home FEATURED, SCOOP VR – ประตูบานใหม่สู่โลกแห่งจินตนาการ

VR – ประตูบานใหม่สู่โลกแห่งจินตนาการ

ทุกวันนี้ คำว่าเทคโนโลยี VR หรือ Virtual Reality ยิ่งใกล้ตัวและได้ยินบ่อยขึ้นในชีวิตประจำวันทุกที และพัฒนาไปไกลกลายเป็นสื่อรูปแบบใหม่ๆ ที่พาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์แบบใหม่ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้แต่พวกเราในแวดวงการ์ตูน เกมก็เช่นกัน เพื่อไม่ให้ทุกคนพลาดกระแสใหม่ของโลกป็อปคัลเจอร์ อนิไทม์ขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก VR กันค่ะ

Virtual Reality หรือ VR คือการจำลองสภาพแวดล้อมจริงจากข้อมูลของคอมพิวเตอร์ แล้วแสดงผลในรูปแบบสามมิติผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ให้ผู้ใช้สามารถรับรู้จากการมองเห็น เสียง สัมผัส แม้กระทั่งกลิ่น และตัดผู้ใช้ขาดออกจากสภาพแวดล้อมจริงภายนอก

เครื่อง VR ปรากฎในการ์ตูนแนวไซไฟมากมาย เช่น ไซโคพาส

ปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนมากมายในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเกมส์ Kinect ที่ใช้ท่าทางการเคลื่อนไหวของผู้ใช้มาบังคับตัวละครหรือใช้แทนคำสั่งต่างๆ ในเกมคอมพิวเตอร์, เก้าอี้ในโรงภาพยนตร์ 4D ที่มีการขยับเขยื้อนไปตามฉากที่ปรากฎในภาพยนตร์ (บางที่มีการปล่อยกลิ่นหรือพ่นลมและไอน้ำอีกด้วย) หรือจะเป็น Motion Controller ซึ่งเป็นแท่งบังคับของเครื่องเกมที่เคลื่อนไหวไปตามมือของผู้เล่น

อุปกรณ์เหล่านี้อาจใช้ประกอบกันทำให้ได้สัมผัสทุกมิติ แต่ชิ้นที่เห็นจะเป็นตัวแทนของอุปกรณ์ VR ทั้งปวงคงหนีไม่พ้นแว่นตา VR ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีมานานมากอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ

ต้นกำเนิด VR …ยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ

ถึง VR จะฟังดูเป็นคำพูดที่เพิ่งมาฮิตมากๆ ในช่วงปีสองปีนี้ แต่ที่จริงแล้วต้นกำเนิดของ VR นั้นย้อนไกลไปถึงปี 1962 เมื่อนายเมอร์ตัน ไฮลิก (Morton Heiling) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันได้สร้างและจดสิทธิบัตรเครื่อง Sensorama ซึ่งเป็นเครื่องฉายภาพยนตร์ที่มีจอโค้งมุมกว้าง ลำโพง เก้าอี้ที่โยกได้ และยังสามารถพ่นลมและกลิ่นตามเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ที่ฉายอีกด้วย

แม้ว่าเครื่องเซนเซอรามาจะไม่ได้ถูกผลิตในเชิงพาณิชย์จริงๆ เนื่องจากเกิดปัญหาด้านเงินทุนระหว่างการวิจัยและพัฒนา แต่ก็ได้รับการบันทึกให้เป็นเครื่องฉายภาพยนตร์ 4 มิติเครื่องแรกของโลก และถือว่าเป็นจุดกำเนิดของเครื่อง VR ในปัจจุบัน

 

สู่โลกของตลาดเกมและป็อปคัลเจอร์

หลังจากการก่อกำเนิดเทคโนโลยี VR โดยนายเมอร์ตัน ทั่วโลกก็ได้เกิดอุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ รวมถึงมีภาพยนตร์แนวไซไฟหลายเรื่องที่อิงแนวคิดเทคโนโลยีความจริงเสมือน เช่น TRON, Star Trek และ The Matrix เป็นต้น

แต่สิ่งประดิษฐ์ที่ใกล้ชิดกับคอการ์ตูนอย่างเราเห็นจะเป็นเครื่อง Virtual Boy ของค่ายนินเทนโดซึ่งจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ปี 1995

เวอร์ชวลบอยเป็นเครื่องเล่นเกม 3 มิติที่ผู้เล่นจะแนบดวงตากับอุปกรณ์ที่มีรูปร่างเหมือนแว่นตั้งโต๊ะซึ่งด้านในมีจอ LCD อยู่ โดยภาพของเกมจะใช้เทคนิกหลอกสายตาให้ผู้เล่นมองเห็นภาพ 2 มิติดูมีความลึกแบบภาพ 3 มิติ แม้จะเปิดตัวในฐานะเครื่องเกม VR รุ่นแรกในตลาด แต่เครื่องเวอร์ชวลบอยก็ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของนินเทนโด เพราะมีราคาขายสูงถึง $179.85 (ประมาณ 5,700 บาท) ขณะที่แสดงผลได้เพียง 2 สีคือดำและแดง ซึ่งทำให้ผู้เล่นปวดตาและมึนศีรษะมาก ทำให้เครื่องเวอร์ชวลบอยนั้นมียอดขายต่ำที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของนินเทนโด รองมาจากเครื่อง 64DD

ภาพกราฟิกจากเกม Mario Tennis ในเครื่องเวอร์ชวลบอยซึ่งมีสีชวนปวดตา

ก่อนหน้านี้ ในปี 1993 ค่าย SEGA ก็เปิดตัวโครงการพัฒนาเครื่องเล่นเกมที่มีลักษณะคล้ายกันโดยใช้ชื่อว่า SEGA VR แต่เนื่องจากประสบปัญหาว่ามีผลข้างเคียงที่ผู้เล่นปวดตาและมึนศีรษะเหมือนกันและมีข้อจำกัดในการพัฒนา เครื่อง SEGA VR จึงเป็นเพียงเครื่องโปรโตไทป์และถูกยุติการพัฒนาในปีต่อมา


VR ในโลกปัจจุบัน กับอุปกรณ์และคอนเทนต์ที่ก้าวกระโดด

หลังจากความล้มเหลวของเครื่องเวอร์ชวลบอย เทคโนโลยี VR ในเครื่องเกมก็ค่อยๆ เติบโตมาตามลำดับ จนกระทั่งในปี 2014 Sony ก็ได้เปิดตัวโครงการ Morpheus VR Headset สำหรับเครื่องเพลย์สเตชัน ก่อนจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2016 ในชื่อ PlayStation VR ด้วยอุปกรณ์นี้ ผู้เล่นจะสามารถมองเห็นสิ่งแวดล้อมภายในเกมแบบ 360 องศา ทั้งยังสามารถบังคับตัวละครในเกมตามท่วงท่าของผู้เล่นจริงๆ ร่วมกับอุปกรณ์เสริมชิ้นอื่น

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนี้เองก็มีผู้พัฒนารายอื่นๆ เปิดตัวอุปกรณ์ VR ของตนเองขึ้นมา อาทิ เครื่อง Oculus Rift ของบริษัท Oculus VR, เครื่อง VIVE ของ HTC นอกจากนี้ก็ยังมีกูเกิ้ลและผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่ผลิตกรอบแว่นที่สามารถใส่สมาร์ตโฟนลงไปใกล้ดวงตา และคอนเทนต์ในหน้าจอก็จะแสดงผลไปตามการหันและส่ายศีรษะของผู้ใช้

 

ความสนุกที่ไม่ได้หยุดแค่คอนเทนต์เกม

เพียงระยะเวลาสั้นๆ ในวันนี้ เฉพาะเครื่อง VR ทั้งสามแบรนด์ที่ยกตัวอย่างข้างต้นก็มีเกมสารพัดแนวกว่า 700 เกมให้เล่นแล้ว แต่ถึงจะยกตัวอย่างมาขนาดนี้ คอนเทนต์บนระบบ VR สำหรับสาวกป็อปคัลเจอร์อย่างเราๆ ก็ไม่ได้มีแต่เกมเท่านั้น ผู้ผลิตคอนเทนต์ในญี่ปุ่นมากมายต่างก็ได้สร้างสรรค์สื่อหลากหลายรูปแบบที่เล่นกับความสามารถในการเปลี่ยนมุมมองตามสายตาของผู้ใช้ VR และมันก็สมจริงมากเหมือนกับเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกอนิเมะหรือใกล้ชิดกับศิลปินคนโปรดเพียงเอื้อมมือเลยทีเดียว

VR Kanojo ของค่าย Illusion (จำหน่ายเดือนกุมภาพันธ์ 2017) เป็นเกมบทบาทสมมุติแนววาบหวิวที่ผู้เล่นจะได้อยู่กับสาวน้อยและเพลิดเพลินไปกับสถานการณ์ต่างๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจภายใต้โครงเรื่องแบบเกมจีบสาว ซึ่งจะต้องคอยระวังเรื่องการถามตอบให้ถูกใจเธอ หรือการทำอีเวนต์เก็บแต้มที่แทรกเข้ามาระหว่างดำเนินเรื่อง

ด้วยระบบ VR ผู้เล่นจะสามารถเคลื่อนไหวเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครสาวได้ เช่น ตอบคำถามโดยการส่ายหัวหรือพยักหน้า การวาดมือเป็นท่าต่างๆ ให้เธอรู้ความรู้สึกของเรา ทั้งยันหันซ้ายขวา ก้มเงยชมทิวทัศน์ในห้องและความงดงามของตัวเธอเองอีกด้วย 

 

Hatsune Miku: VR Future Live ซึ่งจะพาผู้ชมไปอยู่ในกลางบรรยากาศคอนเสิร์ตของฮัตสึเนะ มิคุ เวอร์ชวลไอดอลระดับโลก ได้ชมเธอร้องเพลงแบบใกล้ชิดติดขอบเวที ท่ามกลางผองเพื่อนแฟนเพลงและเสียงโห่เชียร์ที่สมจริงและแสงสีที่ตระการตา นับเป็นประสบการณ์ใหม่ของคนที่อยากเข้าไปอยู่ในโลกเวอร์ชวลของเธอคนนี้บ้าง

 

 

สำหรับคุณผู้อ่านสาวๆ ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไป เพราะคอนเทนต์ VR ไม่ได้มีให้แค่หนุ่มๆ เท่านั้น แต่ก็ยังมีคอนเทนต์อีกเพียบให้สุภาพสตรีได้เพลิดเพลินมากมายไม่แพ้กัน 

อย่างเกมนี้คือ MAFIAMORE และ Magical Days The Brats’ Parade เป็นเกมจีบหนุ่มแบบ VR จากค่ายลิตเติลชูการ์ซึ่งได้ขนเอาหนุ่มฮ็อตประจำค่ายมาอยู่ร่วมห้องกับเราและทำกิจกรรมที่ชวนให้ใจเต้นด้วยกัน เช่น นอนหนุนตัก ลูบศีรษะ โดยได้เปิดตัวในงาน Tokyo Game Show 2016 และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนโอโตเมะเกมส์อย่างมาก ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นพัฒนา

 

 

หากการอยู่กับตัวละคร 2มิติยังทำให้คุณฟินไม่พอ ยังมีคอนเทนต์ VR อีกมากมายที่ใช้คนจริงๆ ให้เราได้ใกล้ชิดกับศิลปินคนโปรดแบบหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นดารา นักแสดง นักร้อง นักพากย์ ไอดอล นายแบบ ฯลฯ และทำให้เรารู้สึกสมจริงยิ่งกว่ามีคนสูดลมหายใจอยู่ข้างใบหู แถมบทบาทสมมุติภายในเรื่องก็จะทำให้ใบหน้าของเราร้อนผ่าวขึ้นไปอีก

เช่น Oyasumi Oji (Goodnight Prince) มีเนื้อเรื่องว่าคืนวันหนึ่งคุณเกิดนอนไม่หลับ จึงมีเจ้าชายสุดหล่อถึง 4 คนมาช่วยเล่านิทานก่อนนอนที่ประพันธ์โดยนักเขียนชื่อดังของญี่ปุ่น 4 ท่าน 4 เรื่อง 4 รสที่อิงจากขนมหวาน 4 อย่าง ได้แก่ ช็อกโกแลต ลูกกวาด สตอเบอรี่ช็อตเค้ก มองบลังก์ เคล้ากับบทพูดประโลมอันหอมหวานที่ช่วยกล่อมให้คุณหลับฝันดี หรือถ้าอยากทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ฟังหนุ่มหล่อเล่นเปียโนเพราะๆ ทำอาหารด้วยกันในห้องครัวเล็กๆ หรือออกเดทในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ก็ยังมี VR ม้วนอื่นๆ อีกเพียบให้เลือกสตอรีตามชอบ 

 

หรือถ้าอยากฟังศิลปินคนโปรดร้องเพลงให้ฟังอย่างใกล้ชิดเสมือนติดขอบเวที ยังมี VR ในรูปแบบคอนเสิร์ต 360 องศา ให้คุณได้รู้สึกราวกับเป็นส่วนหนึ่งในนั้น สนุกไปกับศิลปินที่คุณชอบ โดยที่คุณเองไม่จำเป็นต้องไปดูคอนเสิร์ตเอง แถมยังมีเซอร์วิสเล็กๆเฉพาะแฟนๆที่ดูคอนเสิร์ตผ่านทาง VR อีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความบันเทิงที่ควรลองสัมผัสสักครั้งเลยล่ะค่ะ

ทั้งหมดก็คือความเพลิดเพลินใจในรูปแบบใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี VR ที่คุณผู้อ่านรุ่นใหม่น่าจะรู้จักไว้ เพราะหลังจากนี้แว่น VR คงเป็นเหมือนประตูบานใหม่ที่เปิดไปสู่โลกแห่งจินตนาการที่เราเคยไปไม่ถึง หรืออาจจะพาไปยังขุมแห่งความรู้หรือความอิ่มเอมใจที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน อีกด้านหนึ่งของแว่นอันนี้มีโลกแห่งอนาคตอัดอยู่อย่างแน่นอน

สุขใจกันแล้วก็อย่าลืมพักสายตาและพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ 😉

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *