ใครจะไปคิดว่าสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเวลาไปเที่ยวจะไม่ได้มีแค่โรงแรม โฮสเต็ล เกสต์เฮาส์ แต่ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่เรียกว่า เลิฟโฮเต็ล ฮันแน่… แค่ฟังจากชื่อก็ชวนจั๊กจี้และคิดกันไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ความจริงแล้วเลิฟโฮเต็ลนั้นมีข้อดีและน่าสนใจมากกว่าการเป็นสถานที่ที่หนุ่มสาวไปพลอดรักกันเสียอีก ข้อดีที่ว่ามันคืออะไรกันนะ?

สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เลิฟโฮเต็ลญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นจะเรียกทับศัพท์ตามภาษาอังกฤษ จะออกเสียงว่า ราบุโฮเทรุ (ラブホテル) แต่คนญี่ปุ่นมักจะเรียกกันย่อๆ ว่า ราบุโฮะ (ラブホ) โดยปกติแล้วคนญี่ปุ่นจะไม่ได้เข้าพักเลิฟโฮเต็ลเพื่อมีอะไรกันเพียงอย่างเดียว แต่จะนิยมสังสรรค์ปาร์ตี้ รวมถึงเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในระยะเวลาสั้นๆ ได้อีกด้วย

เอาล่ะ ถ้าได้ลองพูดถึงเลิฟโฮเต็ลล่ะก็ เราก็คงจะคิดถึงว่าสถานที่ทำอะไรต่อมิอะไรกันอย่างแน่นอน ถ้าอย่างบ้านเราเลิฟโฮเต็ลก็คงจะเป็น ม่านรูด ที่เอารถเข้าไปจอดแล้วรูดม่าน ห้องก็เป็นแบบธรรมดาๆ ถึงขั้นสกปรกก็มี แต่ให้มองภาพตัดไปที่เลิฟโฮเต็ลที่ประเทศญี่ปุ่นกลับหรูหรายิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวซะอีก ไม่มีการขับรถไปรูดม่านหรือมีเด็กมาคอยส่งรถให้ แต่สภาพจะเหมือนโรงแรมหรูจริงๆ จนมีคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวหลายคนเลือกใช้เลิฟโฮเต็ลในการพักผ่อนชั่วคราว หรือบางคนตกรถไฟไม่มีรถกลับบ้าน เลิฟโฮเต็ลก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ได้เป็นแค่สถานที่เอาไว้แต่พลอดรักกันเท่านั้น แต่สามารถเป็นที่พักผ่อนหลับนอนชั่วคราวได้อีกด้วย

แล้วที่บอกว่าหรูหราเหมือนโรงแรมห้าดาว เราจะสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างโรงแรมธรรมดากับเลิฟโฮเต็ลได้อย่างไรล่ะ? ต้องบอกก่อนว่าถึงเลิฟโฮเต็ลญี่ปุ่นจะหรูหราหมาเห่ามากแค่ไหน แต่ก็มีวิธีสังเกตได้ง่ายๆ ที่ไม่ได้มีแค่ป้าย LOVE HOTEL แบบบ้านเรา แต่จะเห็นได้จากภายนอกโรงแรมจะใหญ่โตอลังการ เน้นความเวอร์วังโก้หรูดูแพง (แต่ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด) และแสงสีไฟนีออนจะสาดส่องทั่วบริเวณนั้น เอาจริงๆ แค่เห็นแสงก็รับรู้ได้ว่าเป็นเลิฟโฮเต็ลแน่นอน อีกทั้งดีไซน์ของโรงแรมยังเน้นแปลกแหวกแนว มีทั้งปราสาทดีสนีย์แบบยุโรปหรือจะโอ่อ่าแบบปราสาทเกียวโตแบบญี่ปุ่นจ๋าเลยก็มีเหมือนกัน ใครที่สนใจจะพักหรือกลัวว่าจะสับสนกับโรงแรมธรรมดาก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วล่ะ

 

สะดวกสบายยิ่งกว่าอยู่บ้าน

จะบอกว่าไม่ได้หรูหราเพียงแค่ด้านนอกเท่านั้น ตัวห้องด้านในยังหรูและเป็นเอกลักษณ์ซะแบบไม่น่าเชื่อว่านี่คือเลิฟโฮเต็ล! ช่างต่างกับความคิดที่เรารู้จักเสียจริง เพราะขึ้นชื่อว่าเลิฟโฮเต็ลของญี่ปุ่นจะเน้นความพิเศษที่ว่าไม่ได้มาแค่นอนธรรมดาเฉยๆ แต่ยังมีลูกเล่นและความสนุกมากมายให้ผู้ที่ได้เข้าพักได้ตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะดีไซน์ห้องแบบทันสมัยและกว้างขวางกว่าปกติ โดยคุณสามารถเลือกได้เลยว่าอยากได้เป็นแนวไหน มีทั้งแบบน่ารักหวานแหวว แบบล้ำโลกกาแล็กซี่อวกาศ แบบ SM แบบญี่ปุ่นจ๋าย้อนยุค แบบห้องเรียน หรือจะเป็นแบบห้องคนไข้ในโรงพยาบาลก็มีนะเออ ยิ่งไปกว่านั้นภายในห้องน้ำส่วนใหญ่ยังมีอ่างจากุซซี่ไว้ให้แช่ด้วยนะ! ขอบอกเลยว่าอ่างใหญ่มากถึงขนาดลงไปแช่สองคนยังได้เลย ทั้งสวย สะดวกและสบายขนาดนี้ จึงไม่ได้เป็นแค่สถานที่ที่นิยมพักแต่เพียงคู่รักเท่านั้น เดี๋ยวนี้ชาวต่างชาติก็นิยมมาพักเช่นเดียวกัน

นอกจากแบบห้องแล้วสามารถเลือกได้ว่าอยากได้เตียงแบบไหน ทั้งเตียงน้ำ เตียงแบบหมุน เตียงนวดน้ำมัน ซึ่งแน่นอนว่าเตียงที่ได้เข้าพักจะเป็นเตียงที่สามารถนอนได้สองคน เรียกได้ว่าแบบคิงไซส์เลยทีเดียว! หรืออยากได้อุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ไว้ใช้ทำอะไรต่อมิอะไรกันทางเลิฟโฮเต็ลก็มีให้อย่างถุงยางเอย อุปกรณ์ของเล่นต่างๆ เอย หรือโซ่แซ่กุญแจมือเอยก็มีไว้รับรองให้แก่ผู้เข้าพักเช่นเดียวกัน โดยจะเป็นตู้อัตโนมัติเล็กๆ วางไว้ให้จำหน่ายเลือกซื้อกันได้อย่างง่ายๆ

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! เป็นเลิฟโฮเต็ลซะอย่างย่อมมีโทรทัศน์ติดให้ทุกห้องอยู่แล้ว พีคกว่านั้นคือภายในห้องพักส่วนใหญ่มักจะมีซีดี ดีวีดี 18+ รวมถึง ช่อง AV โดยเฉพาะไว้ให้ผู้เข้าพักได้เลือกชมได้อย่างอรรถรส ส่วนใครเป็นสายคอสเพลย์ก็ไม่ต้องกังวล เลิฟโฮเต็ลบางแห่งก็มีชุดมากมายไว้ให้ผู้เข้าพักได้สนุกสนานกับการเปลี่ยนชุดได้อีกด้วย

 

ส่วนตัวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

เลิฟโฮเต็ลส่วนใหญ่จะเน้นความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพักมาก ทางพนักงานหรือเจ้าหน้าที่จะไม่ทำการยุ่งกับเราให้กวนใจแต่อย่างใด เขาจะมีหน้าที่เพียงแค่ให้กุญแจ จ่ายเงิน เช็กอิน เช็กเอาต์เท่านั้น การจะเข้าพักเลิฟโฮเต็ลทำได้ง่ายๆ เมื่อคุณก้าวขาเข้าภายในโรงแรมแล้วให้สังเกตว่าจะมีจอห้องที่มีไฟและห้องที่ดับไฟ โดยห้องที่ดับไฟจะเป็นห้องที่มีผู้เข้าพักอยู่ ส่วนห้องไฟสว่างคือห้องว่าง ยังไม่มีผู้เข้าพัก และสังเกตดีๆ ว่าตรงจอห้องพักที่ให้เลือกจะมีหมายเลขห้องและราคาแสดงให้เห็นเลย

โดยปกติแล้วเลิฟโฮเต็ลจะแบ่งการเข้าพักเป็นสองแบบคือ แบบชั่วคราว (Rest) และ แบบค้างคืน (Stay) โดยราคาจะเข้าพักแบบชั่วคราวจะเริ่มต้นที่ 3,000 เยน (พักได้ 1-3 ชั่วโมง) ส่วนแบบค้างคืนจะเริ่มต้นที่ 6,000 เยน (เช็กอินได้ตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไป) แล้วแต่แบบความหรูหราของห้อง เมื่อเลือกได้แล้วก็สามารถไปบอกพนักงานได้เลย สำหรับใครที่กลัวว่าจะอายจะเขินเวลาเข้าพักแล้วถูกพนักงานเห็นก็ไม่ต้องกังวลไป อย่างที่บอกเลิฟโฮเต็ลจะเน้นแบบส่วนตัวมาก จะมีเพียงห้องเล็กๆ ยื่นมือมาให้กุญแจหรือรับเงินเพียงเท่านั้น ทางพนักงานจะไม่แสดงตัวหรือมีบริการไปส่งที่ห้องให้เรารู้สึกลำบากใจเลยสักนิด เรียกได้ว่าใส่ใจความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการแบบสุดๆ และที่ล้ำนำสมัยกว่านั้นเลิฟโฮเต็ลบางแห่งสามารถชำระได้ด้วยบัตรรถไฟฟ้าได้ด้วย! หรือเป็นตู้ทัชสกรีนใส่เงินแล้วรอรับกุญแจเลยก็มีอยู่เหมือนกัน เท่ากับว่าแทบไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับพนักงานให้รู้สึกเขินอายกันเลยทีเดียว

และอีกหนึ่งความพิเศษที่โรงแรมธรรมดาส่วนใหญ่ไม่มี แต่เลิฟโฮเต็ลมีก็คือ สามารถเช็กเอาต์ได้ถึงเที่ยง ซึ่งถ้าเป็นโรงแรมปกติก็คงได้มากสุด 10 โมง แต่ถ้าเป็นเลิฟโฮเต็ลจะขอนอนต่อ ตื่นสายอีกสักนิดก็ไม่เป็นปัญหาเลย ยังไม่หมดแค่นี้นะ เลิฟโฮเต็ลญี่ปุ่นสามารถเข้าพักได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเข้าใช้บริการได้แบบสะดวกสบายและง่ายสุดๆ ไปเลย!

แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าขึ้นชื่อว่าเป็นเลิฟโฮเต็ล เมื่อก้าวขาเข้าห้องพักแล้วล่ะก็จะไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้อีก อย่างออกไปเที่ยวหรือไปซื้อของแล้วกลับเข้าพักก็ไม่ได้ เพราะเลิฟโฮเต็ลถือว่าเป็นสถานที่พักชั่วคราวเท่านั้น การที่ออกมานอกห้องนอกโรงแรมเท่ากับว่าเป็นการเช็กเอาต์แล้วนั่นเอง ความจริงถึงจะเป็นที่พักชั่วคราวแบบชิลๆ แต่เลิฟโฮเต็ลเองก็มีข้อควรระวังอยู่ไม่น้อยเหมือนกันนะ นอกจากการเข้าห้องพักแล้วออกมาเที่ยวไม่ได้แล้ว ยังมีกฎที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าพักอีก โดยเฉพาะเด็กที่ยังคงสวมชุดนักเรียนอยู่ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน และยังมีเลิฟโฮเต็ลบางแห่งที่ระบุไว้ว่าไม่อนุญาตให้เข้าพักได้ 1 คน แต่จะให้เข้าพักได้ 2 คนขึ้นไปก็มีเหมือนกัน เนื่องจากเดิมทีแล้วเลิฟโฮเต็ลก็มีจุดประสงค์หลักในการทำเรื่องอย่างว่า แต่สมัยนี้ก็มีการเปิดกว้างขึ้นเพื่อให้สำหรับคนที่ไม่มีที่พักในยามค่ำคืนได้มีที่พักผ่อนด้วย

ความเก๋ของเลิฟโฮเต็ลยังไม่หมดเพียงแค่นี้ หลายคนคงจะคุ้นชินกับการได้บัตรสะสมแต้มจากร้านอาหารต่างๆ ชาไข่มุก ก๋วยเตี๋ยวเรือ หรืออื่นๆ อีกมากมาย แต่เลิฟโฮเต็ลก็มีเหมือนกัน! โดยผู้ที่เข้าพักในครั้งแรกจะได้รับบัตรสะสมแต้ม (ทั้งแบบฟรีและแบบสมัครเอง ขึ้นอยู่กับโรงแรมนั้นๆ) เพื่อเก็บไว้ใช้ในครั้งถัดไปได้อีกด้วย ถ้าสงสัยว่าสะสมแต้มแล้วนำไปทำอะไรได้? บอกได้เลยว่าคุ้มอย่างแน่นอน เลิฟโฮเต็ลบางแห่งอาจจะได้เป็นรางวัลหอบกลับบ้านไป บางแห่งอาจจะได้สิทธิพิเศษอย่างเป็นส่วนลดค่าห้องหรือแบบเข้าพักฟรีก็มี

เรียกได้ว่าสมกับเป็นประเทศญี่ปุ่นที่ไม่ว่าอะไรก็ย่อมไม่ธรรมดาซะจริง ขนาดในความคิดเราปกติแล้วเลิฟโฮเต็ลจะเป็นสถานที่แบบม่านรูด เข้าไปแล้วเป็นห้องเล็กๆ ดูไม่สะอาด แต่ญี่ปุ่นกับออกไอเดียสร้างสรรค์ให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนที่หรูหราและไม่น่าเบื่อ ใครที่มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่นแล้วอยากลองเปิดหูเปิดตากับสถานที่แปลกใหม่ ก็อย่าลืมลองไปแล้วมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *