กลับมาอีกครั้งกับอนิเมะภาคต่อในรูปแบบภาพยนตร์ของซีรีส์ Fate stay night ที่มีซากุระเป็นตัวเอกของสงครามแย่งชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งใหม่ ในชื่อภาค Fate/Stay Night Heaven’s Feel II – Lost Butterfly

เนื่องจากเป็นภาคต่อ จึงตัดพื้นที่สำหรับคนที่ไม่เคยดูมาก่อนไปเรียบร้อยและกลายเป็นภาพยนตร์สำหรับแฟน Fate ไปแบบเต็มตัว ดังนั้นอย่างน้อยควรดูภาพยนต์ภาคก่อนอย่างภาค Presage Flower มาก่อน หรือไม่ก็ทีวีซีรีส์ Unlimited Blade Works ช่วง 3 ตอนแรกเพื่อปูพื้นสำหรับการดูภาคนี้ และหากจะให้ครบรสก็ควรดูทีวีซีรีส์ Fate ZERO ด้วยจะยิ่งดีมาก

เนื้อหาของภาค 2 จะต่อเนื่องจากภาคแรกเกือบจะทันที หลังจากที่สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์เริ่มขึ้น ชิโร่ได้เสีย เซอร์เวนท์ ประจำกายไปแล้ว แต่เขาก็ยังพยายามเกี่ยวข้องกับสงคราม ซึ่งสิ่งที่รอเขาอยู่คือความจริงของ ซากุระ ทั้งเรื่องราวในอดีตและการเปลี่ยนแปลงของเธอที่จะเป็นศูนย์กลางของเรื่องราวทั้งหมด

การดำเนินเนื้อเรื่องหากเทียบกับภาคแรกนับว่าดีขึ้นมาก ซึ่งภาคแรกจะเน้นการพูดคุยกันเพื่อเกริ่นนำเรื่องราวทั้งหมดจึงทำให้หนังดูเอื่อยๆ แต่ภาคนี้ฉากพูดคุยกับฉากต่อสู้ทำมาให้มีความสมดุลกัน การเล่าเรื่องเองก็กระชับมากขึ้นและยังเล่นเกี่ยวกับประเด็นที่ละเอียดอ่อนอย่างเรื่อง เพศ ความรุนแรง และ ความเชื่อ จนต้องเตรียมใจมาก่อนสักนิดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับชมเรื่องราวในภาพยนตร์

 

สายสัมพันธ์ของครอบครัวที่ตัดกันไม่ขาด

เรื่องราวในภาคนี้เราจะได้เห็นสายสัมพันธ์ของครอบครัวที่มากขึ้นอย่างคู่ของ ชิโร่ กับ อิลิยา ที่มีความเกี่ยวข้องเหมือนพี่น้องที่มีพ่อคนเดียวกันคือ เอมิยะ คิริซึงุ แม้ไม่ใช่ครอบครัวแท้ๆ แต่เราจะได้เห็นพวกเขาพูดคุยกัน ช่วยเหลือกันและอยู่ด้วยกันมากขึ้น ทำเอาคนที่ชอบอิลิยาได้ดีใจไปตามๆ กัน เพียงแต่สงครามจะนำพาทั้งสองไปในทิศทางใดกันนั้นสุดจะคาดเดา

หรือคู่ของ ริน กับ ซากุระ จากการที่ได้มีการปูเรื่องราวของปัญหาครอบครัวกันมานานตั้งแต่ภาคก่อน ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่คาราคาซังมานานมากสำหรับสองคนนี้ ซึ่งภาคนี้จะเป็นบทสรุปของทั้งสองว่าจะกลับมาเป็นพี่น้องกันอีกครั้งหรือจะเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด เราจะเห็นการแสดงออกที่มากขึ้นระหว่างทั้งคู่ตลอดทั้งเรื่องราวในภาพยนตร์

 

เมื่อตัวละครที่ชวนคิดถึงได้กลับมาสร้างความประทับใจ

จากภาคแรกที่เราได้เห็น ไรเดอร์ ออกมาสู้ให้เห็นเป็นบุญตากันแล้ว ภาคนี้เธอยังคงเป็นตัวละครหลักที่มีบทเยอะเหมือนเดิม เราจะได้เห็นการแสดงออกของเธออย่างที่ไม่เคยได้เห็นจากภาคอื่นมาก่อนจนคุณอาจหลงรักเธอก็ได้ ส่วน มาโต้ โซเค็น เองก็เช่นกัน เขาจะลงมาสู้อย่างเต็มตัวต่างจากที่เคยแค่เฝ้าสังเกตการณ์ เรียกได้ว่าตอนนี้ผู้นำตระกูลทั้งสามของสงครามจอกได้เข้าร่วมสงครามอย่างเต็มรูปแบบแล้ว

แล้ว โคโตมิเนะ คิเรย์ ล่ะ? ไม่ต้องห่วงเราจะได้เห็นเขาเริ่มวางหมากและเคลื่อนไหว เพียงแต่แผนการณ์ของเขาจะเป็นเช่นไรนั้นยังคงเป็นปริศนา และคงไม่มีใครลืมบุคคลผู้นี้ กิลกาเมช เขากลับมาแล้วในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ เขาอยู่ฝั่งไหนและจะทำอะไรบ้างเราคงต้องลองติดตามกันดู

 

ฉากสู้ที่อลังการจนตราตรึงใจไปอีกนาน

หากคุณมาดู Fate เพื่อดูฉากต่อสู้กันของ เซอร์เวนท์ แล้วล่ะก็ ภาคนี้คือสิ่งที่ตอบโจทย์คนดูมากๆ ซึ่งสตูดิโอ ยูโฟเทเบิล ที่ปกติก็ทำภาพเคลื่อนไหวได้ดีอยู่แล้ว คราวนี้ขัดเกลาฉากแอ็กชันให้ออกมาดีกว่าเดิม โดยเฉพาะฉากต่อสู้กันของ เซเบอร์ และ เบอร์เซิร์กเกอร์ เป็นการวาดฉากต่อสู้แบบเฟรมต่อเฟรม จินตนาการถึงการต่อสู้แบบระเบิดภูเขา เผาปราสาท ยิงบีมกันแบบสไตล์เซเบอร์คลาสกันเป็นว่าเล่น

เรียกได้ว่าเป็นฉากสู้ที่น่าพึงพอใจแบบสุดๆ ทั้ง แสง สี เสียง การเคลื่อนไหว จัดเต็มกันแบบจุใจ เรียกได้ว่าบ้าคลั่งสมเป็นเบอร์เซิร์กเกอร์ผู้ยอมสูญเสียสติปัญญาเพื่อแลกกับพลังมหาศาลอันเป็นจุดเด่นของภาคนี้ และเราจะได้เห็นท่าไม้ตายสุดคลาสสิกของเซเบอร์ตามที่เห็นกันในตัวอย่างภาพยนตร์อย่างแน่นอน

 

เนื้อหาที่มีความรุนแรงทั้งทางกายและใจ

เราจะได้เห็น ซากุระ ในทุกๆ มุม ทั้งมุมน่ารัก มุมสดใสและ มุมมืด ของเธอ ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมเหล่าแฟนๆ เฟทที่เล่นเกมผ่านรูทนี้ถึงได้ติดใจชอบเธอกันมากเพียงนี้ เนื้อหาจากภาคแรกที่ว่าค่อนข้างหนักแล้วแต่ภาคนี้หนักกว่า เหมือนเวลาเราจมน้ำแล้วค่อยๆ ดำดิ่งลงไป แสงสว่างกับความหวังเหมือนจะมืดดับไปเรื่อยๆ

การคุมโทนเรื่องให้มีความรู้สึกมืดมนปนมาเกือบตลอดเวลา จึงมีหลายๆ ฉากที่นำเสนอเรื่องความรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งไม่ใช่ฉากของคู่พระนางอย่างที่หลายท่านคาดไว้แต่อย่างใด แต่เป็นชีวิตของซากุระที่ต้องผ่านอะไรมามากกว่า แล้วก็มีฉาก เลือด สาดที่แทบไม่เหมาะสำหรับให้เด็กเล็กดู นี่จึงเป็นเหตุผลจริงๆ ที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเรทที่สูงกว่าปกติ

 

เมื่อต้องเลือกระหว่างสายสัมพันธ์กับอุดมการณ์ที่ยึดมั่น

หากพูดถึง เอมิยะ ชิโร่ ซึ่งเป็นพระเอกแล้ว ชีวิตของเขานั้นให้ความสำคัญกับอุดมการณ์ที่จะเป็น ผู้พิทักษ์ความยุติธรรม มากถึงมากที่สุด ถ้าใครติดตามซีรีส์นี้มานานจะพอเห็นภาพได้ว่าเขานั้นยึดติดกับการช่วยเหลือคนหมู่มากมากกว่าคนหมู่น้อยตามแบบฉบับของ คิริซึงุ ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งกับ อาเชอร์ มาโดยตลอด

แต่ในภาคนี้ถึงคราวที่ชิโร่จะต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการทำตามปฏิญาณผู้ผดุงความยุติธรรมและความรักต่อผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้ชีวิตของเขาต้องสั่นคลอนไปจนถึงรากเหง้าของชีวิต เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เขาต้องเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป ถือเป็นประเด็นที่สร้างความประทับใจมาก หากอยากรู้ว่าชิโร่จะเลือกสิ่งใดล่ะก็ต้องไปดูเองเพราะมันกินใจมาก

เพลงที่ถ่ายทอดตัวตนของซากุระ

มาถึงด้านเพลงประกอบก็ทรงพลังมาก เพลง I beg you ของ Aimer ที่บอกเล่าถึงความบิดเบี้ยว ความรักอย่างจริงใจ ความหึงหวง และความอยากจะทำให้เป็นแค่ของตัวเองคนเดียวของ ซากุระ ที่มีต่อชิโร่ในโลกที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เข้ากับธีมของรูทนี้ที่เธอเป็นนางเอก โดยสามารถดึงตัวตนของซากุระออกมาเป็นเพลงทั้งเพลงได้ประมาณว่านี่คือตัวตนของเธอในภาคนี้

เนื่องจากภาค Lost Butterfly ภาคนี้เป็นภาคคั่นกลางของภาพยนตร์ไตรภาค จึงเป็นภาคที่เฉลยปมความลับค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังเหลือปัญหาคาใจที่ทำให้เกิดความอยากดูต่อ ซึ่งทีมผู้สร้างก็ได้ประกาศแล้วว่าภาพยนตร์ภาคต่อที่จะเป็นปัจฉิมบทของเรื่องราวจะออกมาให้รับชมกันในชื่อ Fate/stay night Movie: Heaven’s Feel III. Spring Song ซึ่งจะเข้าฉายที่ญี่ปุ่นภายในปี 2020 แน่นอน

หากใครชื่นชอบซากุระก็ขอแนะนำให้ดูเป็นอย่างยิ่ง คุณจะได้สัมผัสทุกประสบการณ์ทั้งความสนุก ความเศร้า และความเจ็บปวดไปพร้อมๆ กัน มาร่วมให้กำลังใจซากุระกันได้ใน 28 กุมภาพันธ์ 2562 ในโรงภาพยนตร์

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *