นักแสดงของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเติบโตมาจากการเล่นไลฟ์แอ็กชัน เช่นเดียวกับหนุ่มคนนี้ที่เราจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักนั้นเข้าวงการมาตั้งแต่เด็ก และก็ยึดการแสดงเป็นอาชีพมาจนถึงปัจจุบัน ฝีมือการแสดงของเขาแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะสามารถกล้า บ้า รั่วได้อย่างไม่เกรงใจความหน้าตาดีของตัวเองเลยแม้แต่น้อย รับเล่นภาพยนตร์ ซีรีส์ ละครเวทีมาอย่างหลากหลาย ตั้งแต่เล่นเป็นลูก เป็นผู้ชายในฝันของใครหลายคน รวมถึงเล่นเป็น drag queen ก็ทำมาแล้ว นั่นก็คือ มิอุระ ฮารุมะ ค่ะ

มิอุระฮารุเริ่มเข้าสู่เส้นทางนักแสดงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ด้วยการเป็นนักแสดงช่องของสถานี NHK ผลงานเดบิวต์ในจอแก้วของเขาคือเรื่อง Agri (1997)

ต่อมาก็ได้เดบิวต์เป็นศิลปินสังกัด Amuse ออกผลงาน Street Band ในนาม Brash Brats

นักแสดงวัยรุ่นของญี่ปุ่นหลายคนมักจะเติบโตและมีชื่อเสียงมาจากภาพยนตร์ ซีรีส์ไลฟ์แอ็กชัน ซึ่งฮารุมะเองก็ผ่านการแสดงผลงานไลฟ์แอ็กชันมาอย่างมากมาย และสร้างชื่อเสียงให้กับเขาหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น

Sky Of Love (2007)

Sky Of Love เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากมังงะชื่อดัง ลิขสิทธิ์ไทยโดยบงกช พับลิชชิ่ง  เรียกว่าเป็นผลงานสร้างชื่อเสียงให้กับฮารุมะเลยก็ว่าได้

ฮารุมะรับบทเป็น ฮิโรกิ เด็กหนุ่มที่ทำให้คนญี่ปุ่นทั้งประเทศต้องเสียน้ำตา ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวครั้งแรกก็ขึ้นเป็นอันดับ 2 ใน Box office และใช้เวลาไม่กี่วันก็ขึ้นมาเป็นอันดับ 1

เรื่องราวเกี่ยวกับ มิกะ นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีหนึ่งที่แอบหลงรักเพื่อนร่วมชั้นเรียน ฮิโรกิ จากเด็กสาวธรรมดาที่ไม่เคยมีความรักกลับกลายเป็นความรักที่สุดแสนจะลึกซึ้ง แต่แล้วฮิโรกิกลับทิ้งเธอไปอย่างไม่มีเหตุผล มิกะเสียใจมากและความรักครั้งนั้นกลายเป็นบาดแผลฝังลึกจนยากที่จะเปิดใจรับความรักครั้งใหม่ แต่เมื่อเธอได้เจอกับ ยู ชายหนุ่มที่เพียรทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เห็นเธอมีความสุจข มิกะ ก็เริ่มใจอ่อน จนยอมคบกับเขา แต่แล้วในคืนวันคริสต์มาสอีฟแรกที่ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน มิกะก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่ฮิโรกิต้องทิ้งเธอไป และเป็นเหตุผลที่ทำให้คนดูอย่างเราเสียน้ำตากันเป็นลิตรเลยทีเดียว

Bloody  Monday (2008)

อีกหนึ่งไลฟ์แอ็กชันซีรีส์ที่โด่งดังถึงขนาดต้องทำต่อซีซัน 2 ตามที่แฟนๆ ละครเรียกร้องก็คือเรื่อง Bloody  Monday มังงะลิขสิทธิ์ไทยโดยวิบูรณ์กิจ

ฮารุมะรับบทเป็นทาคางิ ฟุจิมารุ นักเรียน ม.5 หรือ ฟอลคอน แฮ็กเกอร์ในตำนานถูก THIRD-i  องค์กรปราบปรามอาชญากรรมของญี่ปุ่นขอให้ช่วยแฮ็กระบบของกองทัพรัสเซียเพื่อหาความจริงเกี่ยวกับการที่ผู้คนในเมืองเมืองหนึ่งของรัสเซียหายไปด้วยอาวุธชีวภาพ 

ทว่าครั้งนี้กลายเป็นญี่ปุ่นที่ต้องมีชะตากรรมแบบรัสเซีย ฟุจิมรุจึงได้เข้าช่วยตามล่าหาผู้ก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพที่นำมาจากรัสเซียซึ่งใช้รหัสลับว่า Bloody Monday
ฟอลคอน ต้องต่อสู้กับ บลูเบิร์ด แฮ็กเกอร์ของผู้ก่อการร้ายและสืบจนรู้ว่าผู้ก่อการร้ายเป็นกลุ่มลัทธิมีหัวหน้าชื่อ J บงการอยู่ โดยผู้ก่อการร้ายได้พยายามช่วยเจ้าลัทธิซึ่งเป็นพ่อ ของ J แหกคุกออกมา ทั้งนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ลัทธินี้เคยถูกทำลายโดยฟอลคอนเนื่องจากเป็นคนแฮ็กข้อมูลสำคัญและนำไปบอก THIRD-i 

ลัทธินี้ต้องการตั้งตนเป็นพระเจ้าด้วยการปล่อยเชื้อโรค Bloody-X ออกไปในญี่ปุ่น ส่วนคนที่เข้าลัทธิจะรอดเพราะได้เตรียมยาต้านไวรัสไว้เรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่ทำให้คนดูนั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว ต้องคอยลุ้นอยู่ตลอดเวลาว่าฟอลคอนจะแฮ็กได้สำเร็จหรือไม่ จะถูกจับได้หรือเปล่า

ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู ซีซัน 3 (2008)

ซีรีส์เรื่องนี้ถือว่าดังพลุแตกในไทยมากๆ มีทั้งหมด 3 ภาค และเคยทำเป็นภาพยนตร์ Gokusen: The Movie ด้วยซึ่งฮารุมะรับบทเป็น คาซามะ เร็น เด็กนักเรียนในห้อง 3-D ที่ไม่มีอาจารย์คนไหนอยากมาสอนในภาค 3 และในภาพยนตร์

เรื่องราวในภาคนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่โรงเรียนมัธยมชิโรคินถูกปิดตัวลง อาจารย์ทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปหางานทำใหม่ โกโระ ซาวาตาริ ได้ย้ายมาเป็น หัวหน้าอาจารย์อยู่ที่โรงเรียนมัธยมคุโรกิน โรงเรียนชื่อดังที่รวมเหล่านักเรียนหัวกระทิทั้งนั้น เว้นแต่นักเรียนมัธยมห้อง 3-D ที่ไม่มีอาจารย์ประจำชั้นคนไหนรับมือได้ ด้วยความเฮ้วและไม่เชื่อใจในตัวอาจารย์ นักเรียนทุกคนในห้องจึงใช้เวลาสูญเปล่าไปวันๆ และอาจารย์ประจำชั้นชายคนล่าสุดก็เพิ่งถูกหามส่งโรงพยาบาลไปเพราะฝีมือเด็ก ห้อง 3-D

ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงมีคำสั่งให้ โกโระ ซาวาตาริ หาอาจารย์ประจำชั้นคนใหม่โดยติดต่อไปยังสำนักงานจัดหาครูที่มีคุณสมบัติ สามารถรับมือกับเด็กห้อง 3-D ได้ โกโระ ซาวาตาริจึงตกลงให้อาจารย์ผู้ชายมาเป็นอาจารย์ประจำชั้น แต่ดันเกิดความผิดพลาดกลายเป็นได้ ยามากุจิ คุมิโกะ  ที่เพิ่งจะตกงานจากการเป็นครูสอนนักเรียนอนุบาล มาเป็นอาจารย์ประจำชั้นห้อง 3-D งานนี้ทำให้เธอรู้สึกดีใจอย่างมากที่จะมีโอกาสกลับไปเป็นอาจารย์ประจำ โรงเรียนมัธยมดั่งที่เธอใฝ่ฝันไว้

ก่อนที่จะไปพบนักเรียนห้อง 3-D ซาวาตาริ ได้ย้ำเธอว่าให้ดูแลเด็กๆเหล่านี้เป็นเวลาเพียง 3 เดือนก่อนที่พวกเขาจะจบการศึกษาเท่านั้น ห้ามไปยุ่งย่ามเรื่องส่วนตัวของเด็กนักเรียนทุกคนเป็นอันขาด หากมีเรื่องขึ้นมา เด็กๆเหล่านั้นอาจจะถูกไล่ออกและไม่จบการศึกษา

เมื่อ คุมิโกะ ยามากุจิ ได้พบกับเด็กนักเรียนห้อง 3-D ทั้ง 27 คน ก็พบว่ามีแต่เด็กเกเรไม่ยอมเชื่อฟังในสิ่งที่เธอพูด เธอพยายามให้กำลังใจตนเองทุกครั้ง สาเหตุที่เด็กนักเรียนห้อง 3-D ไม่ชอบอาจารย์ทุกคนเนื่องจากพวกเขาไม่ไว้วางใจ เพราะอาจารย์ส่วนใหญ่ไม่มีความจริงใจให้กับลูกศิษย์ แต่สำหรับ คุมิโกะ ยามากุจิ เธออยากให้ลูกศิษย์ในห้อง 3-D เข้าใจและมั่นใจในตัวเธอ ดังนั้นเธอจึงให้ความสำคัญกับเด็กนักเรียนในห้องทุกคนและมองว่าเด็กนักเรียนที่มีค่าสำหรับเธอ

Crows Zero II (2009)

เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ทำให้สาวๆ อดร้องกรี๊ดให้กับความเท่ของฮารุมะไม่ได้จริงกับบท บิโตะ ทัตสึยะ เพราะนอกจากจะได้เห็นฮารุมะย้อมผมสีทองที่ไม่ว่าเห็นเมื่อไหร่ก็ใจละลายแล้ว ฉากการต่อสู้ยังเท่สุดๆ ไปเลยค่ะ

เรื่องราวในภาค 2 เกิดขึ้นหลังจากการต่อสู้ในภาคแรกได้จบสิ้นไปนานหลายเดือนแล้ว เก็นจิ และกลุ่มจีพีเอสที่เป็นฝ่ายมีชัย กลับต้องเผชิญกับความท้าทายอีกครั้งกับนักเรียนของสถาบันโฮเซ็นอคาเดมี ที่ได้สมญานามจากทุกคนว่า กองทัพนักฆ่า

อันที่จริงแล้ว โรงเรียนทั้งสองแห่งมีประวัติการขัดแย้งและต่อสู้กันมาก่อนและความเกลียดชังก็เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง ทำให้ความสงบที่ทั้งสองฝ่ายพยายามรักษาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันต้องพังทลายลงภายใต้การนำของ ไทกะ นารุมิ   ผู้นำคนใหม่ของโฮเซ็นอคาเดมี เขาเตรียมพร้อมที่จะโจมตีโรงเรียนซูซึรันไฮสกูลทุกรูปแบบ เมื่อความขัดแย้งเริ่มเข้าครอบงำกลุ่มซูซึรัน โครวส์ เก็นจินักสู้แถวหน้าของกลุ่มจีพีเอส ก็ดูเหมือนว่าจะยังมั่นใจว่าตัวเองเจ๋งสุดเพราะเคยเอาชนะรินดาแมน ที่ยังไม่เคยมีใครล้มได้มาแล้ว

แต่การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของตัวเองแต่เดิมพันด้วยกลุ่มของตน ขณะที่ซูซึรันกำลังจะแตกสามัคคี ซูเปอร์ร็อกกี้ นักเรียนใหม่ของโฮเซ็นอคาเดมี บิโตะ ทัตสึยะก็ปรากฎตัวต่อหน้าพวกเขาและทำให้สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไป

ฝากใจไปถึงเธอ (2010)

ต่อมาเป็นผลงานที่ทำให้ฮารุมะได้กลายเป็แฟนคนแรกของสาวๆ หลายคน เพราะอยากให้เขามาดูแลเทคแคร์เหมือนคาเสะฮายะคุงในเรื่อง Kimi Ni Todoke หรือ ฝากใจไปถึงเธอ  มังงะลิขสิทธิ์ไทยโดยสยามอินเตอร์คอมิก

เรื่องราวของ คุโรนุมะ ซาวาโกะ สาวน้อยแสนซื่อ จิตใจดี มองโลกในแง่ดี แต่ดันมีบุคลิกคล้ายคลึงกับนางเอกหนังดังที่ผมดกหนาดำยาว ซาดาโกะ ผีผมยาวในภาพยนตร์สยองขวัญชวนขนหัวลุก เธอจึงได้รับฉายาด้วยชื่อตัวเอกภาพยนต์เรื่องนั้นมาตั้งแต่เด็กๆ

เพื่อนๆ ร่วมชั้นส่วนใหญ่ก็มักจะจำชื่อของเธอไม่ได้เพราะตั้งแต่เด็กมาพวกเขาก็เรียกเธอว่าซาดาโกะ ยามประหม่าและตกใจสีหน้าของเธอจะยิ่งดูน่ากลัว ทำให้ใครๆ ไม่อยากเข้าใกล้ ถูกเพื่อนล้อ แล้วยังเกิดเรื่องสยองเกี่ยวกับตัวเธอผ่านฝีมือการสร้างเรื่องจากคนในห้องอย่างเป็นตุเป็นตะเล่าลือกันไปต่างๆ นานา ถ้าหากใครสบตากับซาดาโกะ จะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับคนๆ นั้น  เหตุนี้จึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ซาดาโกะไม่มีใครคบเธอเลย ซาดาโกะจึงกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่กล้าเข้าสังคม ชอบเก็บตัวเงียบๆ อยู่คนเดียวซึ่งยิ่งเป็นการส่งเสริมบุคลิกผีซาดาโกะให้เพื่อนๆ หวาดกลัวและหนีห่าง ทว่าในขณะที่ทุกคนพากันถอยห่าง คาเสะฮายะ โชตะ หนุ่มเนื้อหอมประจำห้องกลับเป็นฝ่ายพยายามเข้าหาเธอโดยไม่สนใจว่าใครจะว่าเธอเป็นตัวซวยอย่างที่ใครเขาลือ

ผ่าพิภพไททัน (2015)

ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้สร้างจากการ์ตูนเรื่องดัง ผ่าพิภพไททัน  มังงะลิขสิทธิ์ไทยโดยวิบูรณ์กิจ มีทั้งหมด 2 ภาค คือ ผ่าพิภพไททันและศึกอวสานผ่าพิภพไททัน โดยฮารุมะรับบทเป็นเอเรน เยเกอร์ ตัวเอกของเรื่อง

เอเรน เยเกอร์ เด็กหนุ่มผู้โหยหาโลกภายนอก  มิคาสะ อัคเคอร์แมน เด็กสาวพูดน้อย ลูกบุญธรรมของครอบครัวเยอเกอร์ และ อาร์มิน อัลเรลโต เด็กหนุ่มเพื่อนรักของเอเรน ผู้แสนอ่อนแอ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยไหวพริบ ต่างตั้งคำถามว่าโลกภายนอกกำแพงมีไททันอยู่จริงหรือไม่?

และแล้วในวันที่ทุกอย่างสงบสุข การป้องกันของกองทัพเริ่มหละหลวมเนื่องจากมนุษย์ห่างหายจากภัยร้ายที่เคยเผชิญมาเนิ่นนาน ไททันขนาดมหึมาก็ได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง  พร้อมทั้งกลืนกินผู้คนอย่างอำมหิตหลังจากหิวโหยมานาน พร้อมทั้งทำลายวอลล์มาเรีย ซึ่งเป็นกำแพงชั้นนอกสุด ทำให้ผู้คนที่รอดชีวิตต่างต้องอพยพถอยร่นเข้าสู่กำแพงชั้นในต่อไป

การสูญเสียเกิดขึ้น ทำให้ เอเรน ต้องสูญเสียครอบครัวของเขาไป เขาจึงตั้งมั่นที่จะกำจัดเหล่าไททันให้สิ้นซาก โดยเริ่มต้นจากสมัครเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ เพื่อผ่านการเป็นทหารฝึกหัด และจะได้ประจำการในหน้าที่ของกองกำลังสำรวจ

กินทามะ ซามูไร เพี้ยนสารพัด 2: แหกกฎชิมิก่อนไม่รอแล้วนะ (2018)

ไลฟ์แอ็กชันเรื่องล่าสุดที่กำลังจะเข้าฉายในไทย กินทามะ ซามูไร เพี้ยนสารพัด 2: แหกกฎชิมิก่อนไม่รอแล้วนะ มังงะลิขสิทธิ์ไทยโดยสยามอินเตอร์คอมิก สำหรับความฮาคงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะแค่ฟังชื่อก็หัวเราะท้องแข็งแล้ว ส่วนความสนุกต้องไปดูกันในโรงภาพยนตร์นที่ 5 ธันวาคมนี้นะคะ

ครั้งนี้ฮารุมะรับบทเป็น อิโต คาโมทาโร่ ที่ปรึกษาของชินเซ็นกุมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่แข่งของฮิจิคาตะ โทชิโร่ ทั้งอิโต้และฮิจิคาตะต่างปณิธานว่าจะฆ่าอีกฝ่ายให้ได้ในสักวัน

ในภาคนี้ด้วยเรื่องราวของ 3 นักรับจ้างสารพัดนำโดยอดีตซามูไร ซากาตะ กินโทกิ คางุระ และ ชิมูระ ชินปาจิ กำลังร้อนเงินอย่างหนักเพื่อจะจ่ายค่าเช่าบ้าน พวกเขาจึงหางานพาร์ตไทม์ทำและได้เจอกับ ท่านโชกุน ซึ่งพฤติกรรมสุดเพี้ยนของทั้งท่านโชกุนและนักรับจ้างทั้ง 3 ก็นำไปสู่เหตุการณ์แสนวุ่นวายตามมา

ขณะเดียวกันก็ต้องไปพัวพันการแตกหักของหน่วยชินเซ็นกุมิเมื่อ ฮิจิคาตะ โทชิโร่ ไหว้วานทั้งสามให้ไปต่อกรกับ อิโต คาโมะทาโร ผู้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของหน่วย โดยจุดมุ่งหมายแท้จริงของอิโตคือการขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยชินเซ็นกุมิแทน คอนโด อิซาโอะ และร่วมมือกับคู่ปรับเก่าของกินโทกิอย่าง ทากาสุงิ เพื่อล้มล้างโชกุน จนกลายเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่สุดมันเคล้าเสียงฮาจนกรามค้าง

เหล่าผลงานการแสดงของฮารุมะนั้น เรียกได้ว่าผ่านมาหลายบทบาทจนมีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแนวรักใสๆ บู๊แอ็กชัน ดราม่าน้ำตาหมื่นลิตร หรือแม้กระทั่งเล่นเป็นสาวประเภทสองก็เข้าถึงบทบาทจนคนดูเชื่อได้ไม่ยาก

ใครที่ยังหาดูไม่ครบหรือยังไม่เคยดูผลงานของฮารุมะลองไปหาดูกันนะคะ รับรองว่าจะต้องตกหลุมรักขึ้นไม่ไหวกับการแสดงของเขาแน่นอนค่ะ

 

ที่มา

asianwiki

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *