วันวานยังคงหวานอยู่เสมอ หากนึกย้อนไปในอนิเมะสมัยยุคบุกเบิกที่เกี่ยวกับเรื่องราวความรักระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ มันก็คือความรักต้องห้ามสุดแสนจะโรแมนติก แต่บางครั้งมันก็ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่าทำไมตัวเอกของอนิเมะหลายเรื่องถึงต้องรักกับหุ่นยนต์ทั้งที่ก็มีมนุษย์คนอื่นภายในเรื่อง วันนี้เราจึงจะมานำเสนออนิเมะสุดคลาสสิกของสตูดิโอ แคลมป์ เรื่องหนึ่งที่จะทำเราได้รู้ว่าความรักนั้นไม่สามารถขัดขวางได้ด้วยแค่คำว่า เผ่าพันธุ์ 

 

โชบิทส์ หรือ ดิจิทัล เลดี้ เป็นเรื่องราวของโลกในยุคที่มนุษย์มีความสามารถในการสร้างปัญญาประดิษฐ์ให้มีลักษณะเหมือน มนุษย์ เพื่อคอยอำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน

โดยเนื้อเรื่องจะพูดถึงชายหนุ่มชื่อ โมโตสุวะ ฮิเดกิ ที่เป็นเด็กบ้านนอกสุดยากจนเข้ากรุงมาเพื่อเรียนโรงเรียนกวดวิชาสำหรับเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเมือง วันหนึ่งเขาได้พบกับ ดิจิทัล เลดี้ นอนอยู่ในกองขยะ เขาได้เก็บเธอมาและตั้งชื่อให้เธอว่า ชี เพราะตอนแรกเธอพูดได้แค่คำๆ นี้เท่านั้น จากนั้นเรื่องราวความผูกพันธ์ที่มากกว่าแค่คำว่า เจ้าของ ของมนุษย์คนหนึ่งผู้โดดเดี่ยวกับดิจิทัล เลดี้เครื่องหนึ่งที่ถูกทิ้งก็ได้เริ่มขึ้น

 

 

แม้แต่ความอบอุ่นก็ไม่ต่างไปจากมนุษย์

ดิจิทัล เลดี้ เป็นคำเรียกของสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะที่มีสุดยอมคอมพิวเตอร์อยู่ในตัวภายใต้รูปร่างภายนอกเป็น มนุษย์ ถ้าบอกว่าเหมือนแค่ไหนแล้วล่ะก็คงบอกได้แค่ว่านอกจากตรงหูแล้ว ส่วนอื่นก็ไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปเลย

นอกจากรูปร่างภายนอกแล้วยังมี คำพูด กริยาท่าทาง และ การกระทำ เหมือนมนุษย์ตามที่ได้ถูก โปรแกรม เอาไว้ สิ่งที่น่าสนใจก็คือสามารถป้อนคำสั่งให้มีการกระทำได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะทั้งอารมณ์ที่แสดงออกมา ความรู้สึกเมื่อเจอสิ่งที่ชอบหรือเกลียด ยิ่งใส่คำสั่งละเอียดมากแค่ไหนก็ยิ่งเหมือนมนุษย์มากแค่นั้น

ในเรื่องของโชบิทส์นั้นยังมีสิ่งที่เรียกว่า โปรแกรมเรียนรู้ด้วยตัวเอง อีกด้วย ในตอนที่ ฮิเดกิ พระเอกของเรื่องได้เก็บ ชี มาก็ได้รู้ว่าเธอนั้นไม่ได้ถูกป้อนโปรแกรมอะไรไว้เลย แต่เธอกลับมีโปรแกรมเรียนรู้ด้วยตัวเองติดตั้งไว้ ฮิเดกิจึงได้สอนสิ่งต่างๆ มากมายให้กับชีในแต่ละวัน ทั้งคำพูดและการแสดงออกจนเหมือนกับกำลังสอนเด็กทารกให้หัดเดิน นับวันชีก็เริ่มที่จะเหมือนมนุษย์ขึ้นเรื่อยๆ อาจเพราะแบบนั้นจึงทำให้ฮิเดกิเริ่มไม่ได้มองชีเป็นแค่ดิจิทัล เลดี้ เพราะแม้กระทั่งตอนสัมผัสตัวกันก็ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นได้ไม่ต่างกัน

 

ตอบรับความต้องการแม้แต่กับเรื่องเล็กน้อย

อาจเพราะอยู่ในยุคเฟื่องฟูของดิจิทัล เลดี้ ทุกคนจึงมีไว้เป็นของตัวเองเกือบทุกหลังคาบ้าน แน่นอนว่าพวกดิจิทัล เลดี้จะคอยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันตั้งแต่ใช้ช่วยในการทำงานยากๆ รับส่งข้อมูลสื่อสาร ไปจนถึงแค่เป็นเพื่อนไว้คุยเล่น ยิ่งมีลักษณะภายนอกให้เลือกหลายแบบก็ยิ่งทำให้เป็นที่นิยม ขนาดธุรกิจมืดอย่าง บาร์เปลื้องผ้า สำหรับผู้ที่มีอารมณ์ทางเพศกับดิจิทัล เลดี้ก็ยังมีผู้เข้าใช้บริการไม่น้อย เรียกได้ว่าใช้งานได้ทุกสายงานจนกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมเลยทีเดียว

พูดได้ว่าดิจิทัล เลดี้นั้นมีความสามารถครอบจักรวาลตามแต่ที่เราจะป้อนโปรแกรมลงไป แต่ตัว ซอฟต์แวร์ ที่ใช้ติดตั้งก็จะมีราคาแพงลิบลิ่วไปตามๆ กัน ผู้คนจึงเลือกป้อนโปรแกรมสำหรับใช้งานด้านที่ต้องการเท่านั้น เหมือนกับเกมแต่งตัวตุ๊กตาที่เราอยากจะให้มีรูปร่างหน้าตาแบบไหน มีนิสัยใจคออย่างไร เพื่อที่เวลาอยู่ด้วยกันแล้วจะทำให้เราเกิดความสบายใจมากที่สุด

สำหรับตัว ชี ที่ไม่มีโปรแกรมการทำงานที่ดีอะไรมาก แต่เธอก็เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือ ฮิเดกิ ที่แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างการพูดต้อนรับตอนกลับบ้าน คอยให้กำลังใจตอนอ่านหนังสือสอบ ไปทำงานพิเศษหาเงินเพื่อนำเงินมาซื้อของขวัญให้ฮิเดกิ เธอพูดเสมอว่าต้องการให้ฮิเดกิยิ้ม ยิ่งเขายิ้มเธอก็ยิ่งมีความสุข ชีจะคอยอยู่เคียงข้างเขาไม่ว่ายามเป็นไข้ไม่สบายหรือยามที่เป็นทุกข์จนหมดหนทาง ถึงจะไม่ใช่มนุษย์จริงๆ ก็คงไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะบางทีมนุษย์ก็ต้องการเพียงใครสักคนที่จะคอยอยู่ด้วยกันในยามที่ต้องการมากที่สุด

 

ตัวตายตัวแทนที่ไม่แก่ไม่ตาย

เพราะบางครั้งมนุษย์ก็ไม่สามารถเติมเต็มความรู้สึกของมนุษย์ด้วยกันเองได้ทุกอย่าง หลายคนจึงต้องหันไปพึ่งพาดิจิทัล เลดี้เพื่อเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไป โดยในเรื่องโชบิทส์จะเล่าถึงการให้ความสำคัญกับดิจิทัล เลดี้ที่นอกเหนือไปจากการใช้งานตามปกติ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นมองว่าพวกเธอนั้นคือ มนุษย์ ไม่ต่างจากตัวเอง

มิโนรุ เป็นเด็กหนุ่มอัจฉริยะและร่ำรวย ในอดีตนั้นมิโนรุได้สูญเสีย พี่สาว แสนสำคัญไปอย่างกะทันหันจนเขาไม่สามารถทำใจได้ เขาจึงได้สร้างดิจิทัล เลดี้ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับพี่สาวของเขาในชื่อ ยูซูกิ ขึ้นมา ไม่ใช่เพียงลักษณะภายนอกแม้แต่การกระทำและนิสัยเองก็ได้ป้อนลงไปให้เหมือนพี่สาวที่ตายไปมากที่สุด สิ่งที่เขาทำคือการหลอกตัวเองเพื่อต้องการเวลาในการเยียวยาหัวใจจนพร้อมที่จะยอมรับความจริง

อูเอดะ เป็นเจ้าของร้านขนมที่ ชี ไปทำงานพิเศษด้วย เขาเป็นหนึ่งในคนไม่กี่คนที่ให้กำลังใจ ฮิเดกิ ในยามที่เขาสับสนเรื่องของความรู้สึกที่มีต่อชี อูเอดะเล่าว่าในอดีตเขานั้นได้เคย แต่งงาน กับดิจิทัล เลดี้มาก่อน โดยให้เหตุผลว่าเขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ  และยิ่งใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากเท่าไรความรู้สึกก็ยิ่งชัดเจน จนกระทั่งเขาได้ขอเธอแต่งงานและจัดพิธีแต่งไม่ต่างจากของมนุษย์ เขาไม่สนใจเสียงรอบข้างและไม่เคยเสียใจที่ทำแบบนั้นลงไป เพราะตลอดเวลาที่เป็นสามีภรรยากันนั้นมันทำให้เขามีความสุขมาก

ฮิบิยะ เธอเป็นเจ้าของหอพักที่ ฮิเดกิ มาเช่าห้องอยู่ แม้จะเหมือนผู้จัดการหอธรรมดาแต่ความเป็นจริงเธอเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่สร้าง ชี ขึ้นมา ในอดีตเธอได้แต่งงานกับสามีที่ทำการวิจัยด้วยกันและต้องฝันสลายที่ร่างกายเธอนั้นไม่สามารถมีลูกได้ เธอและสามีจึงสร้างดิจิทัล เลดี้รุ่น โชบิทส์ ขึ้นมาเพื่อเป็นลูกสาว โดยสร้างมาเป็นเด็กแฝดชื่อ เฟรย่า และ เอลด้า ซึ่งเอลด้านี่เองคือชื่อของชีก่อนจะสูญเสียความทรงจำไป กระทั่งตอนนี้ฮิบิยะเองก็ยังคงคอยเฝ้ามองชีอยู่ห่างๆ ในฐานะแม่ และสุขใจที่เธอพบคนดีๆ อย่างฮิเดกิ

 

ความเจ็บปวดเมื่อหันไปพึ่งพาความอบอุ่นที่ไม่ใช่มนุษย์

ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องดีๆ การมีอยู่ของดิจิทัล เลดี้ก็ทำให้มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันเองลดลง หากมองในอีกมุมมองหนึ่งในอนิเมะเรื่องโชบิทส์ เราจะเห็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ดิจิทัล เลดี้ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นจนเริ่มที่จะ แทนที่ มนุษย์ด้วยกันเองขึ้นมา

ทาคาโกะ คงเป็นคนที่ได้รับผลกระทบจากดิจิทัล เลดี้มากที่สุดคนหนึ่ง เธอเป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนกวดวิชาที่ ฮิเดกิ และเพื่อนของเขา ชินโบะ เรียนอยู่ โดยเธอนั้นแต่งงานแล้วอาศัยอยู่ด้วยกันกับสามี ซึ่งพวกเขามีดิจิทัล เลดี้อยู่ด้วยเครื่องหนึ่ง สามีของเธอให้ความสนใจกับมันมากจนเริ่มสนใจเธอน้อยลง  ไม่สนใจกระทั่งลืมเวลากลับบ้านของเธอจนคล้องโซ่ที่ประตูจนเธอไม่สามารถเข้าห้องได้ กลายเป็นว่าเธอที่เป็นภรรยานั้นมีความสำคัญน้อยกว่าดิจิทัล เลดี้เสียอีก กระทั่งชินโบะที่รับรู้เรื่องราวก็ทนไม่ไหวและได้ตัดสินใจพาทาคาโกะหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน

ยูมิ เป็นอีกคนที่ได้รับผลกระทบจากดิจิทัล เลดี้ เธอนั้นตกหลุมรัก อูเอดะ ที่เป็นเจ้าของร้านขนม ซึ่งเธอรับไม่ได้ที่เธอจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับภรรยาเก่าของเขาที่เป็นดิจิทัล เลดี้ เพราะแม้กระทั่งจนถึงทุกวันนี้อูเอดะก็ยังคงคิดถึงเธอคนนั้นอยู่เสมอ แถมชื่อของดิจิทัล เลดี้ตัวนั้นกับเธอยังมีชื่อเดียวกันอีก การที่มาทีหลังและความสามารถก็เทียบกันไม่ได้ก็ได้ทำให้เธอนั้นหมดกำลังใจ ยิ่งเธอได้มองผู้คนในสังคมที่เริ่มพูดคุยกับดิจิทัล เลดี้มากว่ามนุษย์ด้วยกันเองก็ยิ่งทำให้เธอนั้นรู้สึกแย่มากขึ้นไปอีก

 

เพราะความสุขคือการได้อยู่ด้วยกันกับคนที่เรารัก

เราคงได้เห็นทั้งข้อดีและข้อเสียกันไปแล้วกับสิ่งที่เรียกว่า ดิจิทัล เลดี้ แต่ความรักนั้นมันห้ามกันไม่ได้ เหมือนอย่างที่ ฮิเดกิ ได้เคยถาม ชินโบะ ว่าเกลียดเขาไหมที่เขาไปหลงรักดิจิทัล เลดี้แทนที่จะเป็นมนุษย์ด้วยกัน และเขาก็ได้คำตอบกลับมาว่า

‘ฉันไม่เกลียดคนที่รักดิจิทัล เลดี้ แต่เกลียดคนที่ไม่มอบหัวใจให้ผู้หญิงเพียงคนเดียว’ 

‘ชีเป็นดิจิทัล เลดี้ ชีไม่ใช่มนุษย์’

‘ความสุขที่แท้จริงน่ะ คือการได้อยู่กับคนที่เรารักต่างหากล่ะ’

ไม่ผิดที่จะรักสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ เพราะมันไม่สามารถแทนที่กันได้ แม้จะเป็นดิจิทัล เลดี้ก็มีสิ่งที่ทำไม่ได้อยู่ และก็จะมีสิ่งที่ต้องเป็นมนุษย์เท่านั้นถึงจะทำได้อยู่ด้วยเช่นกัน สิ่งสำคัญคือการที่เราต้องเลือกเส้นทางที่จะทำให้เราไม่เสียใจภายหลัง เลือกสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรามีความสุขและทุ่มเทกับสิ่งนั้นไปจนถึงท้ายที่สุด

คงจะเห็นแล้วว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คงไม่พ้นหัวใจของมนุษย์ ไม่ว่าอนาคตหุ่นยนต์จะครองโลกหรือเป็นโลกที่ไม่พึ่งพาเทคโนโลยี เราก็ต้องเลือกสิ่งที่จะทำให้เรามีความสุขที่สุดสำหรับตัวเองเช่นเดิม เพราะว่าความรักของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ไม่มีการเปรียบเทียบและไม่มีการแทนที่อะไรทั้งสิ้น สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคลว่าต้องการอะไรเพื่อมาเติมเต็มหัวใจของตัวเองในขณะที่มีชีวิตอยู่

 

อ้างอิง

en.wikipedia

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *