ถ้าพูดถึงเรื่องวัฒนธรรมของญี่ปุ่นล้วนมีแต่สิ่งต่างๆ ที่ทำอย่างปราณีตและใจเย็น ไม่ว่าจะ จัดดอกไม้ ชงชา รวมถึงอีกอย่างหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก อย่างการพับกระดาษหรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า โอริกามิ ที่มีลายต่างๆ ให้พับตามกันอย่างมากมาย โดยเฉพาะรูปสัตว์ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนคนญี่ปุ่นก็ย่อมพับได้ แล้วที่มาที่ไปของการพับกระดาษมันเริ่มต้นมาจากอะไรกันล่ะ?

 

กว่า 6 ศตวรรษแห่งการพับกระดาษ

วัฒนธรรมการพับกระดาษ โอริกามิ มาจากคำว่า โอริ ที่แปลว่าการพับ และ กามิ แปลว่ากระดาษ เป็นศิลปะอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นที่แพร่หลายไปทั่วโลก เพราะเกิดจากความคิดสร้างสรรค์เพียงแค่ใช้กระดาษแผ่นเดียวก็พับออกมาเป็นรูปร่างต่างๆ ได้อย่างสวยงาม โดยส่วนใหญ่จะเริ่มจากกระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นเดียวในการพับเท่านั้น และไม่มีการตัดกระดาษใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนโอริกามิที่มีรูปแบบการตัดกระดาษก็มีเช่นกัน ซึ่งจะเรียกว่า คิริกามิ มาจากคำว่า คิริ ที่แปลว่าตัด โดยปัจจุบันการพับโอริกามินั้นมีกว่า 1,000 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ดอกไม้ เครื่องบิน แต่ที่เราพบเห็นมากสุดก็คงจะเป็นนกกระเรียน ผีเสื้อ และมีเยอะมากถึงขนาดมีการทำเป็นสมุดรวมเล่มวิธีพับไว้เลยทีเดียว

ศิลปะการพับกระดาษเดิมทีเริ่มต้นทางฝั่งยุโรปของชาวมัวร์ ชนเผ่าแอฟริกาที่เป็นมรดกตกทอดทิ้งไว้ให้ประเทศสเปน ครั้นเมื่อมาบุกเยือนสเปนในช่วงศตวรรษที่ 8 ในสมัยนั้นเรียกการพับกระดาษว่า ปาคาริต้า นับตั้งแต่นั้นทางฝั่งยุโรปเลยโด่งดังมากในเรื่องของศิลปะการพับกระดาษ

จนวัฒนธรรมการพับกระดาษนี้ได้มาเยือนที่ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 17 ซึ่งคนญี่ปุ่นจะเรียกกันว่า โอริกามิ แต่อย่างที่ได้ทราบกันว่าพวกวัฒนธรรมอันปราณีตส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นจะเป็นเหล่าคนชนชั้นสูงที่จะได้ทำเท่านั้น โอริกามิก็เช่นเดียวกันที่มีแต่ผู้คนสูงศักดิ์และซามูไรถึงจะพับกันได้ เพราะเนื่องจากในสมัยนั้นกระดาษเป็นของที่มีราคาแพง โดยเป็นกิจกรรมยามว่างและเป็นศิลปะมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมญี่ปุ่น ในสมัยก่อนนิยมพับกระดาษเพื่อนำไปประดับตกแต่งในพิธีกรรมทางศาสนา ชาวบ้านจะทำของถวายเทพเจ้าแล้วจัดเรียงบนกระดาษที่พับตามแบบแผนในช่วงเทศกาลต่างๆ

อีกทั้งในสมัยนั้นรูปแบบการพับที่เป็นที่นิยมคือพวกเหล่าสัตว์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นกบและนก แต่ที่นิยมมากที่สุดก็คือ นกกระเรียน ถึงขนาดในศตวรรษที่ 8 ได้ถือกำเนิดหนังสือที่ชื่อว่า วิธีพับนกกระเรียนพันตัว ขึ้นมาเลยทีเดียว เรียกได้ว่าการพับโอริกามิเดินทางมาถึง 500 กว่าปีมาแล้วเลยทีเดียว

นอกจากนี้โอริกามิยังมีการมาพับเป็นมารยาทอุปกรณ์ตกแต่งบนโต๊ะอาหารหรือการมอบของขวัญที่เรียกว่า เรียกว่า โอริกาตะ เช่น ที่วางตะเกียบ ซองใส่ตะเกียบ จดหมาย ซึ่งในสมัยก่อนจะใช้กระดาษญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมสีสันสดใสที่เรียกว่า จิโยกามิ เป็นอุปกรณ์หลักในการพับ ด้วยเหตุนี้เลยยังมีบางคนที่ยังคงเรียกกระดาษที่ใช้พับโอริกามิว่าจิโยกามิอยู่

 

ไม่ใช่แค่กระดาษ แต่เป็นถึงโมเดล

รูปแบบการพับของโอริกามิเดิมทีจะเป็นการใช้กระดาษสี่เหลี่ยมจตุรัสพับแค่ใบเดียวเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเป็นหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้คำนึงถึงกฏเกณฑ์ที่ยึดถือเหมือนดั่งในสมัยก่อน ส่วนใหญ่จะมีรูปร่างแปลกตา ล้ำขึ้น แบบไม่ได้มีแต่รูปสัตว์น่ารักๆ แต่สามารถเป็นโมเดลศิลปะที่นำมาจัดแสดงได้อย่างน่าสนใจได้อีกด้วย อีกทั้งยังเพื่อให้ง่ายต่อการประดิษฐ์ในรูปแบบที่เราต้องการ โดยจะแบ่งได้ออกเป็นดังต่อไปนี้

  • ใช้กระดาษแผ่นเดียวพับ – พับแบบไร้การตัดต่อ
  • การพับแบบรวมกัน – นำกระดาษสองแผ่นขึ้นไปมาพับรวมกัน
  • การพับแบบตัด – พับแบบมีการตัดแต่งกระดาษ
  • การพับแบบยูนิต – นำกระดาษมาตัด พับ ต่อกันเป็นกลุ่มก้อน

รูปแบบการพับโอริกามิที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปจากต้นฉบับเพิ่งถือกำเนิดเมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่ผ่านมา หลังจากที่สิ้นสุดยุคซามูไรร่วม 100 ปีต่อมาคนญี่ปุ่นก็ถือว่าการพับกระดาษโอริกามิคือ การพับกระดาษของเล่น ให้กับเหล่าเด็กๆ ได้ฝึกสมองและนันทนาการ แต่ความคิดนั้นก็ได้หมดไปเมื่อถือกำเนิดนักพับกระดาษที่มีชื่อเสียงไปก้องโลกอย่าง คุณโยชิซาวะ อากิระ ที่ได้รับการขนามนามว่าเป็น ปรมาจารย์ด้านการพับโอริกามิสมัยใหม่ เขามีไอเดียการพับกระดาษที่ไม่เหมือนใครกว่า 50,000 รูปแบบเลยทีเดียว ผลงานของเขาจะเน้นความสมจริงเหมือนกับผลงานการพับของเขาจะมีชีวิตขึ้นมา จึงกลายเป็นบิดาที่เป็นที่พูดถึงจนทุกวันนี้

เรียกได้ว่าเป็นผลงานอันสร้างสรรค์และปราณีตที่มากว่าหลายร้อยปี นอกจากจะได้ผลงานที่สวยงามน่ารักมาเก็บไว้เชยชมแล้ว ยังช่วยฝึกสมาธิและช่วยให้เป็นคนใจเย็นเพิ่มขึ้นด้วย ใครที่อยากมีผลงานและอยากฝึกสมาธิก็ลองพับตามได้นะคะ

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *