พ็อกเก็ตมอนสเตอร์ หรือโปเกมอน เป็นหนึ่งในซีรีส์เกมที่อยู่คู่กับทั้งวงการเกมและการ์ตูนมาอย่างยาวนาน นานจนต่อให้คุณไม่ใช่คนที่เล่นเกมหรือดูการ์ตูน เพียงแค่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองทั่วไปก็จะต้องเคยเห็นหน้าปิกาจู เจ้าหนูสายฟ้าสีเหลืองอันเปรียบเสมือนกับมาสคอตของแฟรนไชส์นี้ไปแล้ว ซึ่งโปเกมอนนั้นได้เดินทางมายาวนานถึง 21 ปี มีเกมทั้งภาคหลักภาครองมากมาย อนิเมะอีกหลายร้อยตอน สินค้าอีกอื้อซ่า ทำเงินให้กับผู้ผลิตมากมาย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกเลย

เนื่องในโอกาสครบรอบ 21 ปีโปเกมอน ตามไปดู 21 เรื่องน่าสนใจกันดีกว่า

 

1. เกมโปเกมอนวางจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1996

ในวันนี้เมื่อ 21 ปีที่แล้ว เกม Pokémon Red และ Pokémon Green ได้เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งภายในเกมนี้ผู้เล่นจะได้รับบทบาทเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์ที่ออกเดินทางเพื่อไปจับและฝึกฝนโปเกมอน เอาชนะหัวหน้ายิมทั้ง 8 ยิม แก๊งร็อกเก็ต ไปจนถึง 4 จตุรเทพและแชมเปี้ยนเพื่อเป็นโปเกมอนมาสเตอร์

ตัวเกมภาคนี้ยังเป็นภาคที่ถือว่าใช้เวลาพัฒนานานที่สุดในบรรดาเกมโปเกมอนทั้งหมด โดยได้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 1990 และในตอนแรกนั้นมีแผนจะวางจำหน่ายภายในปี 1995

 

2. Pokémon Green และ Pokémon Blue เป็นภาคเดียวกันจริงหรือ?

เดิมทีนั้น ภาคที่วางจำหน่ายตอนแรกสุดในประเทศญี่ปุ่นใช้คำว่า 赤 (อาคะ – แดง) และ 緑 (มิโดริ – เขียว) และหลังจากนั้นราว 8 เดือนก็ได้มีการวางจำหน่ายภาค 青 (อาโอะ – น้ำเงิน) ซึ่งภาคนี้ได้พัฒนาภาพรวมทั้งซ่อมแซมข้อบกพร่องบางอย่างภายในเกมด้วย เมื่อมีการนำไปวางจำหน่ายในต่างประเทศครั้งแรกในปี 1998 ก็ได้นำเนื้อหาของสองภาคแรกเข้ามา แต่กลับใช้ระบบของภาค 青 ที่สมบูรณ์มากกว่าแทน และเปลี่ยนชื่อให้กลายเป็น Pokémon Red และ Pokémon Blue

งงไหม ถ้างง ให้คิดว่าภาค Blue ของภาษาอังกฤษ คือภาค Green ของภาษาญี่ปุ่นฉบับแก้บั๊กแล้วนั่นแหละครับ

ความแตกต่างนี้ยังส่งผลถึงชื่อตัวละครอีกด้วย โดยคู่แข่งของเรานั้น จากเดิมที่ชื่อ グイーン (Green) ในฉบับภาษาญี่ปุ่น แต่ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษกลับเป็น Blue แทน ชื่อนี้ยังส่งผลถึง รวมไปถึงหัวหน้ายิมจากเมืองโทคิวะ (Viridian City) ภายในภาค Gold, Silver, Crystal, Heart Gold และ Soul Silver ที่มีที่มาจากพ่อคู่แข่งของเราอีกด้วย

 

3. เกมโปเกมอนได้รับแรงบันดาลใจมาจากการสะสมแมลงของเด็กญี่ปุ่น

แรกเริ่มเดิมทีนั้น เกมนี้เคยมีชื่อว่า Capsule Monster โดยมีคอนเซปต์ดั้งเดิมเหมือนกับปัจจุบัน คือการสะสมเหล่าสัตว์ประหลาดใส่ไว้ในแคปซูลสำหรับพกพาได้ โดยแรงบันดาลใจในการสร้างเกมนี้ของ ทาจิริ ซาโตชิ ผู้ให้กำเนิดโปเกมอนนั้นมาจากความชื่นชอบในการสะสมแมลงในวัยเด็กของตัวเขาเอง

ส่วนชื่อ Capsule Monster นั้นเขาได้ไอเดียมาจากตู้กาชาปอง หรือตู้หยอดเหรียญสุ่มของในญี่ปุ่นซึ่งมักจะเอาสิ่งของต่างๆ ใส่ไว้ในแคปซูล แต่ชื่อนี้ดันต้องยกเลิกไปเพราะมีปัญหาในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ภายหลังจึงได้เปลี่ยนมาเป็น Pocket Monster หรือที่ย่อเหลือแค่ Pokémon อย่างที่หลายคนคุ้นเคยกัน

 

4. ไซดอน เป็นโปเกมอนตัวแรกที่ถูกสร้างขึ้นมา

แม้ว่าหากกล่าวถึงโปเกมอนแล้ว หลายคนจะนึกถึงเจ้าหนูสาวฟ้าปิกาจูเป็นอันดับแรก หรือเหล่าโปเกมอนยอดนิยมอย่างลิซาด้อนหรือคาแม็กซ์มาก่อน แต่รู้ไหมว่าโปเกมอนตัวแรกที่ถูกออกแบบมาก็คือไซดอน หรือ Rhydon

ไซดอนเป็นโปเกมอนตัวแรกที่ถูกคิดขึ้น และยังโผล่ในภาพคอนเซปต์ในตอนที่เริ่มพัฒนาเกมช่วงแรกในขณะที่ยังใช้ชื่อว่า Capsule Monster อีกด้วย

 

5. มิวเป็นโปเกมอนที่ถูกแอบเพิ่มเข้าไปทีหลังโดยที่แม้แต่ Nintendo เองก็ไม่รู้

เจ้าโปเกมอนในตำนานตัวจิ๋วอย่างมิวนั้น เดิมทีเกือบจะไม่ได้อยู่ในตัวเกมแล้ว แต่ โมริโมโตะ ชิเงกิ ผู้ออกแบบและเขียนโปรแกรมได้แอบใส่เข้าไปภายในเกมก่อนที่เกมจะวางจำหน่ายเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น แถมในตอนนั้นแม้แต่พี่บิ๊กอย่างบริษัท Nintendo เองก็ไม่ได้รับรู้เรื่องนี้เลยด้วย เป็นเหตุผลว่าทำไมมิวซึ่งน่าจะเป็นต้นแบบให้กับมิวทู ถึงมีหมายเลขในโปเกเด็กซ์มาทีหลัง (มิวทู – 150, มิว – 151)

 

6. รัตต้าของคู่แข่งตายจริงหรือ?

ในเกมภาคแรกนั้น เมื่อเราต่อสู้กับคู่แข่งบนเรือ S.S Anne หนึ่งในโปเกมอนในทีมของคู่แข่งก็คือรัตต้า (Raticate) เลเวล 16 แต่หลังจากนั้นในการต่อสู้ครั้งอื่นๆ เรากลับไม่ได้เห็นเจ้าโปเกมอนหนูตัวนี้อีกเลย ต่างกับโปเกมอนตัวอื่นๆ ภายในทีมที่ยังอยู่ครบจนถึงการต่อสู้ครั้งสุดท้าย แฟนโปเกมอนหลายคนจึงตั้งคำถามว่ารัตต้าตัวนั้นไปไหน?

มีผู้สังเกตว่าครั้งแรกที่รัตต้าหายไปจากทีมของคู่แข่งเรา คือการต่อสู้บนโปเกมอนทาวเวอร์ในเมืองชิอง หรือ Lavender Town สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยหลุมศพและผู้ที่มาไว้อาลัยให้กับโปเกมอนของตนที่เสียชีวิตไป โดยในตอนนั้นคู่แข่งเองก็ได้ทักผู้เล่นว่าโปเกมอนเราไม่ได้เสียชีวิตสักหน่อย ทำให้หลายคนตั้งทฤษฎีที่ว่า คู่แข่งของเรามาที่โปเกมอนทาวเวอร์เพื่อไว้อาลัยให้กับรัตต้าที่เสียชีวิตไป

ถึงอย่างนั้นทฤษฎีนี้ก็ไม่เคยได้รับการยืนยัน บางทีเขาอาจจะแค่ฝากรัตต้าเข้าไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ร่วมกับโปเกมอนอื่นๆ ที่จับมาแล้วไม่ได้ใช้ก็ได้

 

7. Lavender Town Syndrome เพลงจากเมืองหลอนสู่การฆ่าตัวตาย?

ถ้าหากพูดถึงเมืองชิอง หรือ Lavender Town เมืองอันเป็นที่ตั้งของโปเกมอนทาวเวอร์ซึ่งเป็นที่เก็บสุสานเหล่าโปเกมอนที่เสียชีวิต รวมไปถึงโปเกมอนผีหลายชนิด หลายคนมักจะกล่าวถึงเพลงประกอบของเมืองนี้ที่หลอนไม่แพ้กัน อีกทั้งยังมีบางส่วนของเพลงที่มีคลื่นเสียงสูงจนหูของผู้ใหญ่บางคนไม่สามารถได้ยินได้ ทำให้เกิดข่าวลือที่ว่ามีเด็กจำนวนมากที่ได้ฟังเพลงประกอบเมืองนี้แล้วเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ตื่นกลัว จนบางรายถึงกับพยายามจะฆ่าตัวตายเลยทีเดียว จนกลายเป็นชื่อเรียกว่า Lavender Town Syndrome

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องแต่งเท่านั้น ยังไม่เคยมีรายงานที่ว่ามีคนป่วยจากการฟังเพลงประกอบของเมืองนี้จริงๆ แต่คลื่นเสียงที่สูงเกินจนผู้ใหญ่บางส่วนไม่ได้ยินนั้นมีอยู่จริง เพียงแค่ไม่ได้มีการยืนยันว่ามีอันตรายแต่อย่างใด

 

8. Pokémon Crystal เป็นภาคแรกที่โปเกมอนขยับได้

14 ธันวาคม 2000 เป็นอีกวันที่ซีรีส์โปเกมอนสามารถเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้ด้วยระบบใหม่ๆ ภายในเกมมากมาย โดยสิ่งที่โดดเด่นก็คือการทำให้โปเกมอนสามารถขยับได้ในฉากต่อสู้ครั้งแรก แม้ว่าในขณะนั้นจะขยับได้เพียงแค่ตอนเริ่มต่อสู้เล็กน้อยเท่านั้น หลังจากนั้นโปเกมอนก็สามารถขยับได้ในฉากต่อสู้อีกครั้งในภาค Emerald ซึ่งวางจำหน่ายในปี 2005 แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวเพียงแค่ตอนเริ่มต้นเล็กน้อยเช่นกัน โปเกมอนเริ่มขยับได้อย่างจริงจังตลอดการต่อสู้ครั้งแรกในภาค Black และ White ในปี 2011

นอกจากโปเกมอนที่ขยับได้แล้ว Pokémon Crystal ยังเป็นภาคแรกที่เราสามารถเลือกเล่นเป็นตัวละครหญิงได้

 

9. หางปิกาจูตัวผู้กับตัวเมียไม่เหมือนกันนะ

ถ้าหากเปรียบเทียบโปเกมอนเป็นเสมือนสัตว์ชนิดต่างๆ ก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าไรถ้าหากโปเกมอนต่างเพศจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน อย่างเช่นปิกาจูที่หางของตัวผู้จะมีลักษณะเรียบคล้ายรอยโดนตัด ในขณะที่หางของตัวเมียจะโค้งเล็กน้อยและมีรอยบุ๋มลงไปคล้ายรูปหัวใจ

ถ้าหากไม่นับนิโดรันตัวผู้และตัวเมีย ซึ่งถูกจัดเป็นโปเกมอนคนละสายพันธุ์กันแล้ว ความแตกต่างระหว่างเพศของโปเกมอนปรากฏให้เห็นครั้งแรกในเกมภาค Diamond และ Pearl ซึ่งวางจำหน่ายในปี 2006 โดยนอกจากปิกาจูแล้ว ยังมีโปเกมอนอีกหลายชนิดที่มีความแตกต่างระหว่างตัวผู้และตัวเมีย ซึ่งอาจจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ อย่างความยาวเขี้ยวของซูแบท หรือสีหนวดของเกียราโดส หรืออาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอย่างคาโอจิชิหรือนาโอนิกซ์ที่แค่มองครั้งแรกก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าตัวไหนเพศอะไร (อ่านเพิ่ม..)

 

10. รู้หรือไม่ โดโด้ก็บินได้!

อาจจะไม่แปลกสักเท่าไร ถ้าจะบอกว่าโปเกมอนนกนั้นสามารถบินได้ แต่ไม่ใช่กับโดโด้ โปเกมอนนกสองหัวที่ไม่ว่าดูจากมุมไหนก็ไม่เห็นปีกเลย มีแต่เพียงตัวกลมๆ หัวสองหัว กับขาที่ท่าทางน่าจะวิ่งเร็วเท่านั้น แต่เจ้าโดโด้และร่างพัฒนาของมัน โดโดริโอ้ สามารถเรียนรู้ท่า Fly ท่าซึ่งใช้จู่โจมศัตรูจากทางอากาศ และยังใช้บินส่งเทรนเนอร์ไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อีกด้วย และแม้ว่าจะผ่านมามากกว่า 20 ปี แต่โดโด้ก็ยังสามารถเรียนท่า Fly ได้ทุกภาคของเกม

ถ้าหากให้โดโด้ใช้ท่า Fly ในเกม Pokémon Stadium ก็จะเห็นภาพเป็นโดโด้กำลังวิ่งบนอากาศ ถึงอย่างนั้น ภายในโปเกเด็กซ์ของภาค Yellow ก็ได้ระบุไว้ว่า โดโด้มีปีกที่สั้นเกินกว่าจะใช้บินได้ ทำให้ปริศนาการบินของโดโด้ยังเป็นอีกเรื่องที่หาคำตอบไม่ได้

 

11. เวลโอ โปเกมอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สามารถผสมพันธุ์กับดิ๊กด้า โปเกมอนที่มีขนาดเล็กที่สุดได้

แม้ว่าจะไม่ใช่โปเกมอนทุกชนิดที่สามารถผสมพันธุ์และมีลูกด้วยกันได้ แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นโปเกมอนชนิดเดียวกันถึงจะปั่มปั๊มจนได้ไข่โปเกมอนออกมา โดยคู่ขาที่แปลกประหลาดที่สุดก็ต้องยกให้ เวลโอ (Wailord) โปเกมอนปลาวาฬซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นโปเกมอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ด้วยส่วนสูงกว่า 14 เมตร กับน้ำหนักอีกเกือบ 400 กิโลกรัมเมื่อโตเต็มที่ กับดิ๊กด้า (Diglett) โปเกมอนตุ่นซึ่งมีความสูงเพียงราว 0.2 เมตร กับน้ำหนักที่ไม่รู้ว่าไปวัดอีท่าไหน 0.8 กิโลกรัม

ด้วยน้ำหนักที่แตกต่างกันถึง 5,000 เท่า อีกทั้งขนาดตัว รูปร่าง และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้หลายคนตั้งทฤษฎีที่ว่าการผสมพันธุ์ของโปเกมอนนั้นอาจจะแตกต่างจากการผสมพันธุ์ของสัตว์ในโลกของเราที่หลายคนเคยเข้าใจก็เป็นได้

*แก้ไขข้อมูล ในปัจจุบันนี้ดิ๊กด้าไม่ใช่โปเกมอนที่มีขนาดเล็กที่สุดแล้วค่ะ โดยมีโปเกมอน 5 ชนิดที่มีขนาดเล็กกว่าดิ๊กด้า คือ บาจุรุ (Joltik), ฟลาเบเบ (Flabébé), อาบุลี (Cutiefly), คิววาวา (Comfey) และคอสโมอุม (Cosmoem) โดยทั้ง 5 ชนิดนี้ถูกระบุไว้ว่ามีความสูงเพียง 0.1 เมตรเท่านั้น

 

12. ธาตุพลังจิตอ่อนแอต่อธาตุแมลง ธาตุผี และธาตุความมืด เพราะเป็นความกลัวทั่วๆ ไปของมนุษย์

การแพ้ชนะธาตุในโปเกมอนนั้นส่วนใหญ่แล้วจะยึดมาจากหลักความเป็นจริง อย่างเช่นไฟแพ้น้ำ หรือไฟฟ้าแพ้ดิน ดังนั้นถ้าหากเปรียบเทียบธาตุพลังจิตเป็นเสมือนกับจิตใจแล้ว การที่จะแพ้ธาตุที่เป็นความกลัวอย่างแมลง ผี และความมืด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดเท่าไรนัก

ถึงนั้นอย่าง ในเกมภาคแรกนั้นธาตุพลังจิตได้แพ้เพียงแค่ธาตุแมลงธาตุเดียวกเท่านั้น ไม่ได้อ่อนแอต่อธาตุผีแต่อย่างใด และในขณะนั้นก็ยังไม่มีธาตุความมืดในเกมด้วย โดยถูกปรับให้ธาตุพลังจิตแพ้เพิ่มอีกสองธาตุในภาค Gold และ Silver เพื่อปรับสมดุลของเกมให้ดียิ่งขึ้น

 

13. ร่างจริงของโซนันส์อยู่ที่หางสีดำ ไม่ใช่ร่างกายสีฟ้า

ถ้าหากพูดถึงโปเกมอนพลังจิตแล้ว โซนันส์ (Wobuffett) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่ได้รับความนิยม ด้วยท่าทางตลกๆ กับลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่สามารถจู่โจมโปเกมอนตัวอื่นได้นอกจากการสะท้อนความเสียหายเท่านั้น ถึงอย่างนั้น

มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ต้นแบบของโซนันส์นั้นน่าจะมีที่มาจากกระสอบทราย แต่ทำไมโปเกมอนถึงเอาตัวเองให้กลายเป็นกระสอบทรายให้เขาอัดฟรีๆ กันล่ะ ถ้าไม่ใช่ว่ากระสอบทรายนั้นเป็นเพียงตัวล่อ ในขณะเดียวกัน โซนันส์ก็หวงหางสีดำที่มีลูกตาโผล่ออกมาอย่างมากจนชวนให้สงสัยว่าหรือจริงๆ แล้วตรงนั้นจะเป็นที่เก็บร่างจริงของตัวเองไว้กันแน่

 

14. ในโลกของโปเกมอนนั้นมีสัตว์อื่นๆ ที่ไม่ใช่โปเกมอนอาศัยอยู่หรือไม่

เป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยกัน เพราะถ้าหากโปเกมอนเป็นตัวแทนของสัตว์ต่างๆ แล้ว ในโลกของโปเกมอนนั้นมีสัตว์ที่เป็น “สัตว์” จริงๆ ไม่ใช่โปเกมอนอาศัยอยู่หรือไม่

มีหลักฐานหลายชิ้นชี้ให้เชื่อว่าสัตว์ต่างๆ น่าจะมีตัวตนบนโลกโปเกมอน อย่างเช่นในโปเกเด็กซ์นั้นได้ระบุว่าไรจูสามารถช็อตไฟฟ้าใส่ช้างอินเดียให้สลบทั้งตัวได้ หรือโกสที่สามารถล้มช้างอินเดียได้ภายในสองวินาทีด้วยการคลุมด้วยร่างกายของตนเองที่เป็นแก๊ส (ว่าแต่ทำไมต้องช้างอินเดีย?) หรือการอ้างอิงถึงสัตว์จริงๆ ของเหล่าตัวละครทั้งในเกม มังงะ และอนิเมะหลายครั้งด้วยกัน

แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้ที่ทั้งหมดนั่นจะเป็นเพียงความผิดพลาดหรือมุกของผู้ผลิต แต่แฟนๆ หลายคนก็เชื่อกันว่าสัตว์นั้นมีตัวตนอยู่ในโลกโปเกมอนจริงๆ เพียงแต่อาจจะมีจำนวนไม่เยอะหรือไม่ได้ถูกพูดถึงกันนัก

 

15. ภูมิภาคต่างๆ ในโลกโปเกมอนมาจากสถานที่จริงบนโลกเรา

เป็นเรื่องปกติในการออกแบบเกม ที่จะนำต้นแบบมาจากสิ่งที่มีอยู่บนโลกจริงๆ เกมซีรีส์โปเกมอนก็เช่นกัน ภูมิภาคต่างๆ อันเป็นสถานที่โลดแล่นของตัวละครนั้นได้ถูกสร้างมาจากสถานที่ที่มีอยู่จริงบนโลกนี้ โดยในเกมเจเนอเรชันที่ 1 – 4 ได้สร้างมาจากส่วนต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น และตั้งแต่เจเนอเรชันที่ 5 เป็นต้นไป ทีมงานผู้ออกแบบก็ได้เริ่มใช้ต้นแบบมาจากเมืองในต่างประเทศ

  • เจเนอเรชันที่ 1 คันโต มีต้นแบบมาจากภูมิภาคคันโตในประเทศญี่ปุ่น
  • เจเนอเรชันที่ 2 โจโต มีต้นแบบมาจากภูมิภาคคันไซผสมกับจูบุ
  • เจเนอเรชันที่ 3 โฮเอน มีต้นแบบมาจากเกาะคิวชูในประเทศญี่ปุ่นและหมู่เกาะบริเวณรอบ
  • เจเนอเรชันที่ 4 ชินโอ มีต้นแบบมาจากเกาะฮอกไกโดในประเทศญี่ปุ่น
  • เจเนอเรชันที่ 5 ยูโนวา มีต้นแบบมาจากแมนฮัตตัน นิวยอร์ก ประเทศสหรับอเมริกา
  • เจเนอเรชันที่ 6 คาลอส มีต้นแบบมาจากประเทศฝรั่งเศส
  • เจเนอเรชันที่ 7 อโลลา มีต้นแบบมาจากหมู่เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

16. โปเกมอนมีเหรียญเงินตราเป็นของตัวเองที่สามารถใช้ซื้อของได้จริง

โดยในปี 2001 เขตปกครองตนเองนีวเว เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นได้เคยผลิตเหรียญมูลค่า 1 และ 10 ดอลลาร์รูปโปเกมอนที่สามารถใช้ซื้อสินค้าและชำระหนี้ได้จริงตามกฎหมาย ซึ่งนอกจากปิกาจูแล้ว เหรียญพิเศษรุ่นนี้ยังมีลายโปเกมอนตัวอื่นๆ อย่างเช่น ฟูชิงิดาเนะ, ฮิโตคาเงะ หรือเนียสด้วย

แต่นอกจากโปเกมอนแล้ว นีวเวนั้นก็ได้เคยผลิตเหรียญพิเศษให้กับการ์ตูนหรือภาพยนตร์หลายเรื่อง ทั้งสตาร์วอร์ส, มิกกี้เมาส์ หรือเจ้าหญิงดิสนีย์ด้วย

 

17. ปิกาจูริน โปรตีนที่ตั้งชื่อจากปิกาจู

ในปี 2008 นักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้ค้นพบโปรตีนชนิดใหม่ซึ่งมีหน้าที่ในการขนย้ายกระแสไฟฟ้าจากดวงตาสู่สมอง เขาจึงได้ตั้งชื่อโปรตีนตัวนั้นตามชื่อโปเกมอนหนูสายฟ้าสุดฮิต ปิกาจู ด้วยเหตุผลที่ว่าทั้งสองอย่างเหมือนกันทั้งการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และความสามารถในการขนย้ายกระแสไฟฟ้า

 

18. สีใบหน้าของรูจูล่าถูกเปลี่ยนจากสีดำเป็นม่วง เพราะกลายเป็นประเด็นเหยียดผิว

รูจูล่า หรือ Jynx นั้นเดิมทีแล้วมีสีบริเวณใบหน้าเป็นสีดำ แต่ในปี 2000 แคโรล บอสตัน เวเธอร์ฟอร์ด นักเขียนและนักวิจารณ์ชาวแอฟริกัน-อเมริกันได้บอกไว้ว่าลักษณะของรูจูล่านั้นเป็นการเหยียดผิวและสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับชาวแอฟริกัน-อเมริกัน GAME FREAK ผู้ผลิตโปเกมอนจึงได้ทำการเปลี่ยนรูปแบบของโปเกมอนตัวนี้ให้มีใบหน้าสีม่วงแทน โดยเริ่มต้นตั้งแต่เกมภาค Gold และ Silver เป็นต้นไป รวมไปถึงตอนต่างๆ ในอนิเมะที่มีรูจูล่าปรากฏก็ได้ถูกระงับการฉายชั่วคราวในต่างประเทศ

 

19. ชื่อตัวละครซาโตชิและชิเงรุ มาจากชื่อของสองหัวหอกหลักผู้ให้กำเนิดโปเกมอน

ภายในเกมแม้ว่าเราจะสามารถตั้งชื่อตัวละครได้อย่างอิสระ แต่ก็จะมีชื่อที่เป็นค่ามาตรฐานมาให้เลือกสองชื่อ นั่นก็คือเร้ดและซาโตชิ ส่วนของคู่แข่งคือกรีนและชิเงรุ โดยนอกจากเร้ดและกรีนอันที่มีที่มาจากชื่อภาคแล้ว ชื่อซาโตชินั้นมีที่มาจากทาจิริ ซาโตชิ ผู้ออกแบบและเจ้าของคอนเซปต์ดั้งเดิมของเกมโปเกมอน ในขณะเดียวกันชื่อชิเงรุก็มาจากชื่อของมิยาโมโตะ ชิเงรุ หนึ่งในผู้บริหารใหญ่ของ Nintendo ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจ็กต์เกมที่ประสบความสำเร็จมากมาย คุณชิเงรุนั้นสนใจในคอนเซปต์เกม Capsule Monster ของซาโตชิและผลักดันจนได้ออกมาเป็น Pokémon ที่เราทุกคนรู้จักกัน ชื่อทั้งสองชื่อนี้ยังส่งผลไปถึงตัวเอกและคู่แข่งในฉบับอนิเมะอีกด้วย

 

20. ในขณะนี้มีโปเกมอนมากถึง 802 ชนิดแล้ว

กว่า 20 ปีของโปเกมอนได้ผ่านการเดินทางมาอย่างมากมาย จากเดินทีภาคแรกสุดที่มีโปเกมอนให้สะสมได้เพียง 151 ชนิด เดินทางผ่านเกมภาคหลักทั้งหมด 7 รุ่น จำนวนชนิดของโปเกมอนก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนในขณะนี้มียอดทะลุ 800 ชนิดเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว และเชื่อว่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้แน่นอน

 

21. Pokémon GO ได้ปล่อยปิกาจูพิเศษสวมหมวกปาร์ตี้ให้จับกันได้จนถึงวันที่ 6 มีนาคมนี้

ในโอกาสพิเศษฉลองครบรอบ 21 ปีอย่างนี้ เกม Pokémon GO จึงได้ปล่อยปิกาจูสวมหมวกปาร์ตี้ให้เหล่าผู้เล่นได้ตามล่าจับกันตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 6 มีนาคม โดยแม้ว่าจะผ่านพ้นวันดังกล่าวไปแล้ว หมวกปาร์ตี้ก็จะยังอยู่ไม่หายไปไหน เพียงแค่ว่าปิกาจูตัวนี้อาจจะไม่มีความสามารถพิเศษอะไรไปมากกว่าปิกาจูทั่วไป

 

แม้ว่าจะผ่านมายาวนานถึง 21 ปีแล้ว แต่ความนิยมของโปเกมอนก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เหล่าแฟนคลับตั้งแต่สมัย 20 ปีก่อนที่แม้ว่าตอนนี้จะโตขึ้นมาจนส่วนใหญ่เรียนจบทำงานกันหมดแล้วก็ยังคงติดตามอย่างเหนียวแน่น หรือคนทั่วไปที่ไม่ค่อยได้คลุกคลีกับวงการเกมเท่าไรนักก็ได้รู้จักมากขึ้นด้วยเกม Pokémon GO ที่ถึงกระแสจะแผ่วลงไปบ้าง แต่ก็ยังพบเห็นคนที่ติดตามเล่นได้อยู่ทั่วไป ในฐานะแฟนคลับคนหนึ่งของซีรีส์นี้ที่ตามมาก็หลายปีและก็คงตามไปอีกหลายปีก็รู้สึกยินดีที่โปเกมอนได้เติบโตขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ และสัญญาว่าจะเก็บตังเตรียมเปย์ให้กับทั้งเกมทั้งสินค้าในอนาคตเท่าที่กระเป๋าตังจะทนทานไหว

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *