ทุกท่านเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ‘พี่น้องอย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด’ ไหมคะ? สมัยเด็กๆ ถ้าบ้านใครมีพี่น้อง พ่อแม่ก็มักจะสอนเสมอว่าต้องรักพี่น้องตัวเองให้มากกว่าที่รักคนอื่น เพราะต่อให้ห่างกันแค่ไหนความสัมพันธ์นี้ก็จะอยู่กับเราตลอดไป ไม่เหมือนกับความสัมพันธ์แบบคนรักที่แค่เลิกกันก็กลายเป็นคนอื่นแล้ว ซึ่งวันนี้อนิไทม์ก็จะมานำเสนอความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่หนึ่งจากเรื่อง SKET DANCE ที่แม้ทั้งคู่จะต้องเปลี่ยนจากคู่กัดมาเป็นพี่น้องกะทันหัน แต่พวกเขาก็ยังทำให้เรารู้ว่า คำว่า ‘พี่น้องอย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด’ มีอยู่จริง และทั้งคู่ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นบอสเซนพระเอกของเรื่องและซึบากิรองประธานสภานักเรียนไม้เบื่อไม้เมาของเขานั่นเอง

บอสเซน (ฟุจิซาคิ ยูสึเกะ) – ซึบากิ ซาสึเกะ

 

เริ่มต้นจากความสัมพันธ์แบบคู่กัด

“พวกชมรมไร้สาระมันต้องโดนสะสางซะหน่อยเพื่อสร้างโรงเรียนที่ดีกว่านี้”

แรกเริ่มเดิมทีบอสเซนกับซึบากิไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แน่นอนว่าตลอด 16 ปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีพี่น้องฝาแฝดอยู่อีกคน และการพบกันครั้งแรกระหว่างทั้งคู่ก็เรียกได้ว่าหายนะสุดๆ เนื่องจากซึบากิเป็นรองประธานสภานักเรียนที่มีนิสัยเข้มงวดจริงจัง เขาต้องการจะทำให้โรงเรียนดีขึ้นจึงคิดจะยุบชมรมไร้สาระที่ไม่มีผลงานทิ้ง ซึ่งชมรมสเก็ตดันของบอสเซนก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้ว่าจริงๆ จุดประสงค์ของชมรมสเก็ตดันจะตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักเรียนทุกคนที่เดือดร้อนแต่ก็ไม่มีคนมาปรึกษามากเท่าที่ควร ทำให้แต่ละวันพวกบอสเซนมักจะเล่นอะไรไร้สาระจนซึบากิคิดว่าสเก็ตดันเองก็เป็นชมรมที่สมควรถูกปิดไป

ประจวบเหมาะกับที่ ยาบะซาว่า นักเรียนหญิงร่างอวบที่มักจะมาขอความช่วยเหลือจากชมรมสเก็ตอยู่บ่อยๆ ดันมาขอให้ช่วยไปแสดงละครให้เด็กโรงเรียนอนุบาลดู บอสเซนที่ต้องการทำผลงานให้ซึบากิเห็นอยู่แล้วก็ตกปากรับคำทันที แต่ซึบากิดันบอกว่าฝั่งสภานักเรียนจะจัดการแสดงเอง ทำให้ทั้งคู่ต้องมาประชันกันด้วยการแสดงละครในโรงเรียนอนุบาล ก่อนผลจะสรุปออกมาว่าฝั่งบอสเซนทำละครได้กินใจเด็กๆ มากกว่า ทำให้ซึบากิยอมรับความพ่ายแพ้และยอมปล่อยชมรมสเก็ตดันไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขากับบอสเซนจะญาติดีกันหรอกนะคะ เพราะตั้งแต่นั้นมาทั้งคู่ก็กลายเป็นคู่กัดที่ไม่ว่าจะเจอกันเมื่อไหร่ก็ตีกันตลอดเวลา…

 

คู่แท็คทีมที่ดีเกินคาด

อยู่มาวันหนึ่ง อุจิดะ เพื่อนร่วมชั้นได้มาขอความช่วยเหลือจากชมรมสเก็ตดันเนื่องจากเขาถูกจิ๊กโก๋ต่างโรงเรียนไถเงินไป บอสเซนจึงอาสาออกตรวจตราให้ ทว่าฮิเมโกะกับสวิตช์สมาชิกอีกสองคนในชมรมดันป่วยขึ้นมากะทันหัน ทำให้งานนี้บอสเซนต้องออกลุยคนเดียว ในขณะเดียวกันซึบากิก็ได้ข่าวมาเหมือนกันและเขาก็ตั้งใจจะไปตามจับพวกรีดไถเอง ด้วยเหตุนี้ทั้งคู่จึงได้มาเจอกัน แต่เพราะนิสัยที่แตกต่างกันอย่างมากทำให้ทั้งสองคนรู้สึกอึดอัดที่จะอยู่ด้วยกันสุดๆ แต่พอบอสเซนเริ่มหาเรื่อง พวกเขาก็กลับมาทะเลาะและตีกันเป็นเด็กๆ แถมยังข่มกันอีกว่าตัวเองมีท่าไม้ตายสุดยอดอยู่ จนจบลงตรงที่บอสเซนบอกว่าเขาจะไม่ร่วมมือกับซึบากิเพราะนิสัยต่างกันสุดขั้ว ถ้าหากร่วมมือกันคงออกมาเป็นคู่แท็คทีมที่แย่มากแน่ๆ

แต่ถึงบอสเซนจะคิดแบบนั้น ทว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องจัดการคนร้ายพวกเขากลับรวมพลังกันได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ!

 

เป็นจุดเริ่มต้นของกันและกันโดยไม่รู้ตัว

เชื่อว่าต้องมีผู้อ่านหลายคนเคยหลั่งน้ำตาให้กับภูมิหลังของพระเอกเราแน่ๆ เพราะมันชีช้ำกะหล่ำปลียิ่งกว่าละครไทยซะอีกค่ะ

ในวันเกิดอายุ 14 ปี บอสเซนดันได้ค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่ของตัวเองว่า แม่ที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เกิดไม่ใช่แม่ที่แท้จริง แม่ตัวจริงของเขามีชื่อว่า คิริชิม่า ฮารุ และเสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่เขาเกิดเนื่องจากอุบัติเหตุรถชน แม่ของเขาที่รู้ว่าร่างกายตัวเองไม่ไหวก็ได้ขอให้หมอทำอย่างไรก็ได้เพื่อรักษาลูกในท้องของเธอไว้แม้จะต้องตายไป ซึ่งตัวเด็กก็ได้ อาคาเนะ เพื่อนสาวคนสนิทผู้เป็นแม่เลี้ยงในปัจจุบันของบอสเซนช่วยเลี้ยงแทน

และที่โหดร้ายยิ่งกว่านั้น คือการที่บอสเซนรู้ว่า ในวันเดียวกันพ่อของเขาที่ชื่อ เรียวสึเกะ ก็ได้เสียชีวิตคาที่ในระหว่างเดินทางไปหาฮารุที่โรงพยาบาลเพราะไปช่วยเด็กคนหนึ่งซึ่งกำลังจะถูกรถชน พอบอสเซนรู้ความจริงทั้งหมด เขาก็รับไม่ได้และหนีออกจากบ้านจนไปพบเด็กที่พ่อเคยช่วยไว้โดยบังเอิญ ซึ่งเขาคนนั้นก็ได้มอบจดหมายที่เรียวสึเกะเคยฝากตนไว้ให้บอสเซนก่อนจะสิ้นใจ เนื้อความในจดหมายเขียนถึงลูกๆ ที่กำลังจะเกิดมาว่าอยากให้โตขึ้นมาเป็นคนที่รักพ่อแม่พี่น้อง และอยากให้ลูกคอยช่วยเหลือคนอื่นๆ ทว่าพอบอสเซนได้อ่านจดหมายกลับโมโหอย่างหนักและคิดว่าการช่วยคนอื่นมันจะได้อะไรถ้าสุดท้ายตัวเองต้องมาตายไป

แต่ทันใดนั้นเขาก็หันไปเห็นเด็กหนุ่มสวมแว่นท่าทางไม่สู้คนคนหนึ่งกำลังถูกรุมกลั่นแกล้งอยู่ ทีแรกบอสเซนก็ไม่คิดจะไปช่วย แต่คำสอนของพ่อกลับดังอยู่ในหัวทำให้สุดท้ายบอสเซนก็ตัดสินใจไปปกป้องเด็กผู้ชายคนนั้นจนตัวเองสะบักสะบอม แต่พอถูกถามชื่อบอสเซนก็ไม่ยอมบอกและตรงกลับบ้านทันที แต่อย่างน้อยเขาก็เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอย่างที่พ่อต้องการ และความกล้าของบอสเซนก็ได้ส่งผลให้เด็กหนุ่มที่ถูกช่วยเหลือคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น จนกลายมาเป็นซึบากิ รองประธานจอมโหดที่เข้มงวดอย่างทุกวันนี้

จะเห็นได้ว่าต่างฝ่ายต่างเคยพบกันมาก่อนแต่จำกันไม่ได้เพราะไม่รู้จักชื่อ รวมถึงแว่นของซึบากิก็ร่วงไปตอนถูกต่อยทำให้มองหน้าบอสเซนไม่ชัด เพราะเหตุนี้ทั้งคู่จึงไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของกันและกันมากแค่ไหน หากไม่ได้พบกันในวันนั้นคงไม่มีพวกเขาในวันนี้แน่นอนค่ะ

 

ความลับเปิดเผย

เรื่องราวความหลังของบอสเซนยังพีคไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อถึงวันเกิดอายุครบ 17 ปี บอสเซนได้รู้ความจริงจากปากคุณหมอท่านหนึ่งว่าเขาไม่ได้หัวเดียวกระเทียมลีบแต่ยังมีพี่น้องฝาแฝดอยู่อีกคน ซึ่งคุณหมอท่านนี้เป็นคนรับไปเลี้ยงเนื่องจากอาคาเนะ แม่เลี้ยงของบอสเซนคงลำบากด้านการเงินหากจะเลี้ยงเด็กถึงสองคน หลังจากที่ไตร่ตรองจากคำพูดที่คนอื่นมักจะบอกว่าเขาเหมือนซึบากิบ้างล่ะ ดูราวกับเป็นพี่น้องกันบ้างล่ะ บอสเซนก็ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วฝาแฝดของเขาคือ ซึบากิ ซาสึเกะ คู่กัดตลอดกาลนั่นเอง

พอรู้ความจริงพวกเขาก็พูดคุยและตกลงกันว่าจะทำตัวเหมือนเดิม เป็นเพียงเพื่อนร่วมชั้นธรรมดาที่ไม่ได้สนิทกันมากมาย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ถึงอย่างนั้นก็อดเขินเวลาเพื่อนๆ แซวไม่ได้อยู่ดีแถมยังเขินท่าเดียวกันเปี๊ยบเสียด้วย!

 

พี่น้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ถึงบอกว่าจะทำตัวเหมือนเดิมแต่สุดท้ายเวลาพี่หรือน้องมีปัญหาต่างคนก็ต่างเข้าไปช่วยอีกฝ่ายเสมอ อย่างเช่นครั้งหนึ่ง บอสเซนพยายามจะช่วยสวิตช์เปิดโปงหมอดูเก๊ที่อ้างว่าตัวเองสามารถดูดวงได้อย่างแม่นยำและหลอกขายเครื่องรางราคาแพงๆ ให้กับคนที่หลงเชื่อ โดยหมอดูก็ท้าว่าจะดูเบื้องลึกเบื้องหลังของบอสเซนให้ แล้วถ้าคำทำนายถูกต้องชมรมสเก็ตดันก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไป แต่พวกบอสเซนรู้มาว่าหมอดูมักจะตามสืบภูมิหลังคนก่อนการทำนาย ทำให้ดูเหมือนว่าเธอดูดวงได้อย่างแม่นยำ ซึ่งงานนี้บอสเซนก็เลยซ้อนแผนด้วยการให้ซึบากิมาปลอมตัวเป็นเขาไปนั่งให้หมอดูทำนาย แล้วค่อยมาเฉลยทีหลังว่าที่จริงแล้วคนที่ถูกทำนายอยู่คือฝาแฝดคนน้องต่างหาก ทำให้การเปิดโปงหมอดูเก๊สำเร็จไปได้ด้วยดี

อีกฉากหนึ่งคือตอนที่ซึบากิได้ยินว่า อาซาฮินะ คิคุโนะ หรือที่เพื่อนๆ เรียกกันว่า เดซี่ เลขาสภานักเรียนถูกเด็กโรงเรียนอื่นลวนลาม ซึบากิก็มาปรึกษาพี่ชายฝาแฝดอย่างบอสเซนก่อนว่าตัวเองควรทำอย่างไรหากเพื่อนถูกทำร้ายให้เจ็บปวด ซึ่งพอบอสเซนตอบกลับมาว่า ‘จะอัดมันสักเปรี้ยง’ ซึบากิก็โล่งใจที่ตัวเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ก่อนตัดสินใจจะไปชกหัวโจกต่างโรงเรียนเพื่อแก้แค้นแทนเดซี่โดยปฏิเสธความช่วยเหลือจากบอสเซน ทว่าสุดท้ายบอสเซนก็ยังอดไม่ได้ที่จะตามไปช่วยซึบากิตามประสาพี่ชายที่ไม่ยอมปล่อยให้น้องของตัวเองถูกทำร้ายอยู่ดี

ถ้ามองจากมุมคนนอกก็จะรู้เลยค่ะว่าสองคนนี้เขาก็เป็นห่วงกันนั่นแหละ เพียงแต่ซึนไปอย่างนั้นเอง

 

แม้สุดท้ายพอเรียนจบต่างคนจะต่างแยกไปตามเส้นทางของตัวเอง แต่บอสเซนกับซึบากิก็ได้แสดงให้เราเห็นแล้วนะคะว่าความสัมพันธ์พี่น้องที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันของพวกเขาก็ดีงามไม่แพ้พี่น้องคู่อื่น ทั้งช่วยซัพพอร์ตกันในเวลาที่อีกคนพลาดพลั้งและรับฟังเวลาอีกคนไม่สบายใจ เป็นความอบอุ่นที่รู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่อย่างเดียวดาย และเชื่อว่าต่อให้อยู่ห่างกันแค่ไหนแต่พอกลับมาพบกันอีกครั้งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็จะยังคงเดิมตลอดไป

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *