ฤดูหนาวต้นปีใหม่ที่ผ่านมามีอนิเมะออกมาหลายเรื่อง โดยเฉพาะภาคต่อของซีรีส์ดังๆ ทั้งหลาย อย่าง Durarara!!, Assassination Classroom และบางเรื่องที่ยังฉายต่อเนื่องจากซีซั่นที่แล้วเช่น Haikyuu!! หรือ Gintama เกือบจะทำให้คออนิเมะเก่าอิ่มหนำตลอดหลายเดือน แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว เราตัดสินใจหาเรื่องใหม่ดู ทำให้พบกับอนิเมะที่น่าสนใจเข้า นั่นก็คือ Boku Dake Ga Inai Machi (僕だけがいない街; เมืองที่ไม่มีแค่ผม) หรือในชื่อภาษาอังกฤษ ERASED และภาษาไทยในฉบับมังงะโดย Siam Inter Comics คือ รีไววัล ย้อนเวลาไขปริศนา ซึ่งมีความเข้มข้นน่าสนใจไม่แพ้เหล่าซีรีส์ยักษ์ใหญ่กันเลยทีเดียว วันนี้จึงอยากนำเรื่องราวแนวลึกลับซ่อนเงื่อนนี้มารีวิวเผื่อเพื่อนๆ จะสนใจและหามาชมกันค่ะ


 僕だけがいない街

Boku Dake Ga Inai Machi

รีไววัล ย้อนอดีตไขปริศนา


INFOBoku_Dake_ga_Inai_Machi
ผู้กำกับ : อิโต้ โทโมฮิโกะ
เขียนบท : คิชิโมโตะ ทาคุ
ออกแบบตัวละคร : ซาซากิ เคย์โงะ
กำกับศิลป์ : อิวานามิ โยชิคาซุ
ดนตรี : คาจิอุระ ยูกิ

สตูดิโอ : A-1 Pictures
ประเภท : ปริศนา, ลึกลับ

ต้นฉบับ : มังงะ
ผู้เขียน : ซันเบะ เคย์
ผู้จัดจำหน่าย : Kadokawa Shoten (ญี่ปุ่น), Siam Inter Comics (ไทย)

รายชื่อนักพากย์ตัวละครหลัก
ฟุจินุมะ ซาโตรุ ให้เสียงโดย มิตสึชิมะ ชินโนะสุเกะ และ สึจิยะ ทาโอะ
ฮินะสึกิ คาโยะ ให้เสียงโดย อาโออิ ยูกิ
คาตางิริ ไอริ ให้เสียงโดย อาคาซากิ จินัตสึ

ตัวอนิเมะพาเราย้อนกลับไปเมื่อปี 2006 เพื่อพบกับ ฟุจินุมะ ซาโตรุ หนุ่มวัย 29 ปี นักเขียนการ์ตูนแววร่วงมากกว่ารุ่ง ที่จำต้องทำงานเป็นเด็กส่งพิซซ่าควบคู่ไปด้วยเพื่อเลี้ยงปากท้องตัวเอง ดูเผินๆ ก็เหมือนเป็นแค่ผู้ชายวัยยี่สิบปลายๆ ท่าทางเบื่อโลกคนหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง เขาคนนี้กลับเป็นคนธรรมดาที่มีเรื่องไม่ธรรมดาอยู่สองประการ (หากไม่นับรวม ฟุจินุมะ ซาจิโกะ คุณแม่ของซาโตรุที่ดูจะเป็นสาวสะพรั่งตลอดกาล แถมยังอ่านใจลูกชายเก่งราวกับเป็นภูตผี) คือ ความสามารถย้อนเวลา ที่มักจะพาตัวซาโตรุกลับไปแก้ไขเหตุการณ์เล็กน้อยก่อนที่จะกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ และคดีลึกลับที่เขาเคยเป็นพยานรู้เห็นเมื่อตอนเด็กๆ อันดูเหมือนจะเป็นการก่อเหตุลักพาตัวเด็กประถมธรรมดา แต่กลับไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน กลายเป็นความทรงจำเลวร้ายที่ติดตัวพ่อหนุ่มมาจนโต

คดีปริศนากลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง เมื่อคนร้ายที่แท้จริงกลับมาเคลื่อนไหว ก่อการใหญ่จนท้ายที่สุด พลังรีไววัลก็สำแดงฤทธิ์ พาซาโตรุกลับไปแก้ไขความผิดพลาดอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ถูกอำนาจนั้นย้อนกลับไปเพียงหนึ่งหรือห้านาทีก่อนเกิดเหตุร้าย แต่กลับเดินทางข้ามเวลาไกลไปถึงปีค.ศ. 1988 (18 ปีก่อนเวลาปัจจุบันในเรื่อง) เพื่อช่วยเหลือ ฮินะสึกิ คาโยะ สาวน้อยเพื่อนร่วมห้องที่ถูกลักพาตัวและถูกฆ่าตายตามเหตุการณ์เดิม ด้วยความเชื่อที่ว่า หากซาโตรุช่วยชีวิตของเธอได้ คนร้ายตัวจริงจะถูกเปิดโปง หรืออาจถึงขั้นที่เรื่องวุ่นอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาจนถึงยุคปัจจุบันของเขาก็จะไม่เกิดขึ้นเช่นกัน!

Boku_Dake_ga_Inai_Machi-2

Boku_Dake_ga_Inai_Machi-1

หลังจากทราบเรื่องย่อและดูจบเพียงตอนแรก คาดว่าเพื่อนๆ หลายคนอาจจะรู้สึกเหมือนเราว่าเป็นเรื่องย้อนเวลาแก้ไขอดีตอีกแล้ว (ฮา) ด้วยความที่พล็อตแนวนี้มีให้เห็นอยู่ทั่วไป จึงอาจจะทำให้ดูธรรมดาไปในตอนแรก เราเองก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ตัดสินใจดูต่อเพราะอยากรู้คำตอบของคดี แล้วก็พบว่า เหตุการณ์เล็กน้อยอาจนำมาสู่ผลลัพธ์ยิ่งใหญ่มหาศาลได้ฉันใด เรื่องราวที่เปิดตัวมาด้วยรูปแบบที่ไม่แปลกใหม่มากก็อาจสนุกขึ้นมาได้ฉันนั้นค่ะ ต้องยอมรับว่าสิ่งที่จะทำให้ผลงานที่มีคอนเซปต์ธรรมดาได้รับความนิยมได้ ก็คือรายละเอียดของตัวเรื่องที่แตกต่างและโดดเด่นจากเรื่องอื่นเช่นกัน และเรื่องนี้ก็ทำได้ดีในส่วนของการสร้างรายละเอียดที่น่าสนใจ และทำให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วม เหมือนเป็น Snowball Effect ที่ในขณะที่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของซาโตรุส่งผลให้เกิดเหตุการณ์อีกมากมายตามมา เราเองที่ชมก็รู้สึกได้ถึงความสนุกที่เริ่มจากขนาดเท่าหิมะก้อนเล็ก กลิ้งลงเนินไปเรื่อยจนใหญ่ขึ้น เข้มข้นมากขึ้น ลุ้นมากขึ้น ขมวดคิ้วไปดูไปมากขึ้น จนหยุดดูไม่ได้จริงๆ

Boku_Dake_ga_Inai_Machi-6

Boku_Dake_ga_Inai_Machi-9

หนึ่งในเสน่ห์ของเรื่องนี้ก็ไม่พ้นตัวของซาโตรุเอง ที่มีพัฒนาการทางจิตใจให้เราได้เห็นทุกตอน เราจะได้เห็นเขาค่อยๆ เปลี่ยนแปลงจากหนุ่มญี่ปุ่นในชนชั้นกลางที่ดูจะเบื่อหน่ายกับทุกอย่างและสิ้นหวังกับอนาคตของตัวเอง กลายเป็นคนที่มีจิตใจดี มุ่งมั่น มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่น หากไม่นับความสามารถย้อนเวลาที่เป็นปาฏิหาริย์เพียงอย่างเดียวที่คนอื่นอาจจะไม่มีแล้ว การกระทำของซาโตรุก็คือความพยายามดิ้นรนแบบปุถุชน ที่เมื่อไม่มีใครช่วยแล้วก็ต้องลงมือแก้ปัญหาเอง ซึ่งในกรณีของซาโตรุ ก็คือการได้รับโอกาสให้ย้อนกลับไปเป็นตัวเองสมัยประถม เพื่อสืบเงื่อนงำเบื้องหลังคดีลักพาตัวเด็กต่อเนื่องในอดีต และตามหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของคาโยะ แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นจริงกับพวกเรา แต่ Boku dake ga inai Machi ก็ได้แสดงให้เห็นผ่านซาโตรุวัยยี่สิบปลายในร่างของเด็กสิบเอ็ดขวบว่า คนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตตัวเองหรือคนรอบข้างได้ ความเป็นตัวละครที่สมจริงของซาโตรุนี้เอง จึงเป็นส่วนสำคัญของอนิเมะที่ทำให้เราติดตามและคอยลุ้นขอให้เจ้าตัวประสบความสำเร็จ

Boku_Dake_ga_Inai_Machi-8

Boku_Dake_ga_Inai_Machi-4

ตัวละครคนอื่นที่รายล้อมซาโตรุอยู่ก็มีส่วนเสริมมากเช่นกัน โดยเฉพาะคาโยะ หนึ่งในปริศนาอันยิ่งใหญ่ของเรื่องนี้ ที่ได้คุณยูกิ อาโออิ (ผู้ให้เสียงคานาเมะ มาโดกะ จาก สาวน้อยเวทมนตร์มาโดกะ) มาพากย์นั้น นอกจากจะเป็นกุญแจสำคัญที่อาจช่วยให้ซาโตรุคลี่คลายเรื่องวุ่นวายนี้ได้แล้ว เด็กหญิงพูดน้อยหน้าตาเย็นชาคนนี้ยังเป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาเยาวชนที่สังคมควรให้ความใส่ใจและแก้ไข เช่น ปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัว (Domestic Violence) ที่ส่งผลเสียต่อเด็กทั้งทางร่างกายและจิตใจ และปัญหาการกลั่นแกล้งในกลุ่มเด็กด้วยกันเอง (Bullying) ที่มองเผินๆ อาจเหมือนเป็นการเล่นสนุก แต่ในความเป็นจริงอาจโหดร้ายกว่าที่เห็น และอาจรุนแรงถึงขั้นสร้างปมในใจเด็กได้ นับว่าเป็นสิ่งเหนือความคาดหมายประการที่สองสำหรับเราในเรื่องนี้ค่ะ ที่สามารถสร้างตัวละครเด็กที่โตกว่าอายุ แถมยังเศร้าซึมไม่สมวัยใส แต่อาจพบเห็นในสังคมได้ เพราะปัญหาที่สาวน้อยคาโยะพบเจอนั้นไม่ได้เป็นเรื่องเกินจริงแต่อย่างใด ซ้ำยังอาจใกล้ตัวกว่าที่ทุกคนคิดค่ะ

นอกจากนี้ก็ยังมีคุณแม่ซาจิโกะ ผู้เลี้ยงดูซาโตรุมาคนเดียวตั้งแต่ยังสาว ปรากฏในเรื่องเป็นอุทาหรณ์แฝง ที่คิดว่าคุณซันเบะ เคย์ เจ้าของผลงานมังงะดั้งเดิมของเรื่องนี้อยากสื่อให้ผู้ชมทุกท่านให้ความสำคัญกับคนที่เรารักก่อนจะถึงวันที่ไม่มีเขาอีก คาตางิริ ไอริ เพื่อนร่วมงานที่ซาโตรุมองว่าเป็นเพียงสาวน้อยม.ปลายธรรมดาที่ไม่น่าจะเข้าใจคนต่างวัยเช่นเขา ก็ยังมีบทบาทและทัศนคติในการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ เคนยะ เพื่อนสมัยประถมของซาโตรุอีกคนที่ดูสุขุมและฉลาดเกินเด็ก รวมไปถึงคนร้ายที่แท้จริง ซึ่งจนปัจจุบันที่เรากำลังรับชมอนิเมะอยู่นี้ก็ยังไม่ทราบเช่นกันว่าเป็นใคร แต่คาดว่าน่าจะสร้างความประหลาดใจได้แน่นอนค่ะ

Boku_Dake_ga_Inai_Machi-3

ถัดจากส่วนของเนื้อเรื่องและตัวละคร หากนำภาพและแอนิเมชันมาพิจารณาประกอบด้วยแล้ว จะพบว่าธีมสีใน Boku dake ga inai Machi จะออกแนวทึมๆ เข้ากับบรรยากาศอึมครึมและช่วงเวลาปลายฤดูหนาว ต้นฤดูใบไม้ผลิของเรื่อง (ยกเว้นในบางฉากที่เน้นสีสดเฉพาะที่) ลายเส้นออกมาในแนวการ์ตูนที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่หน่อย ตัวละครส่วนใหญ่รูปร่างหน้าตาไม่สวยหล่อสะดุดตามากมาย แต่ก็งามอย่างเรียบง่าย เหมาะสำหรับความเป็นคนธรรมดาของตัวละครหลายตัวค่ะ โดยรวมแล้วก็ไม่โดดเด่นมากหากเทียบกับเรื่องอื่นในซีซันเดียวกัน จนกระทั่งมาถึงฉากเร้าอารมณ์บางเวลา ที่เรารู้สึกว่าทีมงานสร้างภาพและเอฟเฟ็กต์ได้ดีมาก เช่นเดียวกันกับส่วนของงานเพลงประกอบ ที่แม้จะได้ ASIAN GUNG-FU GENERATION มาร้อง Re:Re เป็นเพลงเปิด และคุณคาจิอุระ ยูกิ เจ้าของเพลงประกอบสุดอลังการที่ฝากผลงานไว้มากมาย อาทิ Sword Art Online, สาวน้อยเวทมนตร์มาโดกะ และ Fate/Zero มาช่วยประพันธ์ทั้งเพลงประกอบฉากและเพลงปิด (Sore wa Chiisana Hikari no you na ขับร้องโดย Sayuri) ก็ตาม กว่าเราจะรู้สึกว่าเพลงประกอบสื่ออารมณ์ได้ดีก็ในตอนที่หก อาจเป็นเพราะเราเองคุ้นชินกับผลงานของคุณคาจิอุระในอนิเมะที่มีความเป็นการ์ตูนแฟนตาซีมากกว่าเรื่องนี้ก็เป็นได้ค่ะ

โดยสรุปแล้ว เรื่องนี้เป็นเหมือนลูกบอลหิมะแห่งความตื่นเต้นที่เริ่มจากขนาดเท่าฝ่ามือกลิ้งเอื่อยๆ จนใหญ่ขึ้นไปตามทางอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นจริงๆ ค่ะ ถือว่าไม่เสียแรงที่ตามดูจากตอนแรกต่อไปด้วยความลุ้น เพราะได้อะไรมากกว่าที่คิดพอสมควร หวังว่าเพื่อนๆ ผู้อ่านที่ติดตามทั้งอนิเมะและมังงะเรื่องนี้ก็คงมีความเห็นคล้ายกัน และสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักเรื่องนี้ ก็แนะนำเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ หากมีเวลาและชื่นชอบเรื่องที่เริ่มจากความธรรมดาสู่ความสนุกมากขึ้นทีละนิดทีละหน่อย ก็มาติดตามอนิเมะสิบสองตอนจบนี้กัน โดยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ทางการของเรื่องนี้ได้ค่ะ

อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพ: ANNBoku Dake Ga Inai Machi TV Animation Official Website

Boku_Dake_ga_Inai_Machi-10

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *