เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าเทพเจ้า เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

ก่อนจะเป็นเทพเจ้าเคยเป็นภูมิผีปีศาจหรืออะไรมาก่อนรึเปล่า?

ทำไมเทพเจ้าบางองค์ศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์แต่บางองค์ไม่?

ทำไมบางศาลเจ้าถึงมีคนเข้าไปกราบไหว้บูชากันอย่างล้นหลาม แต่บางศาลเจ้ากลับเงียบเหงา?

แม้คำถามเหล่านี้จะไม่มีคำตอบอย่างตายตัว แต่เมื่อได้ดูอนิเมะหลายๆ เรื่อง ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละเรื่องก็พอจะทำให้เข้าใจการมีอยู่ของเทพเจ้า สิ่งลี้ลับ รวมถึงพลัง อิทธิฤทธิ์ที่สามารถบันดาลสิ่งต่างๆ ได้

 

มนุษย์คือผู้ก่อให้เกิดสิ่งอันน่าเหลือเชื่อ

คุณยูโกะ เจ้าของร้านสมความปรารถนาในเรื่อง XXX โฮลิค ก็ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งลี้ลับต่างๆ ไว้เหมือนกันค่ะว่า “แม้ว่าโลกนี้จะมีเรื่องมหัศจรรย์อยู่มาก แต่ถึงแม้ว่ามันจะประหลาด หรือน่าอัศจรรย์ใจสักแค่ไหน หากไม่มีมนุษย์อยู่ หากไม่มีมนุษย์มองเห็น หากไม่มีมนุษย์มาเกี่ยวข้องด้วยล่ะก็ มันก็คงเป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์เท่านั้น เพราะมนุษย์คือสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในโลกนี้แล้ว”

 

ใครๆ ก็อยากเป็นที่ต้องการเสมอ เทพเจ้าเองก็เช่นกัน

นอกจาก XXX โฮลิคแล้วในเรื่อง โนรางามิ เทวดาขาจร ก็ได้พูดถึงเรื่องราวคือเทพเจ้ากับมนุษย์ไว้เหมือนกันค่ะ โดยเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้ายาโตะซึ่งเป็นเทพแห่งสงคราม ต้องทำงานสารพัดอย่างเพื่อให้ตนนั้นหลุดพ้นจากสถานะเทพอดอยาก แม้จะเป็นเทพแต่เขากลับไม่มีเงิน ไม่มีศาลให้อยู่ มีแต่เศษเหรียญ 5 เยนที่หยอดเก็บไว้ในขวดเหล้า ที่ดูรวมๆ กันแล้วน่าจะไม่ถึงพันเยนด้วยซ้า

ยาโตะมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะต้องเป็นเทพที่มีชื่อเสียง มีคนมากราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมาก เขาจะได้ร่ำรวยมีที่อยู่หรูหรามีข้าทาสบริวารพร้อมทั้งอาวุธเทพแบบครบมือ

 

ทว่าสิ่งที่ฝันกลับห่างไกลจากสภาพที่เป็นอยู่ยิ่งนัก  มีอยู่ตอนหนึ่งที่เทพเจ้าเทนจิน (เทพแห่งการศึกษา) เรียกยาโตะมาเพื่อช่วยกำจัดภูติ เทพเทนจินจึงไม่ว่างจัดการด้วยตัวเองเพราะต้องวุ่นวายอยู่กับการช่วยเด็กนักเรียนให้สมหวังในเรื่องเรียนในช่วงใกล้สอบ

จากตอนนี้เราจะเห็นความต่างของเทพที่มีคนศรัทธามากกับไร้คนศรัทธาได้อย่างชัดเจน

ถ้าหากย้อนเวลาไปสักหลายร้อยปีก่อนสมัยยังมีการรบราฆ่าฟัน มีการชิงบ้านชิงเมืองกันอยู่ทุกหนแห่ง เทพสงครามยาโตะก็ได้รับการบูชาจากผู้คนที่ต้องการชัยชนะเหนือสงครามจนกลายเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ แต่ในปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่เราต้องการความสงบสุข จึงไม่จำเป็นต้องกราบไหว้บูชาเทพสงครามอีกต่อไป ทำให้ในยุคนี้เทพแห่งการเรียน เทพแห่งความร่ำรวย เทพแห่งความรักได้รับความนิยมอย่างมาก ในขณะที่เทพยาโตะเสื่อมความนิยม กลายเป็นเทพยาจกที่ต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อให้ตนนั้นกลับมาเป็นที่ต้องการของผู้คนอีกครั้งหนึ่ง

“เทพเจ้าน่ะ มีตัวตนเพราะการอธิษฐานของคน ถ้าเป็นเทพที่โด่งดังคนก็จะบูชาไม่ขาดสาย แต่เทพโนเนมจะไม่สามารถเป็นที่จดจำของผู้คน เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะไม่ถูกลืมขอแค่มีคนอธิษฐานมา ไม่ว่าอะไรก็จะทำให้แม้แต่การฆ่าคนก็ตาม”

– คุโระ อาวุธเทพของเทพเจ้ายาจก จากโนรางามิ เทวดาขาจร

ไม่ว่าจะเป็นคำพูดของคุณยูโกะหรือแนวคิดของเรื่องโนรางามิ เราเริ่มจะเห็นนัยยะที่แอบแฝงอยู่นั่นคือเพราะมนุษย์เป็นผู้นิยามว่าปรากฏการณ์แบบไหนคือลิขิตจากพระเจ้า อะไรจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเคารพบูชา มนุษย์ทั่วไปอย่างเราๆ จึงเป็นผู้สร้างพระเจ้านั่นเอง

 

ต่อให้ผู้ศรัทธามีเพียงหนึ่ง ก็พร้อมจะเฝ้ารอตลอดไป

ในนัตสึเมะกับบันทึกพิศวงภาคแรก มีอยู่ตอนหนึ่งที่กล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวของเทพเจ้าแห่งฝน หรือสึยุคามิที่คงสถานะอยู่ในโลกได้เพราะพลังศรัทธาของมนุษย์ ในเมืองที่นัตสึเมะอาศัยอยู่นั้น สมัยก่อนเกิดภัยแล้งอย่างหนัก พืชผลหมากรากไม้ปลูกไม่ขึ้น ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจึงตั้งศาลเล็กๆ ขึ้น เชิญเทพเจ้ามาสถิตอยู่ในศาล และนำสิ่งของต่างๆ มาเซ่นไหว้เพื่อขอฝน

หลังจากเซ่นไหว้แล้ว วันรุ่งขึ้นฝนก็เทลงมาราวกับฟ้ารั่ว ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านก็นำของมาถวายเทพ ซึ่งเป็นเทพเจ้าน้ำค้างอยู่ตลอด ทำให้จากเดิมเทพเจ้าน้ำค้างไม่มีรูปร่าง และพลังก็กลายเป็นเทพที่มีฤทธิ์มาก และมีร่างขนาดเท่ากับมนุษย์

วันเวลาผ่านไปนานหลายปี เทพเจ้าที่มีแต่คนเคยกราบไหว้กลับถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา ศาลเจ้าก็ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ มีแต่คุณยายฮานะ เท่านั้นที่ยังคงกราบไหว้เทพเจ้าแห่งฝนด้วยลูกพีชของเธอ แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยจนเธอเข้าสู่วัยชราแล้วก็ยังคงบูชาเทพเจ้าองค์นี้เช่นเคย แม้ตอนนี้จะเหลือเพียงเธอคนเดียวที่ยังคงกราบไหว้ท่านอยู่ก็ตาม

เหตุผลที่ฮานะยังคงศรัทธาเทพเจ้าแห่งฝนอยู่นั้นเป็นเพราะเธอเคยพบกับท่านครั้งหนึ่ง ทำให้เธอเชื่อว่ามีเทพเจ้าอยู่จริง และยังคงศรัทธามาโดยตลอด ย้อนไปในอดีต วันหนึ่งเธอนำลูกพีชมาถวายที่ศาลหลังจากกลับจากโรงเรียนเช่นเคย เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ฮานะก็ได้เห็นเงาร่างชายใส่หน้ากาก นั่งอยู่บนต้นไม้ด้านหลังศาล ตอนนั้นท่านพูดว่า

“วันนี้อากาศดีจังเลยนะ”

แม้ในใจเธออยากจะตอบท่านกลับไป แต่เพราะความเชื่อที่ว่าหากได้พูดคุยด้วยแล้ว จะทำให้เทพเจ้าหายไปจากโลกนี้ และเธอไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น จึงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

การที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนั้นทำให้เธอรู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะเทพเจ้าองค์นี้ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอด

การอยู่คนเดียวนั้นช่างอ้างว้าง และเจ็บปวด

ทั้งที่เธอสามารถพูดคุยกับท่านได้ แต่กลับเมินเฉยต่อคำพูดนั้นไป

ศรัทธาของผู้คนที่ลดลง ทำให้ร่างของเทพเจ้าแห่งฝนเล็กลงไปเรื่อยๆ ตอนที่ท่านได้เจอกับนัตสึเมะ เรย์โกะ แม้ว่าเธอจะพยายามโน้มน้าวให้ท่านไปอยู่ที่อื่น เพราะตอนนี้ไม่มีใครสนใจมากราบไหว้ท่านเหมือนแต่ก่อนแล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ที่เดิมอีกต่อไป

“ถ้าเธอได้รับความรักแม้เพียงครั้งหนึ่งแล้วล่ะก็ เธอจะไม่มีวันลืมมันได้อีกต่อไป” นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเฝ้ารอลูกพีชจากคุณยายฮานะอยู่ตลอด และเมื่อถึงวันสุดท้ายที่คุณยายฮานะมีชีวิต นั่นก็หมายถึงวันสุดท้ายที่เทพเจ้าแห่งฝนจะมีชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์เช่นกัน

เมื่อคนที่ศรัทธาในตัวเทพเจ้า หรือวิญญาณไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาเหล่านั้นต้องหายสาปสูญไปตลอดกาลเช่นกัน

ศรัทธาของมนุษย์ทำให้เกิดเทพเจ้าขึ้น

ศรัทธาของมนุษย์ทำให้เกิดพลังอันมหาศาลที่สามารถบันดาลความน่าเหลือเชื่อขึ้นได้

และศรัทธาของมนุษย์ก็ทำให้เทพเจ้าองค์หนึ่งหายไปจากโลกนี้ได้เช่นกัน

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *