home FEATURED, SCOOP [mangaka!] โซราจิ ฮิเดอากิ : อาจารย์ลิงผู้ให้กำเนิดโลกซามูไรสุดเพี้ยน

[mangaka!] โซราจิ ฮิเดอากิ : อาจารย์ลิงผู้ให้กำเนิดโลกซามูไรสุดเพี้ยน

หากคลุกคลีอยู่กับการ์ตูนญี่ปุ่นมานานพอ ไม่ว่าใครก็ย่อมต้องเคยได้ยินชื่อ กินทามะ มังงะซามูไรสุดฮาที่เที่ยวล้อเลียนคนอื่นไปทั่วจนกลายเป็นตำนานมากมาย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ยืนหยัดอยู่ในนิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์เป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปีได้ ด้วยเอกลักษณ์ที่แนวเรื่องแม้จะดูมั่วซั่วตีกันไปหมด ตลกบ้าง แอคชันบ้าง บางทีก็ดราม่า ไหนจะเอาเรื่องแนวย้อนยุคมาผสมความเป็นไซไฟแบบอนาคตเข้าไปอีก แต่ก็ยังคงความสนุกสนานจนมีแฟนๆ ติดตามอย่างเหนียวแน่น และผู้ที่ให้กำเนิดเหล่าสมาชิกร้านรับจ้างสารพัดนี้ก็คือนักเขียนการ์ตูนที่แทนตัวเองด้วยลิงกอริลล่า อาจารย์โซราจิ ฮิเดอากินั่นเอง

 

โซราจิ ฮิเดอากิ (空知 英秋 – Sorachi Hideaki) คือนักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่นเจ้าของผลงานแอคชันคอเมดี้ไซไฟย้อนยุคสุดฮิตอย่างกินทามะ อาจารย์โซราจิเกิดที่เขตโซราจิ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งชื่อเมืองเกิดนั้นก็ได้กลายมาเป็นนามปากกาของตัวเอง ส่วนฮิเดอากินั้นเป็นชื่อจริงของอาจารย์

จุดเริ่มต้นที่ทำให้อาจารย์โซราจิสนใจในการเขียนการ์ตูนนั้นนอกจากการติดตามอ่านนิตยสารโชเน็นจัมป์มาตั้งแต่สมัยอนุบาลแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะได้รับอิทธิพลมาจากการดูการ์ตูนเรื่อง ลาพิวต้า พลิกตำนานเหนือเวหา (Tenkuu no Shiro Laputa | Studio Ghibli | 1986) ในวัยเด็กและชื่นชอบมาก แต่ถ้าถามถึงภาพยนตร์อนิเมะเรื่องโปรดแล้ว อาจารย์โซราจิมักจะตอบว่าเป็นเรื่อง แม่มดน้อยกิกิ (Majo no Takkyuubin | Studio Ghibli | 1989) และการ์ตูนมังงะเรื่องโปรดคือ ดราก้อนบอล (โทริยามะ อากิระ) กับ สแลมดังก์ (อิโนะอุเอะ ทาเคฮิโกะ)

 

Dandelion ผลงานอย่างเป็นทางการชิ้นแรกของอาจารย์โซราจิ เป็นการ์ตูนมังงะตอนเดียวซึ่งลงในนิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ในปี 2002 เรื่องราวเกี่ยวกับทัมบะ เท็ตสึโอะ เทวดาแห่งหน่วยแดนดิไลออนผู้มีหน้าที่คอยตามเก็บวิญญาณเพื่อไปยังสวรรค์และ คุโรงาเนะ มิซากิ หัวหน้าหน่วยแดนดิไลออน ทั้งคู่ได้ทำตามคำขอของวิญญาณชายแก่ผู้หนึ่ง แต่กลับต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องไม่คาดฝันขึ้นแทน

เรื่องถัดมาคือ Shirokuro ในปี 2003 ซึ่งก็เป็นมังงะตอนเดียวจบเช่นกัน โดยภายในเรื่องนี้ได้พูดถึง ซาคาตะ โทมิโกะ เด็กสาวผู้สูญเสียแม่ที่เป็นนักปราบผีมืออาชีพไปเนื่องจากทำงานหนัก ทำให้ต้องอยู่กับพ่อเพียงสองคน ตนเองได้รับวิชาสาปแข่งต่อมาจากแม่และก็ได้ใช้วิชานั้นเพื่อหาเงินให้ตนเอง แต่วันหนึ่งก็ได้พบกับ ยามาโมโตะ โกโร่ซาเอมอน ชายหนุ่มผู้ที่ไม่ใช่ทั้งมนุษย์และปีศาจ ได้เข้ามาห้ามไม่ให้โทมิโกะสาปแช่งใครอีก

ในเวลาต่อมา Dandelion และ Shirokuro ทั้งสองเรื่องก็ได้ถูกนำไปลงในรวมเล่มฉบับที่ 1 และ 2 ของกินทามะตามลำดับในฐานะตอนพิเศษ

 

หลังจากที่ลงการ์ตูนตอนเดียวจบไปสองครั้งแล้ว อาจารย์โซราจิก็ได้รับโอกาสให้เขียนการ์ตูนแบบลงตีพิมพ์ต่อเนื่อง เนื่องจากกองบรรณาธิการต้องการการ์ตูนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชินเซ็นกุมิมาตีพิมพ์ลงในนิตยสาร หลังจากปรับแก้โครงเรื่องคร่าวๆ แล้วในปลายปี 2003 จึงได้เกิดมาเป็นกินทามะที่เรารู้จักกันดีในทุกวันนี้

กินทามะเป็นการ์ตูนแอคชันคอเมดี้ที่มีฉากเป็นเมืองเอโดะ เมืองหลวงเก่าในประเทศญี่ปุ่น แต่กลับมีเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่เหมือนหลุดออกมาจากอนาคตเดินเพ่นพ่าน ภายในเรื่องได้พูดถึงเหล่าสมาชิกในร้านรับจ้างสารพัดกินจัง โดยมี ซาคาตะ กินโทกิ ตัวเอกของเรื่องเป็นหัวหน้า กินโทกินั้นเดิมทีเป็นซามูไรที่เคยถูกขนานนามว่าชิโรยาฉะ หรืออสูรขาว ด้วยฝีมือที่เก่งกาจ แต่เนื่องจากเหตุการณ์ในอดีตทำให้ซามูไรนั้นถูกห้ามพกพาดาบอีกต่อไป กินโทกิจึงได้ล้มเลิกการเป็นซามูไรและมาเปิดร้านรับจ้างสารพัด ร้านที่ยอมรับงานทุกชนิดขอเพียงมีเงินจ่ายเท่านั้น

ในช่วงแรกที่กินทามะเริ่มตีพิมพ์นั้นไม่ได้รับความนิยมมากนัก ประกอบกับการแข่งขันภายในนิตยสารค่อนข้างสูง ทำให้ภายในกองบรรณาธิการของโชเน็นจัมป์ไม่คิดว่าจะสามารถอยู่รอดในนิตยสารฉบับนี้ได้ แต่เมื่อลงครบ 10 ตอนก็รอดจากการจัดอันดับมาได้แบบหวุดหวิด หลังจากนั้นตอนที่ 11 เป็นต้นไป เขาก็เริ่มจริงจังในการเขียนมากขึ้นจนความนิยมค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ

ฉบับรวมเล่มฉบับแรกสุดนั้นได้วางจำหน่ายพร้อมๆ กันกับเรื่อง Death Note จึงได้ตีพิมพ์มาเพียง 30,000 เล่มเท่านั้น แต่ก็ขายหมดภายในวันเดียว หลังจากนั้นโซราจิจึงได้พยายามมากขึ้นเพื่อจะเพิ่มความนิยมของการ์ตูนให้สูงขึ้น แต่หลังจากที่ฉบับรวมเล่มฉบับที่ 3 วางจำหน่าย เขาก็ได้รู้สึกตัวว่าเขาไม่มีมุกหรือไอเดียใหม่ๆ เลย

โซราจิเชื่อว่าความนิยมของการ์ตูนเรื่องนี้มีผลมาจากละครย้อนยุคซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มชินเซ็นกุมิที่ฉายอยู่ ณ ขณะนั้น ในช่วงปีแรกเขาจึงได้มุกและไอเดียมาจากละครค่อนข้างเยอะ ในปีที่สองเขาจึงเริ่มเขียนเนื้อหาให้แยกออกมาจากละครมากยิ่งขึ้น พยายามคิดเนื้อเรื่องและคอนเซปต์ใหม่ๆ รวมทั้งสร้างโครงเรื่องให้ยาวมากยิ่งขึ้นโดยการใส่เนื้อเรื่องส่วนที่จริงจัง ในขณะเดียวกันก็พยายามคงส่วนเฮฮาเอาไว้

ในเดือนเมษายนปี 2006 กินทามะก็ได้ถูกนำไปสร้างเป็นอนิเมะทีวี และฉายต่อเนื่องยาวนานจนถึงเดือนมีนาคม 2010 หลังจากนั้นก็ถูกสร้างเป็นซีซันที่ 2, 3, 4 และ 5 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2017 รวมทั้งฉบับภาพยนตร์อนิเมะ กินทามะ เดอะมูฟวี่ กำเนิดใหม่ดาบเบนิซากุระ ที่ฉายในปี 2010 และ กินทามะ เดอะมูฟวี่ บทสุดท้าย : กู้กาลเวลาฝ่าวิกฤตพิชิตอนาคต ที่ฉายในปี 2013 และล่าสุดนี้ก็ได้เป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอคชัน Gintama ซามูไรเพี้ยนสารพัด ที่เข้าฉายในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2017 ที่ผ่านมา และกำลังจะเข้าฉายในไทยวันที่ 17 สิงหาคมนี้ เรียกได้ว่าคุณกินและเหล่าสมาชิกร้านรับจ้างสารพัดได้เดินทางมาไกลเกินความคาดหมายของหลายๆ คนไปมาก

ผมไม่รู้ว่าคนอ่านชอบอะไรในกินทามะกันบ้าง แต่ขอแค่พวกเขาอยากจะอ่าน ผมก็รู้สึกดีใจมากแล้ว

แม้อาจจะไม่ได้มีจุดเริ่มต้นที่สวยหรู ไม่ได้มีแรงบันดาลใจที่แรงกล้าเหมือนกับหลายๆ คน แต่โซราจิ ฮิเดอากิ ก็เป็นหนึ่งในนักเขียนการ์ตูนจำนวนน้อยที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคและการแข่งขันอันดุเดือดทั้งในนิตยสารโชเน็นจัมป์ และในอุตสาหกรรมการ์ตูนของประเทศญี่ปุ่น จนสามารถอยู่รอดและผลิตการ์ตูนชั้นแนวหน้าได้ยาวนานมากกว่า 10 ปี

 

ข้างๆ ทะเลสาบโทยะ หรือ 洞爺湖 นั้นมีห้างสรรพสินค้าเอจิโงยะอยู่ ซึ่งในร้านขายของฝากที่นั่นมีดาบไม้ขายอยู่ โดยผู้ที่ซื้อนั้นสามารถนำมาให้ร้านสลักคำว่า 洞爺湖 (ทะเลสาบโทยะ) แบบเดียวกันกับของกินโทกิได้ ตัวอาจารย์โซราจิเองเคยไปทัศนศึกษาที่ทะเลสาบโทยะมาเหมือนกัน แต่ในตอนนั้นไม่ได้ซื้อดาบไม้ที่ว่านั่นมาเลย ในภายหลังก็ได้จากร้านนั้นในฐานะของฝากแทน

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.