บางครั้งอนิเมะก็ให้อะไรเรามากกว่าที่คิด ทั้งความบันเทิง คติสอนใจหรือแม้กระทั่งแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตก็ตาม ภายใต้ภาพที่แสนน่ารักนั้นมีความหมายสอดแทรกไว้โดยที่เราไม่รู้ตัว วันนี้เราจึงอยากเสนออีกมุมมองหนึ่งของอนิเมะในวันวานที่มีทั้งความเฮฮา ความรักและความดรามาอย่าง โทระโดระ ที่จะทำให้เราต้องมาครุ่นคิดถึงความหมายของคำว่า ครอบครัว และ อนาคต 

 

โทระโดระหรือ ยายเสือใสกับนายหน้าโหด เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ทาคาสึ ริวจิ ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเหมือนนักเลงจนใครๆ ก็เกรงกลัว แม้จริงๆ แล้วเขาจะมีนิสัยเหมือนแม่บ้านก็ตาม และ ไอซากะ ไทกะ สาวที่ตัวเล็กจนดูเหมือนตุ๊กตาแต่กลับมีนิสัยดุร้ายเหมือนเสือสมชื่อ โดยที่ทั้งคู่นั้นถูกมองว่าเป็นเด็กมีปัญหาในสายตาของคนทั่วไป

แม้ว่าทั้งคู่จะมีนิสัยที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่สิ่งที่เป็นจุดร่วมของทั้งสองนั้นคือการที่มี ปัญหาครอบครัว เหมือนกัน โดยตัวบทจะไม่ได้วนเวียนอยู่กับแค่เรื่องความรักที่เพ้อฝัน หากแต่ยังนำเสนอแง่มุมของครอบครัวที่พังทลายลง การก้าวผ่านความเจ็บปวดของชีวิตและการเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน เพื่อที่จะให้หัวใจนั้นเข้มแข็งพอจนเติบโตได้อย่างงดงาม

 

พวกเราเกิดมาในครอบครัวที่มีปัญหา

ทาคาสึ ริวจิ พระเอกของเรื่องนั้นมีเพียงแม่ที่ยังอายุน้อยคอยเลี้ยงดู เพราะพ่อที่เป็นนักเลงทิ้งไปตั้งแต่เขายังไม่ลืมตาดูโลก ด้วยความที่แม่ของเขานั้นหนีตามพ่อเขามาในขณะที่ยังเรียนไม่จบ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของทั้งสองนั้นค่อนข้างอัตคัดพอสมควร เขาจึงต้องพยายามอย่างหนักในการเป็นเสาหลักของบ้านเพื่อแบ่งเบาภาระของแม่ที่ต้องทำงานหนักส่งเขาเรียนหนังสือ

“ท่าทางเคร่งเครียดแบบนั้น ลูกชักเริ่มจะเหมือนพ่อของลูกเข้าไปทุกทีแล้วนะ”

“นั่นก็คือ…สิ่งเดียวที่ผมไม่อยากได้ยิน”

ไอซากะ ไทกะ นางเอกของเรื่องที่มีปมเรื่องครอบครัวเช่นเดียวกัน พ่อแม่ของเธอแยกทางกันโดยที่ทั้งคู่ไปแต่งงานมีครอบครัวใหม่ ซึ่งทำให้เธอต้องอยู่แมนชันสุดหรูเพียงลำพัง แม้มีเงินมากมายแต่สิ่งที่ปกติที่สุดสำหรับครอบครัวอย่างความอบอุ่นกลับไม่มี เรียกได้ว่าหากเทียบกับริวจิแล้วชีวิตของไทกะนั้นทุกข์ทรมานไม่ต่างกัน

“บ้านชั้นความสัมพันธ์แย่สุดๆ เพราะอย่างนั้นชั้นเลยไม่อยากอยู่ที่นั่น”

“พ่อกับแม่ก็เลยแก้ปัญหาโดยให้ชั้นย้ายมาอยู่ที่แมนชัน ชั้นรู้ดีว่าพวกเขาก็เป็นคนแบบนี้”

ทั้งริวจิและไทกะนั้นมีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์กันทั้งคู่ ความขาดของทั้งสองเหมือนคอยช่วยเติมเต็มกันและกัน ทำให้สองคนที่แตกต่างกันที่สุดกลายเป็นสองคนที่เข้าใจกันมากที่สุดไปแทน

 

เจ็บปวดแค่ไหนกับการคาดหวังและให้ความหวัง

ในวันที่โรงเรียนให้เขียน แบบประเมินเส้นทางในอนาคต ริวจิที่คิดว่าจะออกมาหางานทำกลับโดนแม่ของตัวเองบอกให้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเพื่อจะได้มีชีวิตที่มั่นคงไม่เหมือนเธอ ซึ่งมันทำให้เขาไม่พอใจอย่างมากเนื่องจากบ้านของพวกเขานั้นไม่มีเงินมากขนาดนั้น โดยแม่เขาบอกจะหางานพิเศษทำเพิ่มเพื่อหาค่าใช้จ่ายให้เอง

ในท้ายที่สุดแม่ของเขาก็ล้มป่วยลงจากการทำงานหนัก วินาทีนั้นมันจึงทำให้เขานึกย้อนกลับไปเมื่อครั้งยังเด็ก ยามที่เขาถามว่าทำไมเขาถึงไม่มีพ่อเหมือนกับคนอื่น ตอนนั้นแม่ยิ้มและบอกว่ายังมีแม่อยู่ตรงนี้คอยดูแลเขาเสมอ ทำให้เขาโทษตัวเองอย่างหนักที่เป็นภาระของชีวิตแม่ จนต้องให้ไทกะมาปลอบถึงจะมีอาการดีขึ้นและเริ่มคิดที่จะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง

ครอบครัวไม่คิดทำร้ายกัน นั้นใช้ไม่ได้กับไทกะ เพราะพ่อของเธอเห็นแก่ตัวมาก หลายครั้งที่เขาให้ความหวังกับเธอว่าจะกลับมาอยู่เป็นครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนแต่ก่อน มันทำให้เธอมอบโอกาสให้เขาหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งมันจบที่เขาทรยศความหวังของเธออย่างย่อยยับด้วยการโกหกและหนีหายไปอยู่เสมอ

ครั้งนี้เองก็เช่นกัน พ่อของเธอบอกจะหย่ากับภรรยาใหม่แล้วจะกลับมาอยู่กับเธอด้วยกัน โดยในท้ายที่สุดเขาก็ผิดคำพูดจนหัวใจของเธอพังทลายลง ซึ่งความเจ็บปวดครั้งนี้แม้จะเจ็บที่สุดแต่ก็ทำให้เธอเติบโตมากขึ้นที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะในครั้งนี้เธอมีริวจิคอยอยู่เคียงข้างจึงทำให้คิดได้ว่าเธอนั้นไม่ได้เจ็บปวดอยู่เพียงลำพัง และมันทำให้เธอคิดที่จะยืนด้วยตัวเองโดยไม่คาดหวังภาพลวงตาจอมปลอมอีก

เรียกว่าเจ็บหนักกันถ้วนหน้า แม้จะคนละสถานการณ์แต่ก็เจ็บปวดกับคำว่าครอบครัวด้วยกันทั้งคู่ ทั้งสองจึงต้องคอยเยียวยากันและกันจนเริ่มที่จะเปลี่ยนความคิดจากการเปลี่ยนแปลงครอบครัวที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไปเป็น เปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้ดีขึ้นแทน

 

ความปรารถนาที่อยากจะให้ทุกคนมีความสุข

แม้จะเกิดในครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะอิจฉาคนอื่นจนอยากให้พวกเขาเป็นเหมือนกับตัวเอง กลับกันทั้งสองคนที่รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นได้มากที่สุดจึงได้อวยพรไม่ให้ใครพบกับชะตากรรมเดียวกับพวกเขา อย่างตอนที่ริวจิพบกับไทกะใหม่ๆ และรู้เรื่องปัญหาครอบครัวของเธอ เขาก็ได้พาเธอมากินข้าวที่บ้านพร้อมกับแม่และคอยดูแลเรื่องเล็กน้อยให้เธอทุกวันเพื่อหวังให้เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ซึ่งการกระทำนี้มันทำให้เธอมีชีวิตชีวามากขึ้นและยิ่งแม่ของเขาบอกว่าไทกะก็เหมือน ครอบครัวเดียวกัน จึงยิ่งทำให้ไทกะมีความสุขมากเหลือเกินกับคำพูดเพียงไม่กี่คำ

ไทกะยังคงเป็นเด็กสาวผู้โหยหาความอบอุ่นของครอบครัวมากที่สุดคนหนึ่ง อย่างในวันคริสต์มาสนั้นเธอได้บอกกับริวจิว่าวันนี้เป็นวันที่พิเศษ ทุกอย่างรอบๆ ตัวจะเปล่งประกายไปด้วยความสุขและหากเธอได้เป็นส่วนหนึ่งของความสุขนี้ก็จะดีมาก เธอได้ส่งของขวัญให้กับคนมากมาย ทั้งครอบครัวที่ห่างเหินกันและ เด็กกำพร้า ที่ไม่มีครอบครัวโดยเขียนชื่อผู้ส่งในชื่อ ซานตา เพราะเธออยากให้เด็กพวกนั้นได้รู้ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพังและยังคงมีใครสักคนบนโลกนี้คอยมองพวกเขาอยู่เสมอ

จะเห็นได้ว่าเด็กขาดความอบอุ่นทั้งสองนั้นเติบโตจนผ่านช่วงโทษในชะตาชีวิตของตัวเองกันแล้ว ทั้งคู่ได้คิดที่จะยืนขึ้นด้วยตัวเองและหวังให้คนอื่นมีความสุขในชีวิต คงพูดได้ว่าแม้ครอบครัวจะมีปัญหาแต่ทั้งสองไม่จำเป็นต้องทำตัวมีปัญหาตาม

 

เลือกเผชิญหน้ากับปัญหาและเรียนรู้จากความผิดพลาดของครอบครัว

เมื่อทั้งริวจิและไทกะโดนครอบครัวของตัวเองกดดันชีวิตจนถึงที่สุด ริวจิที่โดนแม่บอกว่ายังเป็นเด็กมีหน้าที่แค่เรียนและห้ามทำงานทั้งๆ ที่ตัวเองทำงานหนักจนไม่ไหว ส่วนไทกะที่คราวนี้ถูกพ่อทิ้งจริงๆ ขึ้นมาก็โดนแม่ของเธอบอกให้ไปอยู่ด้วยและขึ้นเสียงว่าตัวเธอคนเดียวนั้นทำอะไรไม่ได้หรอก เมื่อทั้งคู่ที่พยายามใช้ชีวิตด้วยตัวเองแล้วแต่ไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากครอบครัว อีกทั้งยังคอยยัดเยียดความคาดหวังในตัวลูกให้ตลอดเวลา มันทำให้ทั้งสองเลือกที่จะ หนีตามกัน ในท้ายที่สุด

โดยทั้งคู่คิดจะหนีตามกันไปจนถึงวันเกิดปีที่ 18 ซึ่งมันจะทำให้พวกเขาบรรลุนิติภาวะจนกลายเป็น ผู้ใหญ่ แล้วค่อยกลับมาบ้าน แต่เมื่อเข้าบ้านมาเพื่อเก็บของริวจิก็ได้พบจดหมายเขียนที่อยู่บ้านตายายของเขาวางทิ้งไว้ และเขาพบว่าแม่ของเขา ชิงหนี ไปก่อนแล้วเพื่อให้ชีวิตเขานั้นสบายมากขึ้น สิ่งนั้นมันทำให้เขาแทบพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว

จากเดิมที่วางแผนจะหนีไปเรื่อยๆ แต่พอได้มานั่งครุ่นคิดกันอย่างรอบคอบแล้วมันทำให้ทั้งสองเลือกที่จะไม่เดินตามรอยความผิดพลาดของครอบครัว ทั้งคู่คิดได้ว่าการหนีปัญหามันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นและแม้จะหนีจนมีอายุ 18 ทั้งสองก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่อยู่ดีหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาตรงหน้าได้ ทำให้ทั้งริวจิและไทกะเลือกที่จะไปบ้านของตายายแทน

ริวจิวางแผนให้แม่ของเขาเดินทางมาที่บ้านของตายายโดยให้ไทกะโกหกว่าตัวเขานั้นประสบอุบัติเหตุ ซึ่งมันทำให้แม่ของเขามาจริงๆ มาบ้านที่ตัวเธอนั้นหนีออกมาตั้งแต่ยังเด็ก วันนั้นทั้งริวจิและไทกะได้เห็นการพูดคุยกันของครอบครัวที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นสิบปีแต่ยังคงเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิม

คืนนั้นหลังจากริวจิเคลียร์ปัญหาครอบครัวของเขาเรียบร้อยแล้ว เขากับไทกะก็ได้มาเปิดอกคุยกันอย่างจริงจังถึงเรื่องในอนาคต ทั้งสองวางแผนที่จะ แต่งงาน กันโดยที่ทุกฝ่ายต่างยอมรับในตัวพวกเขา เพราะชีวิตไม่ได้สวยหรูและโหดร้ายกว่าที่คิด การหนีตามกันไปโดยใช้อารมณ์ส่วนตัวนั้นมีแต่จะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าปัญหาครอบครัวตามมาภายหลังเพียงเท่านั้น

“ชั้นไม่คิดว่าการแต่งงานแล้วหนีตามกันไป มันจะช่วยอะไรได้หรอก”

“เราไม่ต้องหนีเพื่อมาแต่งงานหรอก ทำให้ทุกคนยอมรับดีกว่า”

ทั้งสองเรียนรู้ที่จะไม่หนีปัญหาและทำผิดพลาดตามรอยของครอบครัว ริวจิเลือกที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาโดยคิดถึงเรื่องในอนาคต ส่วนไทกะที่ได้เห็นริวจิทำเรื่องแบบนี้แล้วมันทำให้คิดได้ว่าเธอเองก็ถึงเวลาต้องเผชิญหน้ากับครอบครัวของเธอด้วยเหมือนกัน

 

อนาคตนั้นขอเป็นคนเลือกเส้นทางเอง

เมื่อริวจิหมดห่วงเรื่องของครอบครัวก็ได้คิดถึงเรื่องการเรียนต่อเพื่ออนาคตของตัวเอง ส่วนไทกะที่เลือกเผชิญหน้ากับครอบครัวของเธอจู่ๆ ก็ได้หายตัวไปแม้กระทั่งโรงเรียนก็ได้ลาออกไปเรียบร้อยแล้ว เขาได้รู้ในภายหลังว่าไทกะนั้นเลือกที่จะไปอยู่อาศัยกับแม่ของเธอและครอบครัวใหม่ในที่ๆ ห่างไกลเพื่ออนาคตของตัวเธอเองด้วยเช่นกัน

แม้ริวจิอยากไปดึงตัวไทกะกลับมาอยู่ด้วยกันมากแค่ไหนก็ตาม แต่เขาก็เลือกที่จะเชื่อใจในการตัดสินใจของเธอ ต่างคนจึงได้พยายามในแบบของตัวเองจนเมื่อวันหนึ่งที่ทั้งสองพร้อมมากกว่านี้ค่อยกลับมาหากันอีกครั้ง โดยริวจิได้กลับไปตั้งใจเรียนจนกระทั่งผ่านไปหนึ่งปีในวันจบการศึกษา เขาก็ได้พบกับไทกะในชุดนักเรียนของโรงเรียนอื่นคอยยิ้มให้เขาอย่างมั่นใจ นั่นหมายความว่าทั้งสองนั้นได้ยอมรับชีวิตตัวเองกับครอบครัวในปัจจุบันได้แล้ว และจากนี้จะเป็นการอยู่เพื่อวันข้างหน้าที่พวกเขาจะกลายเป็นครอบครัวกันจริงๆ

สิ่งที่ทำให้ประทับใจนอกจากรายละเอียดของทั้งเรื่องแล้วก็คงเป็นตอนจบที่ทำออกมาได้อย่างแยบคาย เพราะทำให้อนิเมะเรื่องนี้ได้ก้าวข้ามความเป็นอนิเมะรักตาหวานได้อย่างเหนือชั้น เมื่อริวจิกับไทกะเลือกที่จะใช้ชีวิตตามความเป็นจริง ไม่อิงนิยาย ไม่มุ่งถึงความสุขเพียงชั่วครู่แต่เลือกที่จะค่อยๆ พัฒนาความรักอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยั่งยืนในอนาคตที่มั่นคง มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่าแม้จะเกิดในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์หรือพบเจอปัญหาในชีวิตมากแค่ไหน สุดท้ายก็อยู่ที่ตัวเราเองว่าจะเลือกที่จะจมอยู่กับปัญหาหรือจะเลือกเผชิญหน้าจนก้าวต่อไปในอนาคต

 

อ้างอิง

en.wikipedia

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *