขาก็ยี้ เนี่ยนะนินจา ไปไกลๆ เลย ซึ่งก็แน่แหละ นี่มันไม่ใช่สิ่งที่นินจาควรเป็นสักนิด (หัวเราะ)”

– อ.คิชิโมโตะให้สัมภาษณ์ในงานนิวยอร์ก คอมิก คอน ในปี 2015

คู่แข่งตลอดกาลคืออ.โอดะ

การ์ตูนอีกเรื่องหนึ่งที่ครองตำแหน่งท็อปตลอดกาลของจั๊มป์ก็คือ วันพีซ ของอ.โอดะ เออิจิโร ซึ่งเกิดในปีเดียวกันและอายุเท่ากับอ.คิชิโมโตะ แต่ได้เดบิวต์ในจั๊มป์ก่อน สำหรับอ.คิชิโมโตะ อ.โอดะจึงเป็นคู่แข่งคนสำคัญที่อยากเอาชนะให้ได้ และเขาก็ทึ่งไม่น้อยที่หลังจากเขียนนารูโตะจบแล้วก็ได้ทราบว่าอ.โอดะก็มองอ.คิชิโมโตะเป็นคู่แข่งเช่นเดียวกัน

แต่ในขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนร่วมตำแหน่งร่วมวงการของทั้งสองคนนี้ก็เหนียวแน่นอย่างแยกขาดกันไม่ได้ นอกจากจะได้พบปะและพูดคุยกันเป็นประจำแล้ว อ.คิชิโมโตะเคยให้สัมภาษณ์ว่าที่นารูโตะสำเร็จได้ในทุกวันนี้ก็เพราะมีวันพีซ เพราะทั้งสองทั้งเป็นทั้งมิตรและคู่แข่งต่อกัน เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งงัดไม้เด็ดออกมาในเรื่อง อีกฝ่ายก็ต้องคิดหาไม้เด็ดมางัดข้อด้วยเสมอ

ในวันพีซตอนที่ 700 (ตอนอวสาน) ภาพปกของตอนเป็นภาพภูเขาแกะสลักหน้านารูโตะซึ่งถูกสีเขียนทับว่า “ไอ้บ้า” พร้อมวาดลายโลโก้ของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ในเวลาเดียวกัน ปกตอนของวันพีซในตอนที่ 766 ซึ่งวางแผงพร้อมกับตอนอวสานของนารูโตะก็เป็นภาพลูฟี่กำลังกินราเม็งกับตัวละครซึ่งน่าจะเป็นนารูโตะ บ่งบอกถึงความแน่นแฟ้นของนักเขียนทั้งสองท่านนี้เป็นอย่างดี

นักเขียนผู้คงเส้นคงวา

อ.คิชิโมโตะเป็นนักเขียนการ์ตูนอีกท่านหนึ่งที่ขึ้นชื่อด้านความสม่ำเสมอเป็นอย่างมาก ตั้งแต่สมัยก่อนตีพิมพ์ อาจารย์เล่าว่าในทุกไตรมาสจะมีการประชุมนัดสำคัญของบรรณาธิการระดับสูงของจั๊มป์ว่าจะเลือกเรื่องไหนมาตีพิมพ์ เรื่องที่ถูกเลือกจะได้ตีพิมพ์ตอนที่หนึ่งในเดือนต่อมา แต่ปรากฎว่านารูโตะกลับถูกกำหนดให้ตีพิมพ์พร้อมกับการ์ตูนที่ได้รับเลือกในการประชุมนัดถัดไป โดยเหตุผลใดที่อ.คิชิโมโตะก็ยังไม่ทราบ แต่ช่วงเวลาว่างนานกว่า 3 เดือน อาจารย์ก็ได้ปรับปรุงต้นฉบับซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเขียนต้นฉบับตุนไปถึง 8 ตอนแล้วเพื่อให้พอถึงเวลาจริงจะได้ไม่บีบรัดมากและสามารถโฟกัสกับการเขียนเรื่องให้เป็นไปตามที่ตั้งใจ

จนถึงช่วงใกล้จบช่วงปี 2014 อาจารย์ก็ถูกผู้ใหญ่ในสำนักพิมพ์ร้องขอแกมกดดันว่าอย่าเพิ่งรีบจบเพราะนารูโตะเป็นการ์ตูนตัวท็อปขายดีของสำนักพิมพ์ แต่เขาก็ยืนกรานที่จะให้จบตามเนื้อเรื่อง ณ จังหวะที่ดีที่สุดตามที่เขาวางไว้ตั้งแต่แรก

แม้แต่กระบวนการวาดก็เช่นกัน ถึงปัจจุบันการวาดการ์ตูนในคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์วาดอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จะเข้ามามีบทบาทและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่สำหรับอ.คิชิโมโตะแล้ว ตั้งแต่ร่างไอเดีย เขียนสตอรีบอร์ด ตัดเส้นจริง ติดสกรีนโทน จนถึงทำต้นฉบับจนเป็นงานสำเร็จล้วนเป็นงานที่ทำด้วยมือทั้งหมด อาจารย์เคยยอมรับว่าการเขียนการ์ตูนด้วยมือทั้งหมดนั้นทั้งใช้เวลาและมีต้นทุนสูง และแนะนำว่าสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเขียนการ์ตูนก็ควรเริ่มต้นวาดแบบดิจิตอลไปเลย

“ผมเป็นคนอะนาล็อกทีเดียว ไม่วาดในคอมแม้แต่น้อย ที่ทำงานของเรายังคงมีสกรีนโทนสารพัดลายสารพัดเฉดกองเต็มไปหมด แต่ไม่ใช่ผมทำคนเดียวหรอกนะ ทีมผู้ช่วยเราก็ช่วยกันทำ แต่มันก็เพลินดีนะ”

“แต่ก็จำไว้ว่าไม่มีซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ในโลกนี้หรอกที่ช่วยให้คุณแต่งเรื่องดีๆ ขึ้นมาได้”

เรื่องราวของอ.คิชิโมโตะ มาซาชินั้นมีอะไรที่น่าสนใจและประทับใจสมความยิ่งใหญ่ของนารูโตะจริงๆ ถึงนารูโตะจะอวสานไปแล้ว แต่เชื่อว่าผลงานของอาจารย์จะยังคงตราตรึงในใจของผู้อ่านทั่วโลกตลอดไปค่ะ

อ้างอิง ANN, ANN, wikipedia

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.