home FEATURED, SCOOP ‘Tourounagashi’ ลอยกระทงส่งความรำลึกถึงผู้ล่วงลับฉบับชาวญี่ปุ่น

‘Tourounagashi’ ลอยกระทงส่งความรำลึกถึงผู้ล่วงลับฉบับชาวญี่ปุ่น

การลอยเครื่องบูชาลงในแม่น้ำหรือแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ในหลายชาติ นอกจากประเทศไทยที่มีการลอยกระทงเพื่อบูชาพระแม่คงคาแล้ว ในประเทศญี่ปุ่นก็มีประเพณีที่คล้ายคลึงกับการลอยกระทงของบ้านเรา ที่เรียกว่า Tourou Nagashi (灯籠流し, การลอยโคมประทีป) ซึ่งนอกจากจะสะท้อนให้เห็นความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นกับสายน้ำ ยังเป็นความงดงามทางวัฒนธรรมที่น่าตื่นตาสำหรับนักท่องเที่ยว และยังมีบทบาทสอดแทรกอยู่ในการ์ตูนเรื่องต่างๆ ที่เราเคยชมกันด้วยค่ะ

รู้จักแม่น้ำแห่งปรโลก

“จูโอสุ” วาดโดยโทสะ มิตสึโนบุ (1434-1525) ศิลปินในยุคเอเกียว

ก่อนที่จะรู้จักกับเทศกาลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลอยโคมประทีป ควรเข้าใจก่อนว่าการลอยโคมของคนญี่ปุ่นนั้นมีจุดมุ่งหมายแตกต่างจากการลอยกระทงของคนไทย คนไทยมักลอยกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคาที่ได้ทำแหล่งน้ำแปดเปื้อนเสียหายและขอให้มีน้ำดีอุดสมบูรณ์ไว้กินไว้ใช้ ในขณะที่คนญี่ปุ่นลอยโคมเพื่อรำลึกถึงบุคคลที่ล่วงลับ ซึ่งเป็นสิ่งที่สืบเนื่องมาจากตำนาน แม่น้ำซันสุคาวะ หรือ มิคุคาวะ นั่นเอง

ซันสุคาวะ แปลความตรงตัวได้ว่าแม่น้ำสามทาง เป็นตำนานพระไตรปิฏว่าด้วยเรื่องโลกทั้งสาม กล่าวกันว่าญี่ปุ่นได้รับแนวคิดนี้ในยุคอะซุกะ (538-710) ก่อนจะแพร่หลายในปลายยุคเฮย์อัน (794-1185) เชื่อว่าแม่น้ำซันสุเป็นพรมแดนระหว่างโลกแห่งความเป็นและความตายที่คนที่ตายแล้วเท่านั้นถึงจะข้ามแม่น้ำนี้ไปสู่ปรโลกได้ และเมื่อข้ามไปแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับมาได้อีกจนกว่าจะได้เกิดใหม่ ซึ่งเป็นภาพที่เราพบได้บ่อยในฉากตลกๆ ของการ์ตูน เช่น พระเอกถูกนางเอกต่อยจนมองเห็นทวดที่ตายแล้วกวักมือเรียกอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ หมายถึงสภาพปางตายนั่นเอง

ตามตำนาน ภาพของแม่น้ำซันสุมักถูกพรรณาว่าเป็นแม่น้ำที่มีหมอกหนาทึบจนมองไม่เห็นอีกฝั่ง  ผู้ที่ทำความดีจะได้ข้ามสะพานเงินสะพานทองไปสู่ภพภูมิที่ดี ผู้ที่ทำบาปไม่มากจะข้ามทางชิมิสุอะเสะซึ่งมีน้ำท่วมสูงถึงเข่าที่เดินลำบากพอประมาณ ส่วนผู้ที่มีบาปหนาจะต้องข้ามทางโคจินเอ็นซึ่งเป็นทางน้ำลึก มีกระแสน้ำเชี่ยวแรงเหมือนลูกธนู คลื่นสูงเท่าภูเขา มีก้อนหินใหญ่ถูกสายน้ำพัดมา ถ้าถูกทับตายก็ต้องฟื้นขึ้นมาใหม่ ถ้าจมน้ำจะมีงูยักษ์รออยู่ด้านล่าง ถ้าขึ้นเหนือน้ำจะมีจอมมารคอยแผลงศรอยู่ด้านบน

ที่ประทับของโกะชินไตในเรื่อง Kimi No Na Wa ได้สอดแทรกแนวคิดแม่น้ำปรโลกไว้อย่างชัดเจน

ต่อมาในปลายยุคเฮย์อัน แนวคิดของทางข้ามแม่น้ำทั้งสามก็ได้เลือนหายไปและกลายเป็นการนั่งเรือบดข้ามไปยังอีกฝั่ง โดยเปรียบโลงศพเป็นเรือที่ผู้ตายจะใช้นั่งไปและจะมีปิศาจชายแก่ตนหนึ่งเป็นผู้พายให้ คนที่เป็นคนดีก็จะมีญาติมิตรช่วยใส่เงินปากผีให้ผู้ตายมีเงินจ่ายเป็นค่าเรือแก่ปิศาจตนนี้และได้ไปยังภพที่ดี แต่ถ้าไม่มีจ่ายก็แปลว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ประพฤติตนในทางชั่วจึงไม่มีใครใส่เงินปากผีให้ ปิศาจก็จะพายเรือพาไปยังนรก

ปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นมีแม่น้ำหลายสายที่เชื่อกันว่าเป็นแม่น้ำซันสุในโลกของความจริง มีทั้งที่อยู่ในจังหวัดกุนมะ จังหวัดชิบะ จังหวัดมิยากิ จังหวัดอาโอโมริ

การลอยกระทงในแบบญี่ปุ่น

ตำนานของแม่น้ำซันสุได้กลายเป็นส่วนสำคัญของการลอยโคมประทีปของชาวญี่ปุ่น เพราะแม่น้ำได้กลายเป็นทางเชื่อมระหว่างสองโลก ประเพณีที่เกี่ยวกับแม่น้ำส่วนหนึ่งจึงเป็นเรื่องของการติดต่อกับผู้ล่วงลับ เกิดเป็นการลอยโคมเสมือนเป็นเรือส่งข้อความหรือความรำลึกถึงไปหาคนที่อยู่อีกภพนั่นเอง ประเพณีนี้ไม่ได้มีเฉพาะแม่น้ำซันสุที่มีอยู่จริงเท่านั้น แต่ยังมีการจัดขึ้นในทุกพื้นที่ของญี่ปุ่น  วันนี้เราขอหยิบยกประเพณีที่น่าสนใจมาให้รู้จักกันดังนี้ค่ะ

การลอยโคมในเมืองยะมะกะ จังหวัดคุมะโมโตะ
เทศกาลบง (O-bon Matsuri)

เทศกาลเก่าแก่ที่จัดขึ้นทั่วประเทศในวันที่ 13-15 สิงหาคมของทุกปี (ยกเว้นเขตคันโตจัดวันที่ 13-16 กรกฎาคม) เป็นช่วงเวลาที่เชื่อว่าดวงวิญญาณของบรรพบุรุษจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเยี่ยมบุตรหลานในโลกมนุษย์ ช่วงเทศกาลนี้จะมีการจัดเตรียมอาหารคาวหวานไว้ต้อนรับบรรพบุรุษที่กลับบ้าน มีการเด้นบงโอโดริเพื่อเฉลิมฉลอง และในวันสุดท้ายก็จะมีการจุดคบเพลิงใหญ่ที่เรียกว่ามุไคเอฮิ พร้อมกับลอยโคมกระดาษลงในแม่น้ำเพื่อนำทางดวงวิญญาณของบรรพบุรุษกลับสู่ปรโลก

ภาพจาก kanko-chiyoda.jp

เทศกาลคืนแห่งโคมลอยเมืองชิโยะดะ (Chiyoda-ku Nouryou no Yuube)

จัดขึ้นทุกเดือนกรกฎาคม (หรือสิงหาคมขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เข้าชมได้ล่องเรือในแม่น้ำชิโดริกะฟุจิพร้อมชมทิวทัศน์ของพระราชวังอิมพีเรียลและสวนคิตะโนะมารุ และชมความงดงามของโคมลอยอย่างใกล้ชิดในค่ำคืนที่อากาศเย็นสบายและท้องฟ้าปลอดโปร่งที่สุดในฤดูร้อน หรือถ้าหากอยากลอยโคมของตนเองก็ซื้อที่ทางการจำหน่ายและเขียนคำขอพรหรืออวยพรแก่คนรอบข้างก็ได้

 

ภาพจาก hirosegawatourou.miyagi.jp
เทศกาลลอยโคมแห่งแม่น้ำฮิโรเซะ (Hirosegawa Tourou Nagareshi)

จัดขึ้นกลางเดือนสิงหาคมของทุกปีที่เมืองเซ็นได จังหวัดมิยากิ เป็นเทศกาลที่เริ่มต้นเมื่อราว 200 ปีก่อนโดยภริยาของไดเมียวดาเตะที่ 7 แห่งนครเซ็นได เพื่ออุทิศแก่ชาวเมืองหลายหมื่นคนที่อดตายในภาวะขาดแคลน และยังคงจัดเป็นประเพณีเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันเป็นงานรื่นเริงประจำเมืองงานหนึ่งซึ่งมีทั้งคอนเสิร์ต ร้านค้า และการแสดงดอกไม้ไฟ นอกจากนี้ผู้คนยังนิยมไปชมการลอยโคมในแม่น้ำฮิโรเซะ บ้างก็เขียนข้อความลงบนโคมของตนเพื่อขอพรเรื่องโชคลาภ สุขภาพ และครอบครัว

 

ภาพจาก facebook.com/kakigawa.tourou
พิธีลอยโคมแห่งแม่น้ำคากิ (Kakikawa Lantern Basket Sink)

จัดทุกวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปีที่เมืองนะกะโอกะ จังหวัดนิอิกะตะ เพื่อรำลึกถึงความสูญเสียจากเหตุการณ์การโจมตีทางอากาศโดยกองทัพสหรัฐระหว่างสงครามโลกของครั้งที่สอง โดยระเบิดได้กระหน่ำทิ้งลงในเมืองนะกะโอกะเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1945 ซึ่งสร้างความเสียหายมากถึง 80% ของพื้นที่เมืองทั้งหมด และมีชาวเมืองเสียชีวิตเกือบ 1,500 คน งานของที่นี่จะแตกต่างจากเทศกาลของที่อื่นๆ คือจะไม่มีกิจกรรมรื่นเริง แต่จะมีนิทรรศการเกี่ยวกับการถูกโจมตีในช่วงสงคราม การอบรมแก่เยาวชน พิธีทางศาสนา และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์

 

ภาพจาก japantravel.com/fukui/echizen-asakura-mantoya-lightup/15183

 

เทศกาลแสงเทียนเอจิเซ็น อะซะกุระ (Echizen Asakura Mantoya Candle Night)

เทศกาลที่เพิ่งเกิดใหม่ในปี 2004 จัดทุกวันที่ 19-20 สิงหาคมที่แหล่งโบราณสถานอิชิโจะดะนิ อะซะกุระ เมืองฟุกุอิ และเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลรำลึกสงครามเอจิเซน อะซะกุระ เดิมทีตั้งใจให้เป็นงานที่จุดเทียนเพื่อแสดงความงดงามของแหล่งโบราณสถานในยามค่ำคืน แต่ก่อนที่จะได้จัดงานได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในเมืองฟุกุอิเสียก่อนทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ในเมืองได้รับความเสียหาย แต่เมืองฟุกุอิก็ได้รับความช่วยเหลือจากชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศที่มาช่วยฟื้นฟูจนสุดท้ายงานก็จัดขึ้นได้ นับแต่นั้นการจัดเทศกาลนี้ก็ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังเพื่อรำลึกถึงน้ำใจจากชาวญี่ปุ่นที่หลั่งไหลมาช่วยเมืองฟุกุอิอีกต่างหาก

ภายในงานนอกจากจะได้ชมทิวทัศน์ที่สว่างไสวด้วยเทียนนับหมื่นเล่มภายในแหล่งประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีกิจกรรมรื่นเริง ขบวนพาเหรด การเต้นระบำ และการลอยโคมเทียนนับพันดวงในแม่น้ำอิจิโจดะนิอีกด้วย

ภาพจาก japan-talk.com
พิธีรำลึกสันติภาพฮิโรชิมะ (The Hiroshima Peace Memorial Ceremony)

จัดขึ้นที่เมืองฮิโรชิมะทุกวันที่ 6 สิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่เมืองฮิโรชิมะถูกทำลายด้วยระเบิดนิวเคลียร์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1945 ในเวลา 8.15 น.ซึ่งเป็นเวลาที่ระเบิดถูกทิ้งลงก็จะมีเสียงระฆังจากวัดและเสียงไซเรนดังทั่วเมืองฮิโรชิมะ จากนั้นตลอดทั้งวันจะมีตัวแทนจากภาครัฐและประชาชนหลายหมื่นคนมาร่วมพิธีและกล่าวสุนทรพจน์เพื่อรำลึกถึงผู้ล่วงลับในเหตุการณ์และความโหดร้ายของสงคราม

เมื่อตกค่ำก็จะมีพิธีลอยโคมแห่งสันติภาพ ซึ่งเปิดให้ทุกคนสามารถเขียนข้อความเพื่อนสันติลงบนโคมแล้วลอยลงในแม่น้ำโมโตะยาสุ ซึ่งจะลอยผ่านหน้า Atomic Bomb Dome ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้พอดี

การลอยโคมรำลึกถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวในคาวาซากิ © k-press

นอกจากประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เรายกตัวอย่างข้างต้นแล้ว ยังมีการลอยโคมที่จัดขึ้นเฉพาะโอกาส เช่น พิธีรำลึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิโทโฮคุในปี 2011 ก็มีการลอยโคมทางแม่น้ำครั้งใหญ่ จากตัวอย่างทั้งหมดนี้คงช่วยให้คุณผู้อ่านมองเห็นภาพความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างสายน้ำกับชีวิตของชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นมากกว่าทิวทัศน์แม่น้ำหน้าบ่อน้ำพุร้อนไทไคคัง จ.ชิซุโอกะ จากเรื่อง Amanchu!ทรัพยากรสำหรับการทำเกษตรกรรมหรือบริโภค แต่เป็นเส้นทางของจิตวิญญาณที่เชื่อมระหว่างชีวิตและความตายเลยทีเดียว

 

ไว้เมื่อไหร่คุณผู้อ่านมีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นตรงกับช่วงที่มีการจัดการลอยโคมพอดีก็ขอแนะนำให้ลองไปชมความงดงามนี้ด้วยตนเองนะคะ สำหรับวันลอยกระทงในประเทศไทยครั้งนี้ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขและเที่ยวชมงานอย่างปลอดภัยค่ะ

 

อ้างอิง ojsat.or.thvisithiroshima.net , japantravel.comhirosegawatourou.miyagi.jp

ภาพปกจากเรื่อง Hoozuki no Reitetsu

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.