ถ้าเอ่ยถึงชื่อประเทศญี่ปุ่นเมื่อไร หลายคนคงจะนึกว่าเป็น 1 ในประเทศมหาอำนาจของโลกที่มีทั้งเทคโนโลยีที่ก้าวไกล วัฒนธรรมที่คงดำรงไว้ และอาหารนานาชนิดที่แสนอร่อย ซึ่งถือว่าเป็นประเทศในอุดมคติของใครหลายๆ คน แต่ทว่าเบื้องหลังของประเทศศิวิไลแห่งนี้กลับมีอะไรบางอย่างซ่อนไว้อยู่จนหลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าที่ญี่ปุ่นเองก็มีเหมือนกันด้วยกับ โฮมเลส คนไร้บ้านที่เราเห็นในไทยกันเป็นปกติจนชินตา แต่ที่ญี่ปุ่นนานๆ ทีกลับมีออกมาให้เห็นกันและมาในรูปแบบ มนุษย์กล่อง ซะด้วย เรามาไขความลับไปด้วยกันดีกว่าว่าประเทศที่เจริญรุ่งเรืองขนาดนี้ทำไมถึงมีเหล่าโฮมเลสอาศัยกันอยู่แทบจะทั่วเมือง

 

มนุษย์กล่องผู้ไม่สุงสิงกับใคร

เชื่อว่าเกือบทั่วทั้งโลกต่อให้จะมหาอำนาจเจริญสักแค่ไหนก็จะมี โฮมเลส หรือ เหล่าคนจรจัดไร้บ้าน ให้ได้เห็นกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะที่ไทยแลนด์แดนบ้านเราที่มีอยู่แทบทุกส่วนของเมือง ทั้งคนจรจัดประเภทแปลกๆ เดินเร่ร่อนหาของกิน และขอทานตามสะพานลอยที่เห็นทีไรเป็นต้องหนักใจทุกที แต่ก็คงจะไม่แปลกสำหรับเราแล้วเพราะเห็นกันแทบทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ แต่กลับกันที่ประเทศญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมความเจริญด้านต่างๆ ก็มีคนไร้บ้านให้เห็นอยู่เหมือนกัน แต่เป็นเฉพาะกลางคืนเท่านั้น มีส่วนน้อยที่จะออกมาข้างนอกบ้างเป็นบางครั้ง ถ้าให้เทียบกับบ้านเราเปอร์เซ็นต์ที่จะพบเจอนับว่าน้อยมากอย่างเห็นได้ชัด

โฮมเลสญี่ปุ่น จะเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ฟุโรฉะ (浮浪者) แต่ปัจจุบันมีการเรียกแบบทับศัพท์กันมากขึ้นว่า โฮมุเลสุ (ホームレス) ความแตกต่างระหว่างคนไร้บ้านของญี่ปุ่นกับไทยนับว่ามีอยู่มาก ถ้าใครได้มีโอกาสเคยไปญี่ปุ่นจะพบว่าน้อยครั้งนานๆ ทีจะได้เห็นคนเหล่านี้ออกมานอนเกลื่อนกันให้เห็น เพราะว่าพวกเขาจะออกมาแผ่นอนกันเฉพาะแต่ตอนกลางคืนเท่านั้นและส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับลังกล่องกระดาษที่สร้างเป็นอาณาเขตบ้านขนาดย่อมๆ ให้กับตัวเอง ทำให้คนไทยเรียกบุคคลเหล่านี้กันว่า มนุษย์กล่อง โดยปกติแล้วจะอาศัยกันอยู่ตามริมแม่น้ำ สวนสาธารณะ ใต้สะพานทางด่วน มุมใต้รถไฟฟ้า ทางเดินอุโมงค์ใต้ดิน และในเมืองใหญ่จะพบเห็นเยอะกว่าตามชนบทเช่น โตเกียว โอซาก้า โยโกฮาม่า นาโกย่า เป็นต้น

สังเกตว่าจะมีแต่มุมอับหลีกหนีผู้คนทั้งนั้น เหตุเพราะเหล่าคนไร้บ้านมักจะไม่สุงสิงกับใคร จะอยู่ตัวคนเดียวหรือบางคนก็สร้างสังคมกันขึ้นมาเล็กๆ อยู่ด้วยกันแทน และที่ออกมาเดินเร่รอนหรือนอนกันแต่เฉพาะตอนกลางคืนนั้นก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ไม่ต้องการพบเจอใครด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีบางกลุ่มที่ออกมาเดินร่อนเร่ตอนกลางวันก็มี แต่ถือว่าน้อยกว่าบ้านเราหลายเท่าตัวแทบเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว ช่วงที่เห็นคนไร้บ้านบ่อยที่สุดก็เห็นจะเป็นช่วงฤดูหนาว เพราะอากาศตอนกลางคืนหนาวเหน็บจนแทบจะนอนไม่ได้ เลยต้องสลับไทม์โซนการใช้ชีวิตแทน เนื่องจากทุกๆ ปีจะมีคนไร้บ้านที่เสียชีวิตเพราะทนอากาศหนาวเหน็บไม่ไหว

 

ศักดิ์ศรีของการสู้ชีวิต

ก็ยังพอใจเข้าใจอยู่ว่าเหล่าคนไร้บ้านสามารถดำรงชีวิตภายนอกได้ด้วยกล่องกระดาษ จนได้สมญานามว่ามนุษย์กล่อง แต่ทว่าแล้วพวกเขาสามารถกินอยู่ ขับถ่ายกันที่ไหนอย่างไร? แล้วไม่มีเงินใช้จ่ายจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไรล่ะ?

ต้องบอกก่อนเลยว่าที่ประเทศญี่ปุ่นต่อให้มีจำนวนคนไร้บ้านมากแค่ไหน แต่พวกเขา ไม่ใช่ขอทาน ถึงจะไม่มีบ้านอยู่ ญาติพี่น้องไม่แลเหลียว แต่คนไร้บ้านส่วนใหญ่จะไม่นิยมไปขอเงินใคร เพราะเขาเชื่อว่าต่อให้ไร้บ้านอยู่ เป็นคนเร่ร่อนแต่ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยตัวเองได้ คนไร้บ้านบางคนถ้ายื่นมือเข้าไปช่วยเขาเลือกที่จะปฏิเสธ แต่ก็ที่รับไว้บ้างก็มีเหมือนกันไม่ใช่ไม่มีเลย

ด้านอาหารการกินจะมีหน่วยงานจากรัฐคอยให้ความช่วยเหลือแจกข้าวฟรี คล้ายๆ กับ โรงทาน บ้านเราอยู่ จึงไม่เป็นปัญหาในด้านอาหารการกิน หรือตามโบสถ์บางแห่งที่นานๆ ทีจะมีอีเวนต์จัดเลี้ยงอาหารให้เหล่าคนไร้บ้าน ส่วนด้านสุขอนามัยผู้คนเหล่านี้ก็ไม่ได้ถือว่าอาบน้ำทุกวันแต่ในบางครั้งพวกเขาจะไปขับถ่ายกันตามห้องน้ำสาธารณะ บ้างก็มีสายยางไว้ต่ออาบน้ำก็มี สังเกตได้จากสวนสาธารณะก็เป็นที่ยอดนิยมที่คนไร้บ้านไปพักอาศัยกันเพราะมีห้องน้ำสาธารณะให้ใช้นั่นเอง

แล้วในเรื่องของเงินที่ไว้ใช้จ่ายซื้อของอย่างอื่นล่ะ? อย่าแปลกใจไปว่าคนไร้บ้านถ้าไม่เป็นขอทานแล้วจะไปหาเงินได้จากไหน คนไร้บ้านญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีอาชีพเล็กๆ คล้ายๆ กับบ้านเราอย่างการเก็บหนังสือพิมพ์ กระดาษ นิตยสาร กระป๋อง อะลูมิเนียมไปขาย ซึ่งต่อให้เป็นการเก็บของเล็กๆ ที่ใช้เวลาเป็นวัน แต่ก็สามารถสร้างรายได้เล็กน้อยให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ต่อได้ แต่นอกจากจะเก็บของเก่าขายแล้วบางกลุ่มยังมีอาชีพเสริมอีกอย่างคือ การแจกใบปลิว หรือ รับจ้างไปต่อคิว ซื้อของก็มี นับว่าแม้จะไม่ใช้งานที่สวยหรูแต่พวกเขาก็เต็มใจทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง และยังมีอีกช่องทางการหาเงินอีกอย่างที่ค่อนข้างจะลำบากกว่าที่กล่าวมาคือ การเก็บเศษเงินจากตามตู้อัตโนมัติต่างๆ รวมถึงตู้โทรศัพท์สาธารณะที่มีคนลืมไว้บ้าง คนทำตกบ้าง ซึ่งกว่าจะรวบรวมได้แต่ละเยนก็อาจจะต้องใช้เวลาอยู่มากโขเลยทีเดียว

 

เส้นทางที่ไม่แน่นอน

คนไร้บ้านญี่ปุ่นส่วนใหญ่เดิมทีถ้าเลือกกันได้ก็ไม่อยากเกิดมาเป็นคนที่ไม่มีบ้านอยู่หรือใช้ชีวิตโดดเดี่ยวตามท้องถนน แต่เป็นเพราะเกิดจากความล้มเหลวของการทำงานเป็นส่วนใหญ่ ต่อให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตไปเร็วมากแค่ไหน ก็ย่อมเกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำตามมาเป็นธรรมดาส่งผลให้บริษัทและองค์กรจำนวนมาก ล้มละลาย และ เลิกจ้างพนักงานประจำ โดยเฉพาะพนักงานที่มีอายุงานมากกว่า 10 ปีขึ้นไป หันไปจ้างเด็กจบใหม่หรือพนักงานชั่วคราวเพื่อลดค่าใช้จ่ายของทางบริษัท ทำให้มีพนักงานช่วงวัยกลางคนตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปประสบปัญหาตกงานกัน อีกทั้งคนญี่ปุ่นจะมีความคิดที่ว่าสมัครงานได้ที่ไหนเป็นที่แรกจะตั้งใจทำงานที่นั่นไปตลอดชีวิตจนกว่าจะเกษียณ แต่ในเมื่อจู่ๆ มาถูกยกเลิกจ้างกลางคันทำให้ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปสมัครงานที่ไหนต่อ ก่อให้เกิดความท้อแท้ในชีวิต กว่าจะรู้ตัวก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านแล้ว เราจึงพบคนไร้บ้านอายุวัยกลางคนเยอะกว่าปกติและที่พบเจอส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายกันทั้งนั้น

หรือกรณีบางคนอายุก็ตั้ง 50 กว่าแล้วดันมาโดนเลิกจ้างส่งผลให้ไปสมัครงาน เริ่มต้นงานใหม่ที่ไหนก็ไม่มีบริษัทที่ไหนเขารับ เพราะอายุเป็นปัญหาหลักของการเข้าทำงานของทุกประเทศ ยิ่งอายุมากต่อให้ประสบการณ์ทำงานเยอะมากแค่ไหน บริษัทจะคิดว่าเป็นภาระเพราะจะอยู่ทำงานด้วยได้ไม่นาน ทั้งเรื่องของเงินเดือนที่ต้องจ่ายเยอะและปัญหาด้านสุขภาพเจ็บออดๆ แอดๆ เมื่อไม่มีที่ไหนจ้างทำงานก็ต้องออกมาอยู่อย่างโดดเดี่ยว

แล้วถ้าถามถึงครอบครัวล่ะก็ คนญี่ปุ่นส่วนมากที่เป็นมนุษย์เงินเดือนจะเป็นผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัวและหาเงินเข้าบ้าน ในเมื่อผู้เป็นพ่อหรือสามีตกงาน หางานใหม่ไม่ได้ ทำให้มีคนตกงานไม่น้อยที่ละอายแก่ใจ ท้อแท้ในชีวิต หรือคิดมากที่ทำให้ครอบครัวต้องอับอาย นอกจากการตัดสินใจฆ่าตัวตายแล้วการหนีออกจากบ้านไปเป็นโฮมเลสก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่พบเห็นกัน ด้วยเหตุนี้เองทำให้คนไร้บ้านส่วนมากมีนิสัยที่ไม่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตนแบมือขอเงินใครดั่งขอทาน แม้ว่าตัวจะเจ็บเจียนตาย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่เป็นภาระใคร

หรือในกรณีถ้าคนไร้บ้านที่เป็นวัยรุ่นสาเหตุหลักจะเกิดจากที่พ่อแม่ไม่มีเงินส่งเสียเลี้ยงดู ไม่มีเงินให้เรียนต่อ จึงทำให้ตัวเองตกระกำลำบากไม่มีความสามารถพอที่จะไปสมัครงานที่ไหน บางคนสมัครแล้วทางบริษัทก็ไม่ยอมรับก็มี หรือบางคนสมัยวัยรุ่นเกิดปัญหาครอบครัวจนต้องหนีออกจากบ้านมาใช้ชีวิตเพียงลำพัง เลยมีความคิดที่ว่าเป็นคนไร้บ้านตัวคนเดียวน่าจะสบายใจกว่าอยู่กับพ่อแม่ ส่งผลให้ตามเมืองใหญ่ๆ จะมีคนไร้บ้านทุกช่วงวัยอาศัยอยู่กันเยอะ

 

ทุกคนคือเพื่อนมนุษย์

ปัจจุบันนี้คนไร้บ้านที่ญี่ปุ่นน้อยลงมากอย่างเห็นได้ชัด เพราะระดับคนญี่ปุ่นแล้วไม่ยอมปล่อยให้ประชาชนทุกคนต้องพบเจอกับปัญหาความยากจนอย่างแน่นอน อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศด้วย ดังนั้น ทางรัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นแต่ละแห่งได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทั้งด้านอาหารการกิน สุขภาพ เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย รวมถึงมีองค์กรไม่แสวงหากำไรก่อตั้งศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อให้เหล่าคนไร้บ้านได้ออกไปทำงานอย่างคนปกติและคำนึงถึงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองให้ดีขึ้น

ซึ่งในแต่ละปีนั้นทางรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะได้ตามติดอผลสำรวจจำนวนของคนไร้บ้านทั่วประเทศญี่ปุ่นอยู่ทุกปีและพบว่าจำนวนของคนไร้บ้านนั้นลดลงทุกปีเช่นกัน

สังเกตได้จากกราฟด้านบนว่านับตั้งแต่ต้นปี 2000 เป็นต้นไปจำนวนคนไร้บ้านลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากผลสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมาจำนวนของคนไร้บ้านทั่วประเทศญี่ปุ่นจำนวน 5,534 คน คิดเป็นที่อาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำจำนวน 720 คน (31.7%) สวนสาธารณะ 1,273 คน (23.0%) ริมท้องถนน 996 คน (18.0%) และตามตึกอาคารสถานี 1,315 คน (23.8%) โดยจังหวัดที่มีประชากรคนไร้บ้านเยอะที่สุดยกให้เป็น โตเกียว ซึ่งเป็นเมืองหลวงใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ยิ่งมีผู้คนอาศัยอยู่เยอะ ยิ่งเหมาะแก่การใช้ชีวิตในฐานะคนไร้บ้าน ซึ่งแต่ก่อนโอซาก้าเคยเป็นอันดับหนึ่งที่มีคนไร้บ้านเยอะมากที่สุดแต่พอจำนวนลดลงเยอะก็ตกเป็นโตเกียวแทนที่ได้ครองอันดับนี้ไป

ทั้งนี้ทั้งนั้นตามที่ได้กล่าวไปทั้งหมดว่าคนไร้บ้านส่วนใหญ่มาจากมนุษย์เงินเดือน มีการศึกษา มีหน้าที่การงานดีมาก่อน จึงเป็นเรื่องปกติที่มีศักดิ์ศรีไม่แบมือขอเงินใคร แต่ก็มีรายงานจากผู้เสียหายบางส่วนว่าพบเจอคนไร้บ้านที่ตะโกนโหวกเหวกของเงิน หรือหลอกอาสาพานักท่องเที่ยวไปส่งที่สถานีแล้วขอเงินก็มี จึงเป็นเรื่องที่ควรเตือนไว้ว่าหากพบเจอคนไร้บ้านก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สุงสิงกับคนทั่วไปเสมอไป แต่บางคนอาจเป็นมิจฉาชีพแฝงตัวมาอยู่ก็ได้ หรือบางคนนอนอยู่ในกล่องลังกระดาษแต่เอากระป๋องวางไว้ก็มี แต่ก็ถือว่าน้อยมากไม่ได้พบเห็นได้ทั่วไปง่ายๆ เหมือนบ้านเราที่มองไปทางไหนก็เจอ

ถือว่าเป็นเรื่องที่เปิดโลกให้สำหรับคนที่คิดว่าประเทศญี่ปุ่นดีพร้อมถึงขนาดไม่มีคนไร้บ้าน และเป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าประเทศญี่ปุ่นเอาใจใส่คนในประเทศอย่างแท้จริงที่สามารถพัฒนาและปรับปรุงให้ตรงตามเป้าหมายได้ และในอนาคตอีกไม่นานนี้คาดว่าจำนวนประชากรคนไร้บ้านจะต้องเป็นศูนย์อย่างที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน

 

ที่มา

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *