วงการภาพยนตร์นับว่าเป็นสื่อความบันเทิงอย่างหนึ่งที่อยู่กับพวกเรามาทุกยุคทุกสมัย การที่จะให้ผู้คนหันมาชมหรือสนใจภาพยนตร์แต่ละเรื่องนั้นจะต้องผ่านการโปรโมตและโฆษณามากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต วิทยุ หรือโปสเตอร์ตามสถานที่ต่างๆ แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนคงจะลืมกันไปแล้วก็คือ ใบปลิวหนัง ถึงแม้ที่ไทยบ้านเราจะล่มสลายหายสาบสูญจนกลายเป็นแรร์ไอเท็มไปแล้ว แต่สำหรับที่ญี่ปุ่นทุกวันนี้ก็ยังคงมีวางให้หยิบกันที่หน้าโรงหนังอยู่ตลอด แล้วทำไมในยุคโซเชียลล้ำขนาดนี้แล้ว วงการใบปลิวหนังญี่ปุ่นถึงยังอยู่รอดจนถึงปัจจุบันได้ล่ะ?

แผ่นกระดาษธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตั้งแต่สมัยก่อนแล้วที่การจะโปรโมตภาพยนตร์สักเรื่องนั้นต้องอาศัยแผ่นกระดาษใบเล็กๆ อย่าง แฮนด์บิลล์ หรือที่เราเรียกกันว่า ใบปลิวหนัง เป็นตัวช่วยที่จะทำให้คนหันมาสนใจตัวหนังมากขึ้น ซึ่งปกติแล้วภาพที่ปรากฏบทใบปลิวหนังนั้นแทบจะอิงมาจากโปสเตอร์หนังแผ่นใหญ่ทั้งหมด แต่ที่แตกต่างจากแผ่นโปสเตอร์ก็คือ ใบปลิวหนังที่นอกจากจะมีชื่อเรื่อง วันเข้าฉาย ชื่อนักแสดง และคำโปรยของหนังแล้ว ยังมีภาพบางส่วนของหนังเรื่องนั้นปรากฏรวมอยู่ด้วย ส่วนใหญ่จะมีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง บางเรื่องก็มีเรื่องย่อใส่เสริมเพิ่มไปให้คนอ่านอีก เรียกได้ว่าถึงจะเป็นแค่กระดาษใบเล็กๆ แต่ก็เป็นส่วนช่วยที่ทำให้คนหันมาสนใจภาพยนตร์ได้ไม่มากก็น้อยเลย สำหรับบ้านเราปัจจุบันนี้คงไม่มีให้เห็นกันแล้ว อาจจะต้องไปตามหาตามร้านสะสมของเก่ากัน หรือนานๆ ทีหนึ่งจะมีแจกตามอีเวนต์บางโอกาสแต่ก็ไม่ได้แพร่หลายเหมือนดั่งแต่ก่อน

กลับกันถ้าเป็น ประเทศญี่ปุ่น ที่ต่อให้กาลเวลาผ่านไปนานเท่าไร เทคโนโลยีจะล้ำสักแค่ไหน อุตสาหกรรมใบปลิวหนังของประเทศนี้ก็ยังคงเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นทุกวัน จนถึงขนาดมีแบ่งโซนให้หยิบใบปลิวกันแทบจะทุกโรงหนัง ใช่แล้ว ถึงชื่อจะเป็นใบปลิวแต่สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีการจ้างคนมายืนแจกยืนร่อนใบปลิวแต่อย่างใด แต่จะวางไว้ให้หยิบฟรีเก็บกลับบ้านด้วยตนเอง นอกจากจะไม่เป็นการบังคับให้คนรับใบปลิวไว้โดยไม่เต็มใจแล้ว ยังช่วยลดปัญหาขยะที่เกิดจากคนรับไว้แล้วทิ้งกันโดยไม่แม้แต่อ่านใบปลิวด้วย ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์หนังโดยไม่ต้องเบียดเบียนใครเลยสักนิด

โดยปกติแล้วคนญี่ปุ่นจะไม่ได้เรียกว่าแฮนด์บิลล์แบบบ้านเราแต่จะเรียกกันว่า จิราชิ (チラシ) หรือ ไฟร์เยอร์ (フライヤー) ที่แปลว่าใบปลิวเช่นเดียวกัน จุดที่น่าสนใจไม่ใช่มีแต่หนังของทางญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีใบปลิวแจกจ่าย แต่ของฮอลลีวูด อนิเมะ หรือละครเวทีเองก็มีใบปลิวไว้โปรโมตด้วยเหมือนกัน ซึ่งถ้าเรื่องไหนได้ดาราดังมาร่วมแสดงล่ะก็บอกได้เลยว่าใบปลิวเรื่องนั้นต่อให้มีแจกเป็นพันเป็นหมื่นใบก็หมดทั้งปึกอย่างแน่นอน โดยปกติใบปลิวหนังญี่ปุ่นจะวางให้หยิบกันล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 3-4 เดือนก่อนหนังจะเข้าฉาย เพราะเป็นการโปรโมตให้คนที่มาเห็นได้หยิบได้ทำความรู้จักตัวหนังก่อนจะถึงวันฉายล่วงหน้านั่นเอง

คุณค่าทางจิตใจ

สิ่งที่ทำให้ใบปลิวหนังญี่ปุ่นยังคงรุ่งเรืองจนถึงทุกวันนี้อาจเป็นเพราะแม้จะเป็นกระดาษธรรมดาๆ แต่ก็สามารถทำให้คนที่มาชมหนังก่อนหน้าได้รู้จักบรรดาหนังที่จะเข้าฉายในเดือนถัดๆ ไปว่าเนื้อเรื่องเป็นอย่างไร นักแสดงมีใครบ้าง และโดยปกติแล้วคนมักจะเข้าใจกันว่าใบปลิวหนังจะเป็นกระดาษใบเดียวจบ แต่หนังบางเรื่องยังทำออกมาในรูปแบบแผ่นพับ มีทั้งขนาด A4 และ A5 ซึ่งถ้าเป็นแบบแผ่นพับก็จะมีรายละเอียดข้อมูลหนังให้อ่านเยอะกว่าปกติ หรือหนังบางเรื่องยังทำออกมาเป็นแผนที่ให้คนที่ได้มาชมไปตามรอยสถานที่ของหนังได้อีกด้วย อีกทั้งใบปลิวหนังของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะไม่ได้ทำออกมาแค่เวอร์ชันเดียวแบบโปสเตอร์แล้วจบ แต่จะทำออกมาหลายแบบเรื่อยๆ ประมาณ 2-3 แบบด้วยกัน

นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่างของใบปลิวหนังญี่ปุ่นคือยังเป็นของสะสมได้ด้วย สำหรับบางคนการที่จะมีรูปของนักแสดงที่ชอบมาแจกแบบอ็อฟฟิเชียลนั้นย่อมควรค่าแก่การเก็บสะสมยิ่งนัก หรือบางคนอาจจะเป็นคนที่ชอบดูหนังมากจนอยากจะเก็บใบปลิวไว้ทั้งหมดก็มี ถือว่าเป็นของที่แทนคุณค่าทางจิตใจให้หลายคนเลยทีเดียว

ซึ่งบรรดาเหตุผลทั้งหลายนี้ทำให้ไม่ว่าใบปลิวหนังจะวางแจกที่ไหนก็เป็นต้องหมดทุกครั้งไป โดยเฉพาะตามโรงหนังในเมืองใหญ่ๆ เช่นชินจูกุ อิเคบุคุโระ ถ้าตามหาใบปลิวหนังเรื่องไหนอยู่อย่าหวังว่าตามแหล่งเมืองจะมีเหลือให้หยิบ ต้องพึ่งใบบุญตามโรงหนังต่างจังหวัดเท่านั้น เรียกได้ว่ายิ่งหนังเรื่องไหนดัง นักแสดงดัง ใบปลิวหนังก็จะยิ่งตามหายากไปด้วย ทำให้มีคนไม่น้อยที่หยิบใบปลิวออกมาขายเป็นธุรกิจขนาดย่อมๆ จะพบเห็นได้ตามเว็บขายของมือสอง หรือแอปพลิเคชันซื้อขายยอดนิยมอย่าง Mercari ก็มีอยู่มาก ส่วนใหญ่จะนิยมขายกันแบบยกแพ็กหลายใบหลายเรื่องรวมกัน ยิ่งเรื่องไหนหายากก็จะยิ่งมีราคาสูง ยิ่งคนให้ความสนใจมากทำให้ทางอุตสาหกรรมใบปลิวหนังญี่ปุ่นก็ยังคงอยู่ตัวได้ถึงทุกวันนี้

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นที่สามารถพัฒนาแผ่นกระดาษธรรมดาๆ ให้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์โฆษณาภาพยนตร์ได้อย่างกว้างขวาง และสามารถทำให้อยู่รอดจนถึงทุกวันนี้ได้ อีกทั้งยังกลายเป็นคอเล็กชันของสะสมของใครหลายๆ คนอีกด้วย ใครที่มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น ลองไปเยี่ยมเยียนตามโรงหนังกันดูนะคะ แล้วคุณจะพบโซนหยิบใบปลิวหลากหลายจนลายตา และถ้าได้หยิบกลับมาสักใบสองใบเมื่อไร รับรองว่าจะต้องมีครั้งหน้าให้เก็บสะสมต่ออย่างแน่นอน

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *