ในปัจจุบัน ไอดอลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว และในเมื่อเป็นญี่ปุ่น ประเทศแห่งการ์ตูน อะไร ๆ ก็กลายเป็นสองมิติได้ทั้งนั้น ไอดอลก็ไม่เว้นเช่นกัน วันนี้อนิไทม์จะขอพาทุกคนไปรู้จักกับ Love Live! ไอดอลสองมิติที่โด่งดังแห่งยุคนี้

tumblr_static_love live-group-full

Love Live! School Idol Project หรือในชื่อไทยก็คือ เลิฟไลฟ์! ปฏิบัติการไอดอลจำเป็น คือเรื่องราวของสาว ๆ ทั้ง 9 คนที่ผันตัวมาเป็นสคูลไอดอลเพื่อทำให้โรงเรียนของพวกเธอที่กำลังจะโดนปิดเรื่องจากความนิยมตก ให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

หลาย ๆ คนอาจจะติดภาพของ Love Live! ในรูปแบบของทีวีอนิเมะ แต่ในความเป็นจริงแล้วสาว ๆ วง μ’s ทั้ง 9 คนไม่ได้เริ่มเดบิวต์จากทีวีอนิเมะแต่อย่างใด พวกเธอมีอัลบั้มรวมเป็นของตัวเอง 5 อัลบั้ม อัลบั้มยูนิตย่อยอีกยูนิตละอัลบั้ม รวมทั้งหมด 8 อัลบั้ม รวมไปถึงคอนเสิร์ตอีก 2 ครั้ง ก่อนที่อนิเมะซีซันแรกของพวกเธอจะเริ่มฉายซะอีก

*ทำความเข้าใจก่อนสักนิด Dengeki G’s Magazine ที่เป็นแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการของ Love Live! นั้นจะมีการวางขายก่อนล่วงหน้าจากเดือนที่ประกาศประมาณ 2 เดือน เช่น ฉบับเดือนกรกฎาคม 2010 จะวางจำหน่ายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2010*

Honoka_Dengeki_G's_Mag_Jul_2010

Dengeki G’s Magazine ฉบับเดือนกรกฎาคม 2010 ได้มีการเปิดตัวซีรีส์ Love Live! ด้วยโปสเตอร์ที่เป็นรูปโฮโนกะยืนโบกมืออยู่ท่ามกลางต้นซากุระ และจึงได้มีภาพของคนอื่น ๆ รวมทั้งบทแนะนำตัวของทุกคนลงในฉบับเดือนสิงหาคม 2010 และในวันที่ 13 สิงหาคม อัลบั้มแรกของวง μ’s ก็ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยเป็นอัลบั้ม Bokura no LIVE Kimi to no LIFE ฉบับ Limited Edition และในเวอร์ชันปกติก็ได้วางจำหน่ายต่อมาในวันที่ 25 สิงหาคม 2010 ซึ่งความพิเศษของเพลงนี้ตามเนื้อหาจากในอนิเมะแล้ว เป็นเพลงแรกที่สาว ๆ ทั้ง 9 คนได้ขึ้นไลฟ์ด้วยกัน และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ตั้งแต่อัลบั้มที่ 2 ถึงอัลบั้มที่ 6 ก็ได้ตัดสินคนที่จะเป็นเซ็นเตอร์ด้วยการเปิดป็อปปูลาร์โหวตมาตลอด

ในฉบับเดือนพฤศจิกายน 2010 ได้มีการเปิดให้เสนอชื่อวง และประกาศชื่อที่เข้ารอบในฉบับเดือนธันวาคม ซึ่งนอกจากชื่อ μ’s แล้ว ก็ยังมี Otonokizaka Nonetto, Livestar!, Little Diamond, Otonokizaka Idol Club ที่เข้าตากรรมการ และประกาศผลโหวตในฉบับเดือนกรกฎาคม 2011 ซึ่งก็อย่างที่พวกเรารู้กันว่าชื่อ μ’s นั้นชนะเลิศ

Muse ซึ่งชื่อพ้องเสียงกับ μ’s นั้น เป็นชื่อของเทพธิดาแห่งงานประพันธ์ แรงบันดาลใจ วิทยาศาสตร์ และศิลปะทั้ง 9 ตนในตำนานกรีก ซึ่งก็เข้ากับสาว ๆ วง μ’s ที่เป็นเสมือนเทพธิดา 9 คนพอดิบพอดี และนอกจากนั้น ถึงจะไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องสักเท่าไร แต่ก็มีวงร็อกสัญชาติอังกฤษที่ชื่อ Muse เช่นเดียวกัน

e89ea2e5b995e5bfabe785a7-2014-12-17-e4b88be58d887-22-08

นอกจากวง μ’s ที่เป็นเสมือนวงหลักของสาว ๆ ทั้ง 9 คนแล้ว พวกเธอก็ยังได้แบ่งเป็นยูนิตย่อยอีก 3 ยูนิต ยูนิตละ 3 คน ซึ่งยูนิตนี้ได้เปิดโหวตในนิตยสาร Dengeki G’s Magazine ฉบับเดือนมีนาคม 2011 โดยได้มีการกำหนดไว้ว่า โฮโนกะ เอริ และอุมิ จะเป็นลีดเดอร์ในแต่ละยูนิต ผลโหวตถูกประกาศในฉบับเดือนเมษายน 2011 ชื่อของทั้ง 3 ยูนิตย่อย Printemps, lily white และ BiBi ถูกประกาศในฉบับเดือนพฤษภาคม 2011 และเพลงยูนิตย่อย Love Marginal ของ Printemps, Diamond Princess no Yuutsu ของ BiBi และ Shiranai Love*Oshiete Love ของ lily white ได้ลงรายละเอียดในฉบับเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม ตามลำดับ

LLmanga

สำหรับเลิฟไลฟ์ฉบับการ์ตูนมังงะเวอร์ชันแรกสุด ได้เริ่มตีพิมพ์กับนิตยสาร Dengeki G’s Magazine ในฉบับเดือนมกราคม 2012 ในชื่อ Love Live! School idol project ชื่อเดียวกับฉบับอนิเมะ โดยฉบับนี้วาดโดย โทคิตะ อารุมิ และได้หยุดตีพิมพ์ในนิตยสาร Dengeki G’s Magazine ในฉบับเดือนพฤษภาคม 2014 และย้ายไปสู่ Dengeki G’s Magazine แทนตั้งแต่ฉบับเดือนมิถุนายน 2014 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ เลิฟไลฟ์ฉบับมังงะยังมีอีก 2 เวอร์ชันด้วยกัน คือ “Love Live! Anthology” ที่วาดโดยนักวาดหลายท่านสำหรับหลายตอน และ “Love Live! School idol diary” ที่สร้างจากไลท์โนเวล Love Live! School idol diary ที่เขียนโดย คิมิโนะ ซากุราโกะ โดยในฉบับไลท์โนเวลได้ โอโตโนะ นัทสึ และ อาคาเมะ คิโยเสะ มาเป็นผู้วาดภาพประกอบให้ ส่วนในฉบับมังงะวาดโดย โอดะ มาซารุ

concert1
ภาพจาก lovelive.kr

และในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2012 ก็ได้มีคอนเสิร์ตเลิฟไลฟ์ครั้งแรก ในชื่อ “μ’s First LoveLive!” โดยนักพากย์เสียงของสาว ๆ ทั้ง 9 คน โดยในคอนเสิร์ตมีเพลงของทั้ง 4 อัลบั้มแรกที่วางจำหน่ายไปแล้ว รวมไปถึงเพลงของยูนิตย่อยแต่ละยูนิต รวมทั้งเพลงโซโล่ของโฮโนกะ อุมิ และโคโตริ สามคนที่ชนะป๊อปปูลาร์โหวตครั้งที่ 3 และได้มีเพลงโซโล่ของตัวเองเป็น 3 คนแรกของวง

ในฉบับเดือนเมษายน 2012 เราก็ได้ข่าวดีกับการประกาศทำอนิเมะของเลิฟไลฟ์อย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มฉายในปี 2013 และยังมีการประกาศซีรีส์อัลบั้มดูโอ้อีกด้วย และรายละเอียดของอัลบั้มดูโอ้ได้ประกาศเพิ่มเติมต่อมาในฉบับเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน

concert2
ภาพจาก lovelive.kr

ในปี 2013 ได้มีการจัดคอนเสิร์ตครั้งที่สองในวันที่ 3 มกราคม โดยใช้ชื่อว่า Love Live! μ’s New Year LoveLive! 2013 โดยในรอบนี้ขาด โยชิโนะ นันโจ เจ้าของเสียงพากย์ อายาเสะ เอริ เนื่องจากติดภารกิจอื่น อีก 3 วันถัดมา วันที่ 6 มกราคม 2013 อนิเมะตอนแรกของ Love Live! ก็เริ่มออกอากาศสำหรับซีซันแรก

deaf323b7654b1e9d6a63b9dfb1ae8cc1356541779_full

นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมยิบย่อยอีกมากมาย ทั้งการออกอีเวนต์ เปิดตัวอัลบั้มใหม่ ให้สัมภาษณ์ลงนิตยสาร จะเห็นได้ว่าสาว ๆ วง μ’s ผ่านอะไรมามากมายก่อนที่จะได้เป็นอนิเมะทีวีอย่างที่หลายคนได้ดู และหลังจากที่อนิเมะเริ่มฉายแล้ว พวกเธอก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น งานต่าง ๆ ยังคงเข้ามาเรื่อย ๆ แถมดูจะเยอะกว่าเดิมอีกเสียด้วย

concert3
ภาพจาก lovelive.kr

16 มิถุนายน 2013 คอนเสิร์ตครั้งที่ 3 “μ’s 3rd Anniversary Love Live!” ถูกจัดขึ้นที่โยโกฮาม่า โดยครั้งนี้นอกจากเพลงจากอัลบั้มแรก ๆ แล้ว ก็ยังมีเพลงจากอัลบั้มดูโอ้ เพลงอินเสิร์ทซองจากอนิเมะ รวมไปถึงเพลงพิเศษจากแผ่นบลูเรย์มาแสดงอีกด้วย

concert4
ภาพจาก farin-nayuki tumblr

8-9 กุมภาพันธ์ 2014 คอนเสิร์ตครั้งที่ 4 “Love Live! μ’s→NEXT LoveLive! 2014 ~ENDLESS PARADE~” จัดขึ้นที่ Saitama Super Arena โดยคราวนี้ผู้ที่ซื้อตั๋วคอนเสิร์ต นอกจากสินค้าอื่น ๆ ที่ได้มา ก็จะยังได้เพลงใหม่ ENDLESS PARADE แถมมากับแผ่น CD อีกด้วย

b6792c2971f7e038496139d896f6a3e81391996513_full

Dengeki G’s Magazine ฉบับเมษายน 2014 ก็ได้ประกาศอนิเมะซีซันสอง ซึ่งต่อมาออกอากาศในวันที่ 6 เมษายน ถึง 29 มิถุนายน 2014 รวมทั้งหมด 13 ตอนเท่ากับซีซันแรก

และในฉบับเดือนสิงหาคม 2014 ก็ได้ประกาศโปรเจ็กต์ใหม่ 「ラブライブ!みんなで作るμ’sの歌」(แปล เลิฟไลฟ์! เพลงของ μ’s ที่ทุกคนร่วมกันสร้าง) ซึ่งทุก ๆ เดือนของ Dengeki G’s Magazine จะเปิดให้ผู้อ่านสามารถโหวตอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเพลงใหม่ของ μ’s ได้ เช่น ชื่อเพลง ท่อนที่อยากฟัง ท่าเต้น รวมไปถึงชื่ออัลบั้มอีกด้วย และต่อมาก็กลายมาเป็นอัลบั้ม Mi wa Mu’sic no Mi ที่ปล่อยในวันที่ 22 สิงหาคม 2014

concert5
ภาพจาก WebNewtype

หลังจากนั้น ในวันที่ 31 มกราคม และ 1 กุมภาพันธ์ 2015 ก็ได้มีคอนเสิร์ตครั้งที่ 5 ในชื่อ “Love Live! μ’s Go→Go! LoveLive! 2015 ~Dream Sensation!~” โดยจัดขึ้นที่ Saitama Super Arena อีกครั้ง โดยครั้งนี้ก็มากับเพลงใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า Dreamin’ Go! Go!!

LLgame

ไม่ใช่แค่เพียงอนิเมะหรือคอนเสิร์ตเท่านั้น พวกเธอก็มีเกมเป็นของตัวเองเช่นกัน “Love Live! School idol festival” เกมแนวจับจังหวะบนแพล็ตฟอร์ม iOS และ Android ที่ไม่ใช่มีแค่เพลงให้เล่นเท่านั้น แต่ยังมีเนื้อเรื่องบางส่วนนอกเหนือจากในอนิเมะมาให้ผู้เล่นได้อ่านกัน แถมตัวละครที่เล่นได้ไม่ได้มีเพียงสาว ๆ วง μ’s ทั้ง 9 คน แต่ยังมีไอดอลจากโรงเรียนอื่นอีกมากมายมาให้พวกเราได้เล่นกันอีกด้วย และ “Love Live! School idol paradise” บนแพล็ตฟอร์ม PS Vita ที่มาในรูปแบบเน้นยูนิตย่อยทั้งสาม Printemps, BiBi และ lily white และยังวางขายแยกเป็น 3 เวอร์ชันตามแต่ละยูนิตเช่นเดียวกัน

Love_Live!_Sunshine_Teaser_Image_2

ในปีหน้าจะมีอนิเมะเลิฟไลฟ์เรื่องใหม่ในชื่อ “Love Live! Sunshine!!” ซึ่งเป็นเกี่ยวกับสคูลไอดอลกลุ่มใหม่เข้าฉาย ซึ่งตอนี้ได้ประกาศชื่อและภาพของสาว ๆ วงใหม่ทั้ง 9 คน พร้อมกับทั้งนักพากย์เรียบร้อยแล้ว ส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นยังไงคงต้องติดตามกันต่อไป

และล่าสุด ในเดือนนี้ก็เพิ่งจะมีภาคโรงหนัง Love Live! School Idol Movie เข้าฉายที่ญี่ปุ่นอีกด้วย โดยทำยอดเข้าชมถล่มทลายมหาศาล ส่วนแฟน ๆ ไลฟเวอร์ชาวไทยก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะสำหรับประเทศไทยก็จะได้ดูกันในเดือนสิงหาคมนี้แน่นอน

150601-01

 

จากตัวละครสู่ไอดอลมืออาชีพ

มีคนกล่าวไว้ว่า ไอดอลนั้นเติบโตได้ด้วยแฟนคลับ ตลอดเส้นทางของสาว ๆ ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่ามีการโหวตอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นโหวตเพื่อขึ้นเป็นเซ็นเตอร์ในแต่ละอัลบั้ม โหวตแยกยูนิตย่อย โหวตชื่ออัลบั้มใหม่ หรือแม้กระทั่งโหวตรายการเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกมากมายที่เราไม่ได้เขียนไว้ก็มีอีกมากมายเช่นกัน สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเสียงตอบรับจากแฟนคลับทั้งหลายที่ทำให้พวกเธอได้เติบโตมาในฐานะไอดอล

แม้ว่าพวกเธอจะเป็นแค่ตัวละครสมมติ แต่จากที่ได้อ่านประวัติศาสตร์กว่าจะมาเป็นวงมิวส์อย่างทุกวันนี้แล้ว เหล่าสาว ๆ ก็ได้ผ่านเหตุการณ์มามากมาย ทั้งออกอัลบั้ม งานอีเวนต์ คอนเสิร์ต ออกหนังสือ และอีกมหาศาล จนทุกวันนี้พวกเธอได้ไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้ามากมาย เช่น ริน ที่ได้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ SEGA หรือราเมนที่เป็นของโปรดของเธอ หากใครติดตามข่าวก็อาจจะได้เห็นรองเท้าเลิฟไลฟ์ หรือแม้กระทั่งโดเมนเนมของเว็บไซต์ ฯลฯ แม้ว่าจะพาพวกเธอไปออกรายการวาไรตี้ไม่ได้ก็ตาม

อาจจะมีหลายคนบอกว่า ไอดอลตัวจริงต้องพยายามอะไรหลายอย่างตั้งมากมาย ทั้งฝึกร้องฝึกเต้น พวกเธอที่เป็นแค่ตัวละครสมมติจะเอามาเทียบกันได้ยังไง จริงอยู่ที่ว่าเหล่าไอดอลที่เป็นคนจริง ๆ นั้นต้องลงทุนลงแรงอะไรต่าง ๆ มากมาย ผ่านความเหนื่อยยากสารพัด โดนกีดกันห้ามใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามบ้างล่ะ ต้องคอยคุมอาหารเพื่อให้รูปร่างดีอยู่เสมอ หรือบางคนถึงขั้นต้องออกจากโรงเรียนเพราะกฎห้ามเข้าวงการบันเทิงของบางโรงเรียนเลยก็มี สิ่งเหล่านี้ล้วนแตกต่างจากไอดอลสองมิติโดยสิ้นเชิง พวกเธอไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับ μ’s ที่พวกเธอผันตัวมาเป็นไอดอลเพื่อช่วยโรงเรียน หรือปัญหาต่าง ๆ เหล่าสาว ๆ ไอดอลก็ไม่ใช้ผู้ที่ต้องเผชิญหน้า เพราะอย่างไรก็ตามพวกเธอก็เป็นเพียงตัวละครสมมติเท่านั้น

love-live-school-idol-project

แต่ถ้าหากเรามองอีกมุมนึง ถึงจะเป็นแค่ตัวละครสมมติก็ตาม แต่กว่าพวกเธอจะโด่งดังมีชื่อเสียงขนาดนี้ได้ แม้ไม่ใช่พวกเธอที่ต้องรับมือกับปัญหาต่าง ๆ แต่ใครว่าจะไม่มีอุปสรรคหรือความยากลำบากกันเลย บุคคลทั้งหลายที่เป็นผู้สร้างพวกเธอขึ้นมา ทั้งนักพากย์เสียงที่ต้องซ้อมเต้นซ้อมร้องเพื่อให้ตรงกับท่าเต้นในอนิเมะมากที่สุด คอยออกคอนเสิร์ตหรือจัดรายการวิทยุในฐานะตัวละคร จนพวกเธอนั้นก็เปรียบเสมือนไอดอลเองจริง ๆ หรือจะเป็นคนเบื้องหลังอย่างคนออกแบบตัวละคร ผู้กำกับ แอนิเมเตอร์ นักวาด และอีกหลายชีวิตที่ทุ่มเทขึ้นมา หากจะบอกว่าทั้งหมดนี้ทำก็เพื่อปั้นไอดอลขึ้นมาสักกลุ่มนึงล่ะก็ สิ่งเหล่านี้ก็นับเป็นความยากลำบากในฐานะไอดอลสองมิติได้เหมือนกัน แม้ว่าในฐานะไอดอลแล้ว ตัวละครสมมติจะไม่สามารถแทนที่กับเหล่าไอดอลที่มีลมหายใจจริง ๆ ได้ทั้งหมด แต่ก็เพราะพวกเธอเป็นตัวละครสมมตินี่แหละ ทำให้มีบางเรื่องที่พวกเธอสามารถทดแทนคนจริง ๆ ได้ แต่ถ้าถามว่าอะไรดีกว่ากันล่ะก็ อย่าเอามาเปรียบเทียบกันเลยจะดีที่สุด เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน

 

อนิเมะไอดอลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

41085lThe iDOLM@STERAKB0048.full.1112139
เริ่มต้นจากการเป็นเกมบนแพล็ตฟอร์ม Xbox 360 และต่อมาได้กลายมาเป็นทีวีอนิเมะโดยอ้างอิงเนื้อเรื่องมาจากเกมภาค 2 ซึ่งต่อมาก็ได้มีภาค Cinderella Girls ที่อิงมาจากเกมในชื่อภาคเดียวกันนี้ได้กลายเป็นอนิเมะอีก แต่เนื้อเรื่องจะไปโฟกัสอยู่ที่ไอดอลในอีกกลุ่มนึง

AKB0048
แค่เห็นชื่อก็คงพอจะเดาได้ว่าสร้างโดยมีการอ้างอิงมาจากไอดอลกรุ๊ปชื่อดังของญี่ปุ่น AKB48 โดยส่วนตัวผู้เขียนไม่ได้มีโอกาสดูเรื่องนี้ แต่ได้ข่าวว่าเกี่ยวกับในยุคที่เพลงและความบันเทิงต่าง ๆ กลายเป็นของต้องห้าม จึงได้เกิดไอดอลเพื่อปฏิวัติกฏข้อนี้ขึ้นมา

131da5669e67efd8312c2666ae4bba6e1388891698_fullWake Up Girl22189s
อนิเมะไอดอลที่เนื้อเรื่องค่อนข้างสมจริง มีบรรยากาศเรื่องที่ค่อนข้างหนัก แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของไอดอลในอีกมุมหนึ่ง ไม่สดใสเหมือนเรื่องอื่น ๆ

Futsuu no Joshikousei ga [Locodol] Yatte Mita
หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Locodol เกิดจากคำว่า Local กับคำว่า Idol ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับไอดอลท้องถิ่น เด็กสาวที่ต้องมาเป็นไอดอลเพื่อโปรโมตจังหวัดตัวเองให้ได้รับความนิยมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เราจะได้เห็นไอดอลในอีกรูปแบบนึงที่แตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ

 

ข้อมูล

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

13 thoughts on “Love Live! : กว่าจะมาเป็นไอดอลสองมิติ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *