ช่วงที่ผ่านมานี้เรียกได้ว่าเป็นนาทีทองสำหรับคอภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันทีเดียว เพราะมีภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันที่สร้างจากการ์ตูนดังหลายเรื่องยกขบวนมาฉายบนจอเงินในประเทศไทยอย่างไม่ขาดสาย หนึ่งในเรื่องที่หลายคนเฝ้ารอคอยเห็นจะเป็น Tokyo Ghoul คนพันธุ์กูล ซึ่งสร้างจากมังงะ Tokyo Ghoul (โตเกียวกูล) ซึ่งมีสยามอินเตอร์คอมิกส์เป็นผูถือลิขสิทธิ์มังงะ และ TIGA ถือลิขสิทธิ์อนิเมะในบ้านเรานั่นเองครับ

Image may contain: one or more people and text Tokyo Ghoul คนพันธุ์กูล

ผู้กำกับ ฮากิวาระ เคนทาโร่
นักแสดงนำ คุโบตะ มาซาทากะ (Death Note (TV), 13 Assassins)
อาโออิ ยู (Rurouni Kenshin, Hana and Alice)
โออิซุมิ โย (I Am a Hero)

เรื่องราวเล่าถึงมหานครโตเกียวที่กำลังมีคลื่นความหวาดกลัวถาโถม เพราะมีการพบศพมนุษย์ที่ถูกสังหารอย่างน่าสยดสยองโดยที่ตามหาตัวคนร้ายไม่ได้ คาเนกิ เคน (คุโบตะ มาซาทากะ) หนุ่มแหยวัยมหาลัยที่ได้มาพบกับคิริชิมะ ริเสะ (อาโออิ ยู) ที่ร้านกาแฟ ทั้งสองน่าจะเข้ากันได้ด้วยดี จนกระทั่งริเสะได้เปิดเผยว่าตนเองคือกูล สิ่งมีชีวิตที่รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนมนุษย์แต่ดำรงชีวิตด้วยการกินเนื้อมนุษย์ ขณะที่คาเนกิถูกไล่ล่าก็เกิดเหตุที่ทำให้คาเนกิต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะจากริเสะเพื่อรักษาชีวิตของเขาไว้ เป็นเหตุให้เขาได้รับพลังของกูล และต้องตัดสินใจเลือกว่าจะแฝงตัวอยู่ในสังคมมนุษย์ หรือเป็นฝ่ายไล่ล่ามนุษย์เพื่ออยู่รอดได้ในฐานะกูล

 

ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือการตั้งคำถามเกี่ยวกับความชอบธรรมของการเป็นมนุษย์ นั่นคือในเมื่อมีกูลจำนวนหนึ่งพยายามปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับสังคมมนุษย์ปกติ กูลเหล่านั้นสมควรได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไปหรือไม่ หรือหน่วยตำรวจไล่ล่ากูลที่เป็นมนุษย์สมควรเข่นฆ่ากูลที่เลือกกินเฉพาะคนที่ฆ่าตัวตายและประสบอุบัติเหตุอย่างโหดร้ายขนาดนั้นจริงๆ หรือ

“เพราะเลือกกินอะไรไม่ได้นอกจากมนุษย์ก็เลยไม่มีสิทธิ์มีชีวิตอยู่งั้นเหรอ?”

คำพูดของโทวกะ หนึ่งในตัวละครหลักในเรื่องเป็นคำพูดที่ตรึงใจผมมากเลยล่ะครับ

สำหรับภาพยนตร์ภาคนี้ได้ถอดเนื้อเรื่องจากมังงะเล่มแรกๆ ตั้งแต่คาเนกิกลายเป็นกูลจนถึงศึกล้างแค้นให้ครอบครัวของฮินามิโดยไม่ได้ดัดแปลงเนื้อหาต่างไปจากต้นฉบับเท่าไรนัก แต่ที่อิมแพ็คสุดๆ เห็นจะเป็นซีจีที่เผยให้เราเห็นภาพของ “คากุเนะ” หรืออวัยวะพิเศษของกูลแบบชัดเจนยิ่งกว่าในมังงะและอนิเมะ ยิ่งประกอบกับฉากล่ามนุษย์ที่มีเลือดสาดกระเซ็น ฉากที่มนุษย์และกูลร้องขอชีวิตในสภาพโชกเลือด ยิ่งทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ทวีความโหดเหี้ยมและดิบเถื่อนยิ่งขึ้น คิดว่าเป็นอีกเวอร์ชันของโตเกียวกูลที่แฟนๆ ของเรื่องนี้ไม่ควรพลาดจริงๆ

แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่เคยติดตามเรื่องนี้มาก่อนอาจจะตามรายละเอียดไม่ค่อยทันสักเท่าไหร่ว่าชุมชนของกูลเป็นอย่างไร ทำไมมนุษย์ต้องไล่ล่ากูลกันจริงจังขนาดนี้ น่าจะต้องอ่านมังงะมาแล้วพอสมควรถึงจะอิน ประกอบกับมีฉากเข่นฆ่าเลือดสาดตลอดเรื่อง คิดว่าน่าจะรุนแรงไปสักนิดสำหรับคนที่ไม่ได้ชอบสายนี้โดยตรงครับ

ที่สำคัญ ส่วนตัวแล้วคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จบแบบไม่ค่อยสุดเท่าไหร่ครับ แม้ว่าการแก้แค้นให้ครอบครัวของฮินามิจะจบไปอีเวนต์หนึ่ง แต่ยังมีอีกหลายปมที่เรื่องนี้ไม่ได้สาง เช่น คาเนกิจะทำยังไงกับชีวิตต่อไป อาการบ้าเป็นพักๆ ของคาเนกิมีสาเหตุมาจากไหน ตำรวจอามอนที่ได้สู้กับคาเนกิแล้วจะเลือกเส้นทางไหนต่อ จะเลือกชูประเด็นมนุษยธรรมของมนุษย์และกูลก็ไม่ค่อยชัดเพราะคนที่ไม่ได้ตามเรื่องนี้มาก่อนจะไม่อินตั้งแต่แรกแล้ว ให้ความรู้สึกแบบว่าดูจบเฉพาะภาคนี้ก็ได้ แต่ถ้าเรตติ้งดีค่อยทำภาคต่อละกัน (ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นก็เพิ่งฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเลยยังบอกไม่ได้ว่าจะมีภาคต่อไหม) อารมณ์แบบนั้นแหละครับ

โดยสรุปแล้วคิดว่าเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันที่ดัดแปลงจากการ์ตูนต้นฉบับได้ดีทีเดียว คือไม่ได้บิดเบือนพล็อตและหานักแสดงได้ตรงคาแรกเตอร์ดี (ยกเว้นตัวคาเนกิที่ได้ยินหลายคนขัดข้องใจเหมือนกันว่าดูเกินวัยเด็กมหาลัย) งานซีจีก็ถึง แต่ด้วยความที่เนื้อเรื่องโดยรวมไม่ค่อยเคลียร์จึงไม่ค่อยเหมาะกับคนที่ไม่เคยตามเรื่องนี้มาก่อนสักเท่าไหร่ ถ้าคุณผู้อ่านอยากชวนเพื่อนไปดูด้วยล่ะก็ เลือกเพื่อนที่ตามเรื่องนี้เหมือนกันน่าจะดูกันสนุกกว่าครับ

Tokyo Ghoul คนพันธุ์กูล เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย 12 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไปครับ

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *